คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4230/2558 ฉบับเต็ม

#581403
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4230/2558 นางสาวไอดา ยาการียา โจทก์ นายอุทัย คงจันทร์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1514, มาตรา 1516 พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 มาตรา 3 โจทก์และจำเลยเป็นอิสลามศาสนิก มีภูมิลำเนาในจังหวัดนราธิวาส สมรสกันถูกต้องตามหลักกฎหมายอิสลามและจดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์มาฟ้องหย่าจำเลยโดยบรรยายเหตุแห่งการหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สภาพแห่งข้อหาจึงเป็นเรื่องครอบครัว ย่อมตกอยู่ภายใต้บังคับแห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 มาตรา 3 ที่ให้ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกบังคับแทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงต้องใช้เหตุฟ้องหย่าตามหลักกฎหมายอิสลามมาบังคับใช้แทน ป.พ.พ. มาตรา 1516 เมื่อโจทก์ได้ถูกตัดสินให้หย่าขาดจากการเป็นภริยาจำเลยโดยคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส โดยระบุไว้ในหนังสือการหย่าร้างว่า คำตัดสินนี้เป็นคำชี้ขาดตามหลักศาสนาและกฎระเบียบทุกประการ จึงเป็นการหย่ากันโดยชอบตามหลักกฎหมายอิสลาม มีผลสมบูรณ์ใช้บังคับได้เช่นเดียวกับการหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และสามารถนำไปใช้เพื่อจดทะเบียนหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้เลย โดยโจทก์ไม่จำต้องนำคดีมาฟ้องต่อศาล ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์จึงชอบแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ แต่เนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัว ศาลชั้นต้นจึงให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีเหตุฟ้องหย่าจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือไม่ เห็นว่า เมื่อโจทก์และจำเลยเป็นอิสลามศาสนิก มีภูมิลำเนาในจังหวัดนราธิวาส สมรสกันถูกต้องตามหลักกฎหมายอิสลามและจดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แล้วโจทก์มาฟ้องหย่าจำเลยโดยบรรยายเหตุแห่งการหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สภาพแห่งข้อหาจึงเป็นเรื่องครอบครัว ย่อมตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 มาตรา 3 ที่ให้ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกบังคับแทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อปัญหาข้อกฎหมายที่ใช้วินิจฉัยคดีนี้เป็นเรื่องเหตุฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 จึงต้องใช้เหตุฟ้องหย่าตามหลักกฎหมายอิสลามมาบังคับใช้ คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ได้ถูกตัดสินให้หย่าขาดจากการเป็นภริยาของจำเลยแล้วเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 ด้วยเหตุที่จำเลยได้กระทำผิดสัญญาที่ได้กล่าวไว้ในทะเบียนสมรส ซึ่งเหตุฟ้องหย่ากรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาสได้พิจารณาไตร่ตรองแล้ว โดยระบุไว้ตอนท้ายเอกสารว่า คำตัดสินนี้เป็นคำชี้ขาดตามหลักศาสนาอิสลามและกฎระเบียบทุกประการ จึงเป็นการหย่ากันโดยชอบตามหลักกฎหมายอิสลามนับแต่นั้น การหย่ามีผลสมบูรณ์ใช้บังคับกันได้เช่นเดียวกับการหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หลักฐานการหย่าตามกฎหมายอิสลามสามารถนำไปใช้เพื่อจดทะเบียนหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้เลย โดยไม่ต้องนำมาฟ้องเป็นคดีใหม่ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง คำฟ้องและคำขอบังคับของโจทก์พอแปลได้ว่าโจทก์ฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1514 ก็เพื่อจะนำคำพิพากษาไปจดทะเบียนการหย่าต่อเจ้าพนักงานให้ปรากฏชัดแจ้งในทางทะเบียน จึงเห็นสมควรมีคำสั่งในส่วนนี้เพื่อให้มีผลทางปฏิบัติต่อไป พิพากษายืน โจทก์และจำเลยหย่ากันโดยชอบตามหลักกฎหมายอิสลามแล้ว จึงให้เจ้าพนักงานจดทะเบียนการหย่าให้โจทก์และจำเลยตามคำพิพากษานี้ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (กิจชัย จิตธารารักษ์-พฤษภา พนมยันตร์-ชัยยุทธ ศรีจำนงค์) ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนราธิวาส - นายพิทักษ์ รัตนเดชากร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก เยาวชนและครอบครัว หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ยช.(พ)158/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ20/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ24/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
581403
courts
[
    {
        "court": "ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนราธิวาส",
        "judge": "นายพิทักษ์ รัตนเดชากร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081972172"
    }
}
date
2558
deka_no
4230/2558
deka_running_no
4230
deka_year
2558
department
เยาวชนและครอบครัว
judges
[
    "กิจชัย จิตธารารักษ์",
    "พฤษภา พนมยันตร์",
    "ชัยยุทธ ศรีจำนงค์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1514",
            "ม. 1516"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489",
        "sections": [
            "ม. 3"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวไอดา ยาการียา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอุทัย คงจันทร์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลย

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ แต่เนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัว ศาลชั้นต้นจึงให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีเหตุฟ้องหย่าจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือไม่ เห็นว่า เมื่อโจทก์และจำเลยเป็นอิสลามศาสนิก มีภูมิลำเนาในจังหวัดนราธิวาส สมรสกันถูกต้องตามหลักกฎหมายอิสลามและจดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แล้วโจทก์มาฟ้องหย่าจำเลยโดยบรรยายเหตุแห่งการหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สภาพแห่งข้อหาจึงเป็นเรื่องครอบครัว ย่อมตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 มาตรา 3 ที่ให้ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกบังคับแทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อปัญหาข้อกฎหมายที่ใช้วินิจฉัยคดีนี้เป็นเรื่องเหตุฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 จึงต้องใช้เหตุฟ้องหย่าตามหลักกฎหมายอิสลามมาบังคับใช้ คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ได้ถูกตัดสินให้หย่าขาดจากการเป็นภริยาของจำเลยแล้วเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 ด้วยเหตุที่จำเลยได้กระทำผิดสัญญาที่ได้กล่าวไว้ในทะเบียนสมรส ซึ่งเหตุฟ้องหย่ากรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาสได้พิจารณาไตร่ตรองแล้ว โดยระบุไว้ตอนท้ายเอกสารว่า คำตัดสินนี้เป็นคำชี้ขาดตามหลักศาสนาอิสลามและกฎระเบียบทุกประการ จึงเป็นการหย่ากันโดยชอบตามหลักกฎหมายอิสลามนับแต่นั้น การหย่ามีผลสมบูรณ์ใช้บังคับกันได้เช่นเดียวกับการหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หลักฐานการหย่าตามกฎหมายอิสลามสามารถนำไปใช้เพื่อจดทะเบียนหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้เลย โดยไม่ต้องนำมาฟ้องเป็นคดีใหม่ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง คำฟ้องและคำขอบังคับของโจทก์พอแปลได้ว่าโจทก์ฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1514 ก็เพื่อจะนำคำพิพากษาไปจดทะเบียนการหย่าต่อเจ้าพนักงานให้ปรากฏชัดแจ้งในทางทะเบียน จึงเห็นสมควรมีคำสั่งในส่วนนี้เพื่อให้มีผลทางปฏิบัติต่อไป

พิพากษายืน โจทก์และจำเลยหย่ากันโดยชอบตามหลักกฎหมายอิสลามแล้ว จึงให้เจ้าพนักงานจดทะเบียนการหย่าให้โจทก์และจำเลยตามคำพิพากษานี้ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ20/2556
primary_red_case_no
พ24/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000290.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ยช.(พ)158/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558