คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16973/2555 ฉบับเต็ม

#581410
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16973/2555 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาวอำพร อุดดีหรือศรีธนิยะประภา จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 การออกเช็คที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 นั้น องค์ประกอบที่สำคัญคือ เช็คดังกล่าวจะต้องเป็นเช็คที่ออกเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและสามารถบังคับได้ตามกฎหมาย เมื่อเช็คที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเช็คที่ไม่อาจฟ้องบังคับได้ตามกฎหมาย โจทก์นำเช็คมาฟ้องเป็นคดีนี้ให้จำเลยรับผิดไม่ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 และนับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2725/2549, 2726/2549 และ 2727/2549 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 จำคุก 6 เดือน ส่วนคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อไม่ปรากฏว่าศาลมีคำพิพากษาแล้วหรือไม่ จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ ยกคำขอส่วนนี้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 โดยอ้างว่าจำเลยออกเช็คพิพาทตามฟ้องเพื่อชำระหนี้เงินยืม 3,150,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย แต่มิได้แนบสัญญากู้มาพร้อมฟ้องหรือกล่าวอ้างมาในคำฟ้องว่าได้มีการทำสัญญากู้ไว้เป็นหลักฐานหรือไม่ เพราะจำนวนหนี้เงินกู้ดังกล่าว หากมิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญจะฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง ต่อมาในชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบว่า การกู้ยืมเงินระหว่างผู้เสียหายกับจำเลยมิได้ทำหลักฐานการกู้ยืมอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นการกู้ยืมด้วยวาจา เมื่อครบกำหนดแล้ว จำเลยไม่ชำระ ผู้เสียหายทวงถาม หลังจากทวงถามนานประมาณปีครึ่ง จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ว่าจะชำระหนี้คืนผู้เสียหายภายในเวลา 2 ปี นับแต่วันทำสัญญา เห็นว่า การออกเช็คที่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 นั้น องค์ประกอบที่สำคัญคือ เช็คดังกล่าวจะต้องเป็นเช็คที่ออกเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและสามารถบังคับได้ตามกฎหมาย เมื่อเช็คที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเช็คที่ไม่อาจฟ้องบังคับได้ตามกฎหมาย โจทก์นำเช็คมาฟ้องเป็นคดีนี้ให้จำเลยรับผิดไม่ได้ ปัญหาข้อนี้แม้ไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา แต่ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษายืน (วีระชาติ เอี่ยมประไพ-สมชาย พันธุมะโอภาส-กีรติ กาญจนรินทร์) ศาลแขวงพระนครใต้ - นายผดุงศักดิ์ เทศดี ศาลอุทธรณ์ - นายอนันต์ เสนคุ้ม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.156/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2728/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1847/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
581410
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระนครใต้",
        "judge": "นายผดุงศักดิ์ เทศดี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายอนันต์ เสนคุ้ม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081983627"
    }
}
date
2555
deka_no
16973/2555
deka_running_no
16973
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ",
    "สมชาย พันธุมะโอภาส",
    "กีรติ กาญจนรินทร์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวอำพร อุดดีหรือศรีธนิยะประภา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 และนับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2725/2549, 2726/2549 และ 2727/2549 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 จำคุก 6 เดือน ส่วนคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อไม่ปรากฏว่าศาลมีคำพิพากษาแล้วหรือไม่ จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ ยกคำขอส่วนนี้

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 โดยอ้างว่าจำเลยออกเช็คพิพาทตามฟ้องเพื่อชำระหนี้เงินยืม 3,150,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย แต่มิได้แนบสัญญากู้มาพร้อมฟ้องหรือกล่าวอ้างมาในคำฟ้องว่าได้มีการทำสัญญากู้ไว้เป็นหลักฐานหรือไม่ เพราะจำนวนหนี้เงินกู้ดังกล่าว หากมิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญจะฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง ต่อมาในชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบว่า การกู้ยืมเงินระหว่างผู้เสียหายกับจำเลยมิได้ทำหลักฐานการกู้ยืมอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นการกู้ยืมด้วยวาจา เมื่อครบกำหนดแล้ว จำเลยไม่ชำระ ผู้เสียหายทวงถาม หลังจากทวงถามนานประมาณปีครึ่ง จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ว่าจะชำระหนี้คืนผู้เสียหายภายในเวลา 2 ปี นับแต่วันทำสัญญา เห็นว่า การออกเช็คที่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 นั้น องค์ประกอบที่สำคัญคือ เช็คดังกล่าวจะต้องเป็นเช็คที่ออกเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและสามารถบังคับได้ตามกฎหมาย เมื่อเช็คที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเช็คที่ไม่อาจฟ้องบังคับได้ตามกฎหมาย โจทก์นำเช็คมาฟ้องเป็นคดีนี้ให้จำเลยรับผิดไม่ได้ ปัญหาข้อนี้แม้ไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา แต่ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2728/2549
primary_red_case_no
อ1847/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000390.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.156/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555