คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5791/2558 ฉบับเต็ม

#581391
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5791/2558 บริษัทตงหมิง โรจนะ จำกัด โจทก์ บริษัทพี เอส ซี เทคโนโลยี (อยุธยา) จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 563 คดีโจทก์ในส่วนค่าซ่อมรถยกและค่าเสื่อมราคา เป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายของทรัพย์สินที่เช่าอันเกิดขึ้นก่อนสัญญาเช่าเลิกกัน ตามสัญญาเช่าที่กำหนดให้จำเลยผู้เช่าต้องรับผิดในความเสียหายนั้น จึงเป็นกรณีฟ้องเกี่ยวแก่สัญญาเช่า ตาม ป.พ.พ. มาตรา 563 มีอายุความ 6 เดือน นับแต่วันส่งคืนทรัพย์สินที่เช่า ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายและค่าเสื่อมราคาเป็นเงิน 1,780,239.23 บาท และค่าขาดประโยชน์เป็นเงิน 733,967.99 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,400,663.59 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท สำหรับค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีโจทก์ในส่วนค่าซ่อมรถยกและค่าเสื่อมราคาขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 563 หรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การเช่ารถยก 3 คัน ระหว่างโจทก์กับจำเลยมีข้อตกลงว่า หากมีความเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดจากการใช้งานที่ตกลงไว้ รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติภัยธรรมชาติ เช่น อุทกภัย จำเลยต้องรับผิดในความเสียหายอันเกิดขึ้นทั้งหมด ต่อมาประมาณปลายปี 2554 เกิดอุทกภัยในบริเวณสถานที่ที่จำเลยใช้งานรถยกของโจทก์ น้ำท่วมรถยกทั้งสามคัน และรถยกได้รับความเสียหาย วันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 โจทก์บอกเลิกสัญญาและรับรถยกคืนมาในสภาพที่เกิดความเสียหายทั้งคัน วันที่ 22 ตุลาคม 2555 โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายได้แก่ค่าซ่อม ค่าเสื่อมราคา และค่าขาดประโยชน์ ซึ่งระยะเวลานับแต่วันที่โจทก์รับรถยกทั้งสามคันคืนจนถึงวันฟ้องเกินกว่า 6 เดือน เห็นว่า ในระหว่างอายุสัญญาเช่าการดูแลรักษาทรัพย์สินที่เช่าเป็นหน้าที่ของผู้เช่า ความเสียหายของทรัพย์สินที่เช่าเกิดขึ้นก่อนสัญญาเช่าเลิกกัน ความเสียหายที่โจทก์ฟ้องจึงไม่ได้เกิดขึ้นหลังสัญญาเช่าเลิกกันตามที่โจทก์ฎีกา ดังนั้น คดีโจทก์ในส่วนค่าซ่อมรถยกและค่าเสื่อมราคาจึงเป็นคดีที่โจทก์ผู้ให้เช่าฟ้องจำเลยผู้เช่าเกี่ยวแก่สัญญาเช่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 563 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อพ้นกำหนดหกเดือนนับแต่วันส่งทรัพย์สินที่เช่าคืน คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ประมวล สุขสมพร-วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์-ปกิต สุวรรณพรหมา) ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นางสาวกรฎี นาคชาติ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวัฒนชัย โชติชูตระกูล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3806/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ412/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1399/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
581391
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา",
        "judge": "นางสาวกรฎี นาคชาติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายวัฒนชัย โชติชูตระกูล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081971374"
    }
}
date
2558
deka_no
5791/2558
deka_running_no
5791
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "ประมวล สุขสมพร",
    "วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์",
    "ปกิต สุวรรณพรหมา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 563"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทตงหมิง โรจนะ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทพี เอส ซี เทคโนโลยี (อยุธยา) จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายและค่าเสื่อมราคาเป็นเงิน 1,780,239.23 บาท และค่าขาดประโยชน์เป็นเงิน 733,967.99 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,400,663.59 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท สำหรับค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีโจทก์ในส่วนค่าซ่อมรถยกและค่าเสื่อมราคาขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 563 หรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การเช่ารถยก 3 คัน ระหว่างโจทก์กับจำเลยมีข้อตกลงว่า หากมีความเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดจากการใช้งานที่ตกลงไว้ รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติภัยธรรมชาติ เช่น อุทกภัย จำเลยต้องรับผิดในความเสียหายอันเกิดขึ้นทั้งหมด ต่อมาประมาณปลายปี 2554 เกิดอุทกภัยในบริเวณสถานที่ที่จำเลยใช้งานรถยกของโจทก์ น้ำท่วมรถยกทั้งสามคัน และรถยกได้รับความเสียหาย วันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 โจทก์บอกเลิกสัญญาและรับรถยกคืนมาในสภาพที่เกิดความเสียหายทั้งคัน วันที่ 22 ตุลาคม 2555 โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายได้แก่ค่าซ่อม ค่าเสื่อมราคา และค่าขาดประโยชน์ ซึ่งระยะเวลานับแต่วันที่โจทก์รับรถยกทั้งสามคันคืนจนถึงวันฟ้องเกินกว่า 6 เดือน เห็นว่า ในระหว่างอายุสัญญาเช่าการดูแลรักษาทรัพย์สินที่เช่าเป็นหน้าที่ของผู้เช่า ความเสียหายของทรัพย์สินที่เช่าเกิดขึ้นก่อนสัญญาเช่าเลิกกัน ความเสียหายที่โจทก์ฟ้องจึงไม่ได้เกิดขึ้นหลังสัญญาเช่าเลิกกันตามที่โจทก์ฎีกา ดังนั้น คดีโจทก์ในส่วนค่าซ่อมรถยกและค่าเสื่อมราคาจึงเป็นคดีที่โจทก์ผู้ให้เช่าฟ้องจำเลยผู้เช่าเกี่ยวแก่สัญญาเช่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 563 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อพ้นกำหนดหกเดือนนับแต่วันส่งทรัพย์สินที่เช่าคืน คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ412/2556
primary_red_case_no
พ1399/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000283.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3806/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558