คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1908/2558 ฉบับเต็ม

#581442
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1908/2558 บริษัทสุโขทัยพัฒนเวช จำกัด โจทก์ ขนส่งจังหวัดสุโขทัย จำเลย พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 9 (2), มาตรา 30 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 9 (2) และมาตรา 30 บัญญัติให้รถพยาบาลที่มิใช่เป็นรถสำหรับรับจ้างได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและไม่ต้องเสียภาษีประจำปีนั้น หมายความถึงรถของสถานพยาบาลที่ใช้รับส่งผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน หรือรถยนต์ขนาดใหญ่ที่มีแพทย์ พยาบาล และเวชภัณฑ์พร้อมสำหรับไปรักษาผู้ป่วยในท้องถิ่นต่าง ๆ คล้ายโรงพยาบาลเคลื่อนที่ การที่โจทก์ซึ่งประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บค่าบริการรถพยาบาลจากผู้ป่วยหาทำให้การใช้รถพยาบาลของโจทก์เป็นการใช้รถพยาบาลสำหรับการรับจ้างไปโดยทันทีไม่ เนื่องจากโจทก์ย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการจัดซื้อรถพยาบาลมาใช้ในการรับส่งผู้ป่วย ค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง พนักงานขับรถ เป็นต้น เมื่อจำเลยไม่มีพยานหลักฐานใดมานำสืบหักล้างพยานโจทก์ให้เห็นได้ว่าการเรียกเก็บค่าบริการรถพยาบาลของโจทก์มีลักษณะเป็นการแสวงหากำไรในเชิงพาณิชย์จากการใช้รถพยาบาลมากกว่าเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วย หรือโจทก์นำรถพยาบาลไปดำเนินกิจกรรมอย่างอื่นนอกเหนือจากใช้รับส่งผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน จึงไม่อาจเป็นข้อแสดงให้เห็นได้ว่าโจทก์ใช้รถพยาบาลสำหรับรับจ้างอันไม่เข้าข่ายที่จะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปี ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า รถพยาบาล 2 คัน หมายเลขทะเบียน ก - 3558 สุโขทัย และ กข - 3457 สุโขทัย ของโจทก์ เป็นรถพยาบาลไม่รับจ้างทั่วไปตามมาตรา 9 (2) ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปีรถยนต์ตามมาตรา 30 และเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปีให้ถูกต้องครบถ้วนรวมเป็นเงิน 220,417.92 บาท จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเป็นยุติโดยโจทก์และจำเลยมิได้อุทธรณ์โต้แย้งว่า โจทก์ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนภายใต้ชื่อว่า โรงพยาบาลพัฒนเวชสุโขทัย โดยได้รับบัตรส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2538 โจทก์ยื่นขอจดทะเบียนรถพยาบาล จำเลยพิจารณาแล้วเห็นว่ารถดังกล่าวเป็นรถพยาบาล ไม่ได้ใช้รับจ้างขนส่งทั่วไป จึงให้จดทะเบียนรถประเภทรถพยาบาล หมายเลขทะเบียน ก - 3558 สุโขทัย โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปี ตามบันทึกข้อความ วันที่ 24 กันยายน 2544 โจทก์ยื่นขอจดทะเบียนรถพยาบาลอีกคันหนึ่ง ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นรถพยาบาล หมายเลขทะเบียน กข - 3457 สุโขทัย โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปีเช่นเดียวกัน ต่อมาวันที่ 22 กันยายน 2551 โจทก์ขอยกเว้นการเสียภาษีรถคันหมายเลขทะเบียน กข - 3457 สุโขทัย จำเลยมีหนังสือหารือกรมการขนส่งทางบกแล้วได้รับแจ้งผลการพิจารณาว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการสถานพยาบาลในลักษณะทางการค้าหรือแสวงหากำไรและใช้รถพยาบาลเพื่อให้บริการลูกค้า จึงไม่เข้าข่ายเป็นรถพยาบาลตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 9 (2) ที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม และไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าภาษีประจำปีตามมาตรา 30 วันที่ 5 พฤศจิกายน 2551 จำเลยจึงมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบและชำระภาษีประจำปี วันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 โจทก์อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว และ 73 จำเลยมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ให้โจทก์ทราบว่า รถทั้งสองคันของโจทก์ไม่ใช่รถพยาบาลตามมาตรา 9 (2) ที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีประจำปีตามมาตรา 30 ดังนั้น เจ้าของรถจึงมีหน้าที่เสียภาษีประจำปีให้ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 32 ในอัตราภาษีประจำปีตามที่กำหนดไว้ท้ายพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ตั้งแต่ปีที่รับจดทะเบียนจนถึงปีปัจจุบันโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม เนื่องจากไม่ใช่กรณีมิได้เสียภาษีภายในเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีคลาดเคลื่อนของเจ้าหน้าที่ไม่ได้เป็นเหตุให้เจ้าของรถยนต์หลุดพ้นจากภาระหน้าที่ในการเสียภาษีประจำปีตามกฎหมาย แต่โจทก์ยังไม่เห็นด้วย ปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า รถพยาบาลทั้งสองคันของโจทก์เป็นรถพยาบาลที่มิใช่เป็นรถสำหรับรับจ้าง ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 9 (2) อันจะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปีรถยนต์หรือไม่ เห็นว่า จากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ในการยกเว้นค่าธรรมเนียมและภาษีประจำปีแก่รถพยาบาลที่มิใช่เป็นรถสำหรับรับจ้างเท่านั้น ซึ่งรถพยาบาลที่มิใช่เป็นรถสำหรับรับจ้างหมายความถึงรถของสถานพยาบาลที่ใช้รับส่งผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน หรือรถยนต์ขนาดใหญ่ที่มีแพทย์ พยาบาล และเวชภัณฑ์พร้อมสำหรับไปรักษาพยาบาลผู้ป่วยในท้องถิ่นต่าง ๆ คล้ายโรงพยาบาลเคลื่อนที่ แม้นายสุชาติ กรรมการผู้จัดการโจทก์เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า โจทก์เรียกเก็บค่าบริการรถพยาบาลของโจทก์ทั้งสองคันจากผู้ป่วย และเบิกความตอบทนายโจทก์ถามติงด้วยว่า กรณีรถพยาบาลของรัฐจะไม่มีการเสียค่าบริการก็ตาม แต่เพียงการเรียกเก็บค่าบริการหาทำให้การใช้รถพยาบาลของโจทก์เป็นการใช้รถพยาบาลสำหรับการรับจ้างไปโดยทันทีไม่ เนื่องจากโจทก์ย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการจัดซื้อรถพยาบาลมาใช้ในการรับส่งผู้ป่วยจากที่แห่งหนึ่งไปยังอีกที่แห่งหนึ่ง ค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง พนักงานขับรถ เป็นต้น นอกจากนี้จำเลยไม่มีพยานหลักฐานใดมานำสืบหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ให้เห็นได้ว่า การเรียกเก็บค่าบริการรถพยาบาลของโจทก์ตามฟ้องมีลักษณะเป็นการแสวงหากำไรในเชิงพาณิชย์จากการใช้รถพยาบาลของโจทก์มากกว่าเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยหรือโจทก์นำรถพยาบาลดังกล่าวไปดำเนินกิจกรรมอย่างอื่นนอกเหนือจากใช้รับส่งผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน จึงไม่อาจเป็นข้อแสดงให้เห็นได้ว่าโจทก์ได้ใช้รถพยาบาลสำหรับรับจ้าง พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงมีน้ำหนักมากกว่าพยานหลักฐานของจำเลย ดังนั้น ข้อเท็จจริงจึงยังฟังไม่ได้ว่า รถพยาบาลทั้งสองคันของโจทก์เป็นรถพยาบาลสำหรับรับจ้างที่ไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปีรถยนต์ตามความในมาตรา 9 (2) แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น เมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้วอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์จึงไม่จำต้องวินิจฉัย พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปีให้ถูกต้องครบถ้วนรวมเป็นเงิน 220,417.92 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ (ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม-กรองเกียรติ คมสัน-สมชาย สินเกษม) ศาลภาษีอากรกลาง - นายสุธรรม จุลิรัชนีกร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ภาษีอากร หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ภษ.32/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ60/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ259/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
581442
courts
[
    {
        "court": "ศาลภาษีอากรกลาง",
        "judge": "นายสุธรรม จุลิรัชนีกร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081973294"
    }
}
date
2558
deka_no
1908/2558
deka_running_no
1908
deka_year
2558
department
ภาษีอากร
judges
[
    "ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม",
    "กรองเกียรติ คมสัน",
    "สมชาย สินเกษม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 9 (2)",
            "ม. 30"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทสุโขทัยพัฒนเวช จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ขนส่งจังหวัดสุโขทัย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า รถพยาบาล 2 คัน หมายเลขทะเบียน ก - 3558 สุโขทัย และ กข - 3457 สุโขทัย ของโจทก์ เป็นรถพยาบาลไม่รับจ้างทั่วไปตามมาตรา 9 (2) ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปีรถยนต์ตามมาตรา 30 และเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปีให้ถูกต้องครบถ้วนรวมเป็นเงิน 220,417.92 บาท

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเป็นยุติโดยโจทก์และจำเลยมิได้อุทธรณ์โต้แย้งว่า โจทก์ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนภายใต้ชื่อว่า โรงพยาบาลพัฒนเวชสุโขทัย โดยได้รับบัตรส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2538 โจทก์ยื่นขอจดทะเบียนรถพยาบาล จำเลยพิจารณาแล้วเห็นว่ารถดังกล่าวเป็นรถพยาบาล ไม่ได้ใช้รับจ้างขนส่งทั่วไป จึงให้จดทะเบียนรถประเภทรถพยาบาล หมายเลขทะเบียน ก - 3558 สุโขทัย โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปี ตามบันทึกข้อความ วันที่ 24 กันยายน 2544 โจทก์ยื่นขอจดทะเบียนรถพยาบาลอีกคันหนึ่ง ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นรถพยาบาล หมายเลขทะเบียน กข - 3457 สุโขทัย โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปีเช่นเดียวกัน ต่อมาวันที่ 22 กันยายน 2551 โจทก์ขอยกเว้นการเสียภาษีรถคันหมายเลขทะเบียน กข - 3457 สุโขทัย จำเลยมีหนังสือหารือกรมการขนส่งทางบกแล้วได้รับแจ้งผลการพิจารณาว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการสถานพยาบาลในลักษณะทางการค้าหรือแสวงหากำไรและใช้รถพยาบาลเพื่อให้บริการลูกค้า จึงไม่เข้าข่ายเป็นรถพยาบาลตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 9 (2) ที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม และไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าภาษีประจำปีตามมาตรา 30 วันที่ 5 พฤศจิกายน 2551 จำเลยจึงมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบและชำระภาษีประจำปี วันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 โจทก์อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว และ 73 จำเลยมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ให้โจทก์ทราบว่า รถทั้งสองคันของโจทก์ไม่ใช่รถพยาบาลตามมาตรา 9 (2) ที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีประจำปีตามมาตรา 30 ดังนั้น เจ้าของรถจึงมีหน้าที่เสียภาษีประจำปีให้ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 32 ในอัตราภาษีประจำปีตามที่กำหนดไว้ท้ายพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ตั้งแต่ปีที่รับจดทะเบียนจนถึงปีปัจจุบันโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม เนื่องจากไม่ใช่กรณีมิได้เสียภาษีภายในเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีคลาดเคลื่อนของเจ้าหน้าที่ไม่ได้เป็นเหตุให้เจ้าของรถยนต์หลุดพ้นจากภาระหน้าที่ในการเสียภาษีประจำปีตามกฎหมาย แต่โจทก์ยังไม่เห็นด้วย

ปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า รถพยาบาลทั้งสองคันของโจทก์เป็นรถพยาบาลที่มิใช่เป็นรถสำหรับรับจ้าง ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 9 (2) อันจะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปีรถยนต์หรือไม่ เห็นว่า จากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ในการยกเว้นค่าธรรมเนียมและภาษีประจำปีแก่รถพยาบาลที่มิใช่เป็นรถสำหรับรับจ้างเท่านั้น ซึ่งรถพยาบาลที่มิใช่เป็นรถสำหรับรับจ้างหมายความถึงรถของสถานพยาบาลที่ใช้รับส่งผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน หรือรถยนต์ขนาดใหญ่ที่มีแพทย์ พยาบาล และเวชภัณฑ์พร้อมสำหรับไปรักษาพยาบาลผู้ป่วยในท้องถิ่นต่าง ๆ คล้ายโรงพยาบาลเคลื่อนที่ แม้นายสุชาติ กรรมการผู้จัดการโจทก์เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า โจทก์เรียกเก็บค่าบริการรถพยาบาลของโจทก์ทั้งสองคันจากผู้ป่วย และเบิกความตอบทนายโจทก์ถามติงด้วยว่า กรณีรถพยาบาลของรัฐจะไม่มีการเสียค่าบริการก็ตาม แต่เพียงการเรียกเก็บค่าบริการหาทำให้การใช้รถพยาบาลของโจทก์เป็นการใช้รถพยาบาลสำหรับการรับจ้างไปโดยทันทีไม่ เนื่องจากโจทก์ย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการจัดซื้อรถพยาบาลมาใช้ในการรับส่งผู้ป่วยจากที่แห่งหนึ่งไปยังอีกที่แห่งหนึ่ง ค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง พนักงานขับรถ เป็นต้น นอกจากนี้จำเลยไม่มีพยานหลักฐานใดมานำสืบหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ให้เห็นได้ว่า การเรียกเก็บค่าบริการรถพยาบาลของโจทก์ตามฟ้องมีลักษณะเป็นการแสวงหากำไรในเชิงพาณิชย์จากการใช้รถพยาบาลของโจทก์มากกว่าเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยหรือโจทก์นำรถพยาบาลดังกล่าวไปดำเนินกิจกรรมอย่างอื่นนอกเหนือจากใช้รับส่งผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน จึงไม่อาจเป็นข้อแสดงให้เห็นได้ว่าโจทก์ได้ใช้รถพยาบาลสำหรับรับจ้าง พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงมีน้ำหนักมากกว่าพยานหลักฐานของจำเลย ดังนั้น ข้อเท็จจริงจึงยังฟังไม่ได้ว่า รถพยาบาลทั้งสองคันของโจทก์เป็นรถพยาบาลสำหรับรับจ้างที่ไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปีรถยนต์ตามความในมาตรา 9 (2) แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น เมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้วอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์จึงไม่จำต้องวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปีให้ถูกต้องครบถ้วนรวมเป็นเงิน 220,417.92 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ60/2552
primary_red_case_no
พ259/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000300.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ภษ.32/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558