คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2678/2558 ฉบับเต็ม

#581435
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2678/2558 บริษัทเจ้าพระยาประกันภัย จำกัด โจทก์ นายสมศักดิ์ หิรัญวานิชกุล จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 62 (2), มาตรา 62 (3), มาตรา 62 วรรคหนึ่ง, มาตรา 179 ป.พ.พ. มาตรา 193/17 เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องคดีเพื่อให้ลูกหนี้ชำระหนี้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งศาลเป็นที่สุดตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/17 วรรคสอง ต้องเป็นคดีที่เจ้าหนี้ฟ้องลูกหนี้ต่อศาลที่ไม่มีเขตอำนาจพิจารณา และไม่รวมถึงการฟ้องบุคคลที่ไม่ใช่ลูกหนี้อันเป็นการฟ้องผิดตัวด้วย เพราะมีผลเป็นการเปลี่ยนตัวลูกหนี้ที่ถูกฟ้องเป็นจำเลย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 262,331.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 250,500 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าอะไหล่รถยนต์เป็นเงิน 115,000 บาท และค่าแรงซ่อมรถยนต์เป็นเงิน 55,000 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2548 และวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2548 ตามลำดับ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ โดยโจทก์อ้างว่า การที่โจทก์ฟ้องคดีเดิมที่ศาลแขวงธนบุรีภายในกำหนดอายุความเรื่องละเมิด และต่อมาได้ขอแก้ไขคำฟ้องในส่วนชื่อสกุลกับที่อยู่ของจำเลยทำให้คดีไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลแขวงธนบุรี ศาลจึงมีคำสั่งไม่รับฟ้องและจำหน่ายคดีให้โจทก์ไปยื่นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณา โจทก์ฟ้องคดีนี้ภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่ศาลแขวงธนบุรีมีคำสั่ง ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/17 วรรคสอง คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า ก่อนยื่นฟ้องคดีเดิมต่อศาลแขวงธนบุรีโจทก์ทำหนังสือไปทวงถามจำเลยตามสำเนาหนังสือทวงถามและไปรษณียบัตรตอบรับตามลำดับ โดยหนังสือดังกล่าวทำถึงนายสมศักดิ์ ผู้ที่กระทำละเมิดต่อเจ้าของรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้ และส่งไปที่บ้านเลขที่ 56/3 ซอยท่ากลาง แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร แต่การยื่นฟ้องต่อศาลแขวงธนบุรีโจทก์กลับระบุชื่อจำเลยว่า นายสมศักดิ์ และขอให้ส่งสำเนาคำฟ้องและหมายเรียกให้จำเลยที่บ้านเลขที่ 12 ซอยเจริญนคร 74 แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งนายสมศักดิ์ ไม่ได้เป็นผู้ที่กระทำละเมิดต่อเจ้าของรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยและเป็นบุคคลคนละคนกับจำเลยคดีนี้ จึงเป็นการที่โจทก์ฟ้องผิดตัวบุคคล และเห็นได้ว่า การที่ศาลแขวงธนบุรีอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้อง แต่เห็นว่ามูลคดีเกิดนอกเขตอำนาจศาล และตัวจำเลยก็มีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตอำนาจศาล จึงมีคำสั่งไม่รับฟ้องและให้จำหน่ายคดี เพื่อให้โจทก์นำคดีไปฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจต่อไป ไม่ใช่กรณีที่ศาลไม่รับคำฟ้องเพราะเหตุคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลและอายุความครบกำหนดไปแล้วในระหว่างการพิจารณา ซึ่งเจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องคดีเพื่อให้ลูกหนี้ชำระหนี้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งศาลเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/17 วรรคสอง ซึ่งต้องเป็นคดีที่เจ้าหนี้ฟ้องลูกหนี้ต่อศาลที่ไม่มีเขตอำนาจพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งลักษณะ 2 หมวด 1 และไม่รวมไปถึงการฟ้องบุคคลที่ไม่ใช่ลูกหนี้อันเป็นการฟ้องผิดตัวบุคคลด้วย เพราะมีผลเป็นการเปลี่ยนตัวลูกหนี้ที่ถูกฟ้องเป็นจำเลย อันเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 67 (2) (3) วรรคหนึ่ง และมาตรา 179 ประกอบกับการที่โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องในคดีเดิมเพื่อให้เป็นฟ้องถูกตัวบุคคลเห็นได้ว่าเกิดจากความบกพร่องของโจทก์เอง และขณะที่โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว โจทก์จะอ้างเอาผลจากการที่ศาลแขวงธนบุรีอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องซึ่งเป็นการเปลี่ยนตัวจำเลยในคดีดังกล่าวเพื่อขยายอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/17 วรรคสอง หาได้ไม่ ถือว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความนั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์ต่อไป พิพากษายืน จำเลยไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความให้ (ชลิศร์ สวัสดิทัต-วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี-รังสรรค์ ดวงพัตรา) ศาลแขวงดุสิต - นายสุเพียร จึงเกรียงไกร ศาลอุทธรณ์ - นายแก้ว เวศอุไร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.624/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ5065/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ3413/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
581435
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงดุสิต",
        "judge": "นายสุเพียร จึงเกรียงไกร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายแก้ว เวศอุไร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081972953"
    }
}
date
2558
deka_no
2678/2558
deka_running_no
2678
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "ชลิศร์ สวัสดิทัต",
    "วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี",
    "รังสรรค์ ดวงพัตรา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 62 (2)",
            "ม. 62 (3)",
            "ม. 62 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 179"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/17"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเจ้าพระยาประกันภัย จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมศักดิ์ หิรัญวานิชกุล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 262,331.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 250,500 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าอะไหล่รถยนต์เป็นเงิน 115,000 บาท และค่าแรงซ่อมรถยนต์เป็นเงิน 55,000 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2548 และวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2548 ตามลำดับ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ โดยโจทก์อ้างว่า การที่โจทก์ฟ้องคดีเดิมที่ศาลแขวงธนบุรีภายในกำหนดอายุความเรื่องละเมิด และต่อมาได้ขอแก้ไขคำฟ้องในส่วนชื่อสกุลกับที่อยู่ของจำเลยทำให้คดีไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลแขวงธนบุรี ศาลจึงมีคำสั่งไม่รับฟ้องและจำหน่ายคดีให้โจทก์ไปยื่นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณา โจทก์ฟ้องคดีนี้ภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่ศาลแขวงธนบุรีมีคำสั่ง ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/17 วรรคสอง คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า ก่อนยื่นฟ้องคดีเดิมต่อศาลแขวงธนบุรีโจทก์ทำหนังสือไปทวงถามจำเลยตามสำเนาหนังสือทวงถามและไปรษณียบัตรตอบรับตามลำดับ โดยหนังสือดังกล่าวทำถึงนายสมศักดิ์ ผู้ที่กระทำละเมิดต่อเจ้าของรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้ และส่งไปที่บ้านเลขที่ 56/3 ซอยท่ากลาง แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร แต่การยื่นฟ้องต่อศาลแขวงธนบุรีโจทก์กลับระบุชื่อจำเลยว่า นายสมศักดิ์ และขอให้ส่งสำเนาคำฟ้องและหมายเรียกให้จำเลยที่บ้านเลขที่ 12 ซอยเจริญนคร 74 แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งนายสมศักดิ์ ไม่ได้เป็นผู้ที่กระทำละเมิดต่อเจ้าของรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยและเป็นบุคคลคนละคนกับจำเลยคดีนี้ จึงเป็นการที่โจทก์ฟ้องผิดตัวบุคคล และเห็นได้ว่า การที่ศาลแขวงธนบุรีอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้อง แต่เห็นว่ามูลคดีเกิดนอกเขตอำนาจศาล และตัวจำเลยก็มีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตอำนาจศาล จึงมีคำสั่งไม่รับฟ้องและให้จำหน่ายคดี เพื่อให้โจทก์นำคดีไปฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจต่อไป ไม่ใช่กรณีที่ศาลไม่รับคำฟ้องเพราะเหตุคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลและอายุความครบกำหนดไปแล้วในระหว่างการพิจารณา ซึ่งเจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องคดีเพื่อให้ลูกหนี้ชำระหนี้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งศาลเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/17 วรรคสอง ซึ่งต้องเป็นคดีที่เจ้าหนี้ฟ้องลูกหนี้ต่อศาลที่ไม่มีเขตอำนาจพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งลักษณะ 2 หมวด 1 และไม่รวมไปถึงการฟ้องบุคคลที่ไม่ใช่ลูกหนี้อันเป็นการฟ้องผิดตัวบุคคลด้วย เพราะมีผลเป็นการเปลี่ยนตัวลูกหนี้ที่ถูกฟ้องเป็นจำเลย อันเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 67 (2) (3) วรรคหนึ่ง และมาตรา 179 ประกอบกับการที่โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องในคดีเดิมเพื่อให้เป็นฟ้องถูกตัวบุคคลเห็นได้ว่าเกิดจากความบกพร่องของโจทก์เอง และขณะที่โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว โจทก์จะอ้างเอาผลจากการที่ศาลแขวงธนบุรีอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องซึ่งเป็นการเปลี่ยนตัวจำเลยในคดีดังกล่าวเพื่อขยายอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/17 วรรคสอง หาได้ไม่ ถือว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความนั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์ต่อไป

พิพากษายืน จำเลยไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความให้
opensearch_id
primary_black_case_no
พ5065/2548
primary_red_case_no
พ3413/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000297.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.624/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558