คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4758/2558 ฉบับเต็ม

#581454
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4758/2558 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นางอธีตา ภูรีทิพย์ โจทก์ร่วม นางสาวนงนุช ชูดอกไม้ กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 362, มาตรา 365 ความผิดฐานบุกรุกสำเร็จแล้วตั้งแต่จำเลยทั้งสองเข้าไปปลูกเพิงขายอาหารชั่วคราวในที่ดินโจทก์ร่วมเมื่อปี 2547 การที่จำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินโจทก์ร่วมต่อมาหลังจากนั้นด้วยการก่อสร้างต่อเติมอาคารคอนกรีตชั้นเดียวจนถึงช่วงเกิดเหตุตามฟ้องคือ ระหว่างเดือนสิงหาคม 2550 ถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2554 เป็นเพียงผลของการบุกรุกเท่านั้น ไม่ใช่เป็นความผิดต่อเนื่องในอันที่จำเลยทั้งสองจะมีความผิดฐานบุกรุกขึ้นมาอีก การกระทำของจำเลยทั้งสองในช่วงเกิดเหตุตามฟ้องจึงไม่มีความผิดฐานบุกรุก ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 362, 365 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางสาวอธีตา ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (2) ประกอบมาตรา 83, 362 จำคุกคนละ 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 8 เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกามีว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานบุกรุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า จำเลยทั้งสองบุกรุกเข้าไปปลูกเพิงขายอาหารชั่วคราวในที่ดินโจทก์ร่วมมาตั้งแต่ปี 2547 แล้ว หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองก็อาศัยอยู่ในที่ดินโจทก์ร่วมเรื่อยมาจนถึงในช่วงเกิดเหตุ จำเลยทั้งสองจึงก่อสร้างต่อเติมเพิงชั่วคราวจนกลายมาเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียวในที่ดินโจทก์ร่วม เมื่อความผิดฐานบุกรุกเกิดขึ้นและเป็นความผิดสำเร็จแล้วตั้งแต่จำเลยทั้งสองเข้าไปปลูกเพิงขายอาหารชั่วคราวในที่ดินโจทก์ร่วมในปี 2547 ส่วนการครอบครองที่ดินโจทก์ร่วมของจำเลยทั้งสองต่อมา หลังจากนั้นจนถึงในช่วงเกิดเหตุตามฟ้องที่จำเลยทั้งสองก่อสร้างต่อเติมอาคารคอนกรีตชั้นเดียวในที่ดินโจทก์ร่วมเป็นเพียงผลของการบุกรุกเท่านั้น ไม่ใช่เป็นความผิดต่อเนื่องในอันที่จำเลยทั้งสองจะมีความผิดฐานบุกรุกขึ้นมาอีก เมื่อเป็นดังนี้ การกระทำของจำเลยทั้งสองในช่วงเกิดเหตุตามฟ้องจึงไม่มีความผิดฐานบุกรุกที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (พีรศักดิ์ ไวกาสี-กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์-เสรี เพศประเสริฐ) ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นางสาวอภิณห์พร เพชรวรวิวัฒน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายวีระพงศ์ สุดาวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.784/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2409/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ4153/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
581454
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเพชรบุรี",
        "judge": "นางสาวอภิณห์พร เพชรวรวิวัฒน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายวีระพงศ์ สุดาวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081971943"
    }
}
date
2558
deka_no
4758/2558
deka_running_no
4758
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "พีรศักดิ์ ไวกาสี",
    "กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์",
    "เสรี เพศประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 362",
            "ม. 365"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางอธีตา ภูรีทิพย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวนงนุช ชูดอกไม้ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 362, 365

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นางสาวอธีตา ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (2) ประกอบมาตรา 83, 362 จำคุกคนละ 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 8 เดือน

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกามีว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานบุกรุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า จำเลยทั้งสองบุกรุกเข้าไปปลูกเพิงขายอาหารชั่วคราวในที่ดินโจทก์ร่วมมาตั้งแต่ปี 2547 แล้ว หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองก็อาศัยอยู่ในที่ดินโจทก์ร่วมเรื่อยมาจนถึงในช่วงเกิดเหตุ จำเลยทั้งสองจึงก่อสร้างต่อเติมเพิงชั่วคราวจนกลายมาเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียวในที่ดินโจทก์ร่วม เมื่อความผิดฐานบุกรุกเกิดขึ้นและเป็นความผิดสำเร็จแล้วตั้งแต่จำเลยทั้งสองเข้าไปปลูกเพิงขายอาหารชั่วคราวในที่ดินโจทก์ร่วมในปี 2547 ส่วนการครอบครองที่ดินโจทก์ร่วมของจำเลยทั้งสองต่อมา หลังจากนั้นจนถึงในช่วงเกิดเหตุตามฟ้องที่จำเลยทั้งสองก่อสร้างต่อเติมอาคารคอนกรีตชั้นเดียวในที่ดินโจทก์ร่วมเป็นเพียงผลของการบุกรุกเท่านั้น ไม่ใช่เป็นความผิดต่อเนื่องในอันที่จำเลยทั้งสองจะมีความผิดฐานบุกรุกขึ้นมาอีก เมื่อเป็นดังนี้ การกระทำของจำเลยทั้งสองในช่วงเกิดเหตุตามฟ้องจึงไม่มีความผิดฐานบุกรุกที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2409/2555
primary_red_case_no
อ4153/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000288.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.784/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558