คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3140/2557 ฉบับเต็ม

#582418
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3140/2557 นายคมสัน จุลกรังคะ โดยนายเอกพจน์ จุลกรังคะ ผู้เข้าดำเนินคดีต่างผู้ตาย กับพวก โจทก์ นายวัฒนา งอกขาว จำเลย ป.อ. มาตรา 350 ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง โจทก์ทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกของ ก. ฟ้องต่อศาลแพ่งว่าจำเลยกับพวกครอบครองเงินจากการขายที่ดินของกองมรดกที่จะต้องนำมาแบ่งแก่ทายาท แต่จำเลยเบียดบังไว้ไม่ยอมส่งมอบแก่กองมรดก ขอให้จำเลยกับพวกคืนเงินดังกล่าว ศาลแพ่งวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นลูกหนี้จริงและให้จำเลยชำระเงิน 4,076,230.65 บาท พร้อมดอกเบี้ย คดีถึงที่สุด คำพิพากษาดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์ทั้งสองและจำเลยซึ่งเป็นคู่ความในคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ว่าจำเลยเป็นลูกหนี้จริง เมื่อจำเลยซึ่งเป็นกรรมการบริษัท ธ. โอนขายหุ้นของจำเลยในบริษัทดังกล่าวแก่ ป. ก่อนที่ศาลแพ่งจะมีคำพิพากษาเพียง 1 เดือน จึงเป็นพฤติการณ์ส่อให้เห็นว่าจำเลยกระทำเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนซึ่งใช้สิทธิทางศาลแล้วได้รับชำระหนี้ อันเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ___________________________ โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ให้จำคุก 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ที่ 1 ถึงแก่ความตาย นายเอกพจน์ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายและในฐานะผู้จัดการมรดกของโจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าดำเนินคดีต่างผู้ตาย ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2546 บริษัทกฎหมายธำรงคุณธรรม จำกัด ซึ่งจำเลยเป็นกรรมการได้ลงทะเบียนโอนหุ้นของจำเลยจำนวน 7,300 หุ้น คิดเป็นเงิน 730,000 บาท ประเภทชำระค่าหุ้นครบแล้วไปให้แก่นายประเสริฐ ตามสำเนาบัญชีผู้ถือหุ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานโกงเจ้าหนี้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกของนายกำจัดฟ้องต่อศาลแพ่งว่า จำเลยครอบครองเงินจากการขายที่ดินของกองมรดกที่จะต้องนำมาแบ่งแก่ทายาท แต่จำเลยเบียดบังไว้ไม่ยอมส่งมอบแก่กองมรดก จึงขอให้จำเลยกับพวกคืนเงินดังกล่าว ศาลแพ่งวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นลูกหนี้จริงและให้จำเลยชำระเงิน 4,076,230.65 บาท พร้อมดอกเบี้ย คดีถึงที่สุด คำพิพากษาดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์ทั้งสองและจำเลย ซึ่งเป็นคู่ความในคดีดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์ทั้งสองมาฟ้องจำเลยคดีนี้เป็นคดีอาญา แต่ก็มีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นหนี้หรือไม่ อันเป็นประเด็นโดยตรงในคดีแพ่งดังกล่าว คดีจึงต้องฟังว่าจำเลยเป็นลูกหนี้จริง ส่วนที่จำเลยฎีกาอ้างว่า หุ้นที่ลงทะเบียนโอนเป็นของนายอนุสรณ์ จำเลยเพียงมีชื่อถือหุ้นแทนและจำเลยโอนให้นายประเสริฐตามคำสั่งของนายอนุสรณ์ เห็นว่า เป็นเพียงข้ออ้างลอย ๆ ไม่มีพยานหลักฐานใดสนับสนุนให้พอแก่การรับฟัง คดีรับฟังว่าจำเลยโอนขายหุ้นของจำเลยดังกล่าวให้แก่นายประเสริฐตามที่จำเลยมีหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ดังนี้ที่จำเลยโอนขายหุ้นของจำเลยแก่ผู้อื่นก่อนที่ศาลแพ่งจะมีคำพิพากษาเพียง 1 เดือน จึงเป็นพฤติการณ์ส่อให้เห็นว่าจำเลยกระทำเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนซึ่งใช้สิทธิทางศาลแล้วได้รับชำระหนี้ อันเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-ชัยยุทธ ศรีจำนงค์-วีระวัฒน์ ปวราจารย์) ศาลแขวงดุสิต - นายประสิทธิ์ รุจิวณิชย์กุล ศาลอุทธรณ์ - นายวิชชา ชินวงษ์พราห์ม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.7610/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ4488/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1009/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
582418
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงดุสิต",
        "judge": "นายประสิทธิ์ รุจิวณิชย์กุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวิชชา ชินวงษ์พราห์ม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081978296"
    }
}
date
2557
deka_no
3140/2557
deka_running_no
3140
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "ชัยยุทธ ศรีจำนงค์",
    "วีระวัฒน์ ปวราจารย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 350"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 145 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นายคมสัน จุลกรังคะ โดยนายเอกพจน์ จุลกรังคะ"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ผู้เข้าดำเนินคดีต่างผู้ตาย กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวัฒนา งอกขาว"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ให้จำคุก 6 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ที่ 1 ถึงแก่ความตาย นายเอกพจน์ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายและในฐานะผู้จัดการมรดกของโจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าดำเนินคดีต่างผู้ตาย ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาต

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2546 บริษัทกฎหมายธำรงคุณธรรม จำกัด ซึ่งจำเลยเป็นกรรมการได้ลงทะเบียนโอนหุ้นของจำเลยจำนวน 7,300 หุ้น คิดเป็นเงิน 730,000 บาท ประเภทชำระค่าหุ้นครบแล้วไปให้แก่นายประเสริฐ ตามสำเนาบัญชีผู้ถือหุ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานโกงเจ้าหนี้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกของนายกำจัดฟ้องต่อศาลแพ่งว่า จำเลยครอบครองเงินจากการขายที่ดินของกองมรดกที่จะต้องนำมาแบ่งแก่ทายาท แต่จำเลยเบียดบังไว้ไม่ยอมส่งมอบแก่กองมรดก จึงขอให้จำเลยกับพวกคืนเงินดังกล่าว ศาลแพ่งวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นลูกหนี้จริงและให้จำเลยชำระเงิน 4,076,230.65 บาท พร้อมดอกเบี้ย คดีถึงที่สุด คำพิพากษาดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์ทั้งสองและจำเลย ซึ่งเป็นคู่ความในคดีดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์ทั้งสองมาฟ้องจำเลยคดีนี้เป็นคดีอาญา แต่ก็มีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นหนี้หรือไม่ อันเป็นประเด็นโดยตรงในคดีแพ่งดังกล่าว คดีจึงต้องฟังว่าจำเลยเป็นลูกหนี้จริง ส่วนที่จำเลยฎีกาอ้างว่า หุ้นที่ลงทะเบียนโอนเป็นของนายอนุสรณ์ จำเลยเพียงมีชื่อถือหุ้นแทนและจำเลยโอนให้นายประเสริฐตามคำสั่งของนายอนุสรณ์ เห็นว่า เป็นเพียงข้ออ้างลอย ๆ ไม่มีพยานหลักฐานใดสนับสนุนให้พอแก่การรับฟัง คดีรับฟังว่าจำเลยโอนขายหุ้นของจำเลยดังกล่าวให้แก่นายประเสริฐตามที่จำเลยมีหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ดังนี้ที่จำเลยโอนขายหุ้นของจำเลยแก่ผู้อื่นก่อนที่ศาลแพ่งจะมีคำพิพากษาเพียง 1 เดือน จึงเป็นพฤติการณ์ส่อให้เห็นว่าจำเลยกระทำเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนซึ่งใช้สิทธิทางศาลแล้วได้รับชำระหนี้ อันเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ4488/2547
primary_red_case_no
อ1009/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000343.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.7610/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557