คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3744/2558 ฉบับเต็ม

#582981
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3744/2558 ธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ สุขุม วิทจำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน โจทก์ นายพีระยุทธ รุจิเกียรติขจร ผู้ร้อง นายคงศักดิ์ จารึกสถิตย์วงศ์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสอง ที่ดินพิพาทคดีนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีเคยเคาะไม้ขายให้ผู้สู้ราคาสูงสุดมาแล้ว 3 ครั้ง และผู้สู้ราคาดังกล่าวผิดสัญญาซื้อขายไม่ชำระราคาที่ดินส่วนที่เหลือทั้งสามครั้ง เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงกำหนดเงื่อนไขการวางเงินประกันการเข้าสู้ราคาสูงกว่าร้อยละ 5 ของราคาที่เคยมีผู้เสนอสูงสุด โดยเสนอต่ออธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดีผู้รับมอบหมายเพื่อพิจารณา และโดยอาศัยคำสั่งกรมบังคับคดีที่ 64/2554 ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554 ก่อนการประกาศขายทอดตลาดที่ดินพิพาทในครั้งนี้ อันนับได้ว่าเป็นการประกาศขายทอดตลาดที่ดินพิพาทโดยชอบ ประกอบกับ ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสอง ที่ผู้ร้องยกขึ้นอ้างเพื่อขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาท ก็บัญญัติให้สิทธิแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี ซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าว เมื่อปรากฏว่า ผู้ร้องเป็นเพียงผู้อ้างว่าประสงค์จะเข้าสู้ราคา โดยมิได้เข้าร่วมสู้ราคา ผู้ร้องจึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี ซึ่งต้องเสียหายเพราะการบังคับคดีนี้ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาท ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 1370 ตำบลสามวาตะวันตก อำเภอมีนบุรี (เมือง) กรุงเทพมหานคร ของจำเลยเพื่อบังคับเอาชำระหนี้ตามคำพิพากษาเจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวแล้วเคาะไม้ขายทอดตลาดให้แก่นายกังวาลชัย ผู้ประมูลซื้อทรัพย์ในราคา 4,850,000 บาท ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด โจทก์และจำเลยไม่ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เดิมศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 10,441,153.62 บาท พร้อมดอกเบี้ยและหนี้เงินกู้จำนวน 8,289,946.14 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 124948 และ 124949 ตำบลคลองกุ่ม อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร กับที่ดินโฉนดเลขที่ 1370 และ 7719 ตำบลสามวาตะวันตกและตำบลบางชัน อำเภอมีนบุรี (เมือง) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยชำระหนี้จนครบ แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 1370 ตำบลสามวาตะวันตก อำเภอมีนบุรี (เมือง) กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 3 ไร่ เพื่อบังคับเอาชำระหนี้ โดยเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาทรัพย์พิพาทเป็นเงิน 4,080,000 บาท ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดที่ดินพิพาท โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้เข้าสู้ราคาต้องวางหลักประกันการเข้าสู้ราคาต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นเงินสดหรือแคชเชียร์เช็คหรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารเป็นเงิน 1,230,000 บาท เมื่อถึงวันนัดเจ้าพนักงานบังคับคดีเคาะไม้ขายทรัพย์พิพาทให้แก่นายกังวาลชัย ผู้ประมูลซื้อทรัพย์ในราคา 4,850,000 บาท โดยผู้ร้องไม่ได้เข้าร่วมประมูลสู้ราคา คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีและมีสิทธิขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดที่ดินพิพาทโดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้เข้าสู้ราคาต้องวางหลักประกันการเข้าสู้ราคาต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นจำนวนเงินสูงถึง 1,230,000 บาท ขัดต่อคำสั่งกรมบังคับคดีที่ 333/2551 เป็นการดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาท โดยอ้างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7(1) มาตรา 27 และมาตรา 296 แต่ปรากฏข้อเท็จจริง ตามบันทึกเสนอรายงานข้อเท็จจริงฉบับวันที่ 13 มีนาคม 2555 ของสำนักงานดำเนินการบังคับคดีกรุงเทพมหานคร เขตพื้นที่ 3 ในสำนวนว่า คำสั่งกรมบังคับคดีที่ 333/2551 ที่กำหนดเงื่อนไขให้วางเงินประกันการเสนอราคารายการละ 50,000 บาท นั้นเป็นกรณียังไม่เคยนำทรัพย์ออกขายหรือยังไม่ได้เคาะไม้ขายให้แก่ผู้เสนอราคาสูงสุด แต่ที่ดินพิพาทคดีนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีเคยเคาะไม้ขายให้ผู้สู้ราคาสูงสุดมาแล้ว 3 ครั้ง และผู้สู้ราคาดังกล่าวผิดสัญญาซื้อขายไม่ชำระราคาที่ดินส่วนที่เหลือทั้งสามครั้ง เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงกำหนดเงื่อนไขการวางเงินประกันการเข้าสู้ราคาสูงกว่าร้อยละ 5 ของราคาที่เคยมีผู้เสนอสูงสุด โดยเสนอต่ออธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดีผู้รับมอบหมายเพื่อพิจารณา และโดยอาศัยคำสั่งกรมบังคับคดีที่ 64/2554 ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554 ก่อนการประกาศขายทอดตลาดที่ดินพิพาทในครั้งนี้ อันนับได้ว่าเป็นการประกาศขายทอดตลาดที่ดินพิพาทโดยชอบ ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง ที่ผู้ร้องยกขึ้นอ้างเพื่อขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาท ก็บัญญัติให้สิทธิแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าว เมื่อปรากฏว่า ผู้ร้องเป็นเพียงผู้อ้างว่าประสงค์จะเข้าสู้ราคา โดยมิได้เข้าร่วมสู้ราคา ผู้ร้องจึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี ซึ่งต้องเสียหายเพราะการบังคับคดีนั้น ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาท ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา-บุญมี ฐิตะศิริ-จตุรงค์ นาสมใจ) ศาลแพ่ง - นายณัฐพงษ์ ตั้งสากล ศาลอุทธรณ์ - นางอารีย์ เตชะหรูวิจิตร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3188/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ16553/2542 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ5861/2544 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
582981
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายณัฐพงษ์ ตั้งสากล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางอารีย์ เตชะหรูวิจิตร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081972498"
    }
}
date
2558
deka_no
3744/2558
deka_running_no
3744
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา",
    "บุญมี ฐิตะศิริ",
    "จตุรงค์ นาสมใจ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 296 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "ธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "สุขุม วิทจำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายพีระยุทธ รุจิเกียรติขจร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายคงศักดิ์ จารึกสถิตย์วงศ์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 1370 ตำบลสามวาตะวันตก อำเภอมีนบุรี (เมือง) กรุงเทพมหานคร ของจำเลยเพื่อบังคับเอาชำระหนี้ตามคำพิพากษาเจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวแล้วเคาะไม้ขายทอดตลาดให้แก่นายกังวาลชัย ผู้ประมูลซื้อทรัพย์ในราคา 4,850,000 บาท

ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด

โจทก์และจำเลยไม่ยื่นคำคัดค้าน

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เดิมศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 10,441,153.62 บาท พร้อมดอกเบี้ยและหนี้เงินกู้จำนวน 8,289,946.14 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 124948 และ 124949 ตำบลคลองกุ่ม อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร กับที่ดินโฉนดเลขที่ 1370 และ 7719 ตำบลสามวาตะวันตกและตำบลบางชัน อำเภอมีนบุรี (เมือง) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยชำระหนี้จนครบ แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 1370 ตำบลสามวาตะวันตก อำเภอมีนบุรี (เมือง) กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 3 ไร่ เพื่อบังคับเอาชำระหนี้ โดยเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาทรัพย์พิพาทเป็นเงิน 4,080,000 บาท ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดที่ดินพิพาท โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้เข้าสู้ราคาต้องวางหลักประกันการเข้าสู้ราคาต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นเงินสดหรือแคชเชียร์เช็คหรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารเป็นเงิน 1,230,000 บาท เมื่อถึงวันนัดเจ้าพนักงานบังคับคดีเคาะไม้ขายทรัพย์พิพาทให้แก่นายกังวาลชัย ผู้ประมูลซื้อทรัพย์ในราคา 4,850,000 บาท โดยผู้ร้องไม่ได้เข้าร่วมประมูลสู้ราคา

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีและมีสิทธิขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดที่ดินพิพาทโดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้เข้าสู้ราคาต้องวางหลักประกันการเข้าสู้ราคาต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นจำนวนเงินสูงถึง 1,230,000 บาท ขัดต่อคำสั่งกรมบังคับคดีที่ 333/2551 เป็นการดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาท โดยอ้างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7(1) มาตรา 27 และมาตรา 296 แต่ปรากฏข้อเท็จจริง ตามบันทึกเสนอรายงานข้อเท็จจริงฉบับวันที่ 13 มีนาคม 2555 ของสำนักงานดำเนินการบังคับคดีกรุงเทพมหานคร เขตพื้นที่ 3 ในสำนวนว่า คำสั่งกรมบังคับคดีที่ 333/2551 ที่กำหนดเงื่อนไขให้วางเงินประกันการเสนอราคารายการละ 50,000 บาท นั้นเป็นกรณียังไม่เคยนำทรัพย์ออกขายหรือยังไม่ได้เคาะไม้ขายให้แก่ผู้เสนอราคาสูงสุด แต่ที่ดินพิพาทคดีนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีเคยเคาะไม้ขายให้ผู้สู้ราคาสูงสุดมาแล้ว 3 ครั้ง และผู้สู้ราคาดังกล่าวผิดสัญญาซื้อขายไม่ชำระราคาที่ดินส่วนที่เหลือทั้งสามครั้ง เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงกำหนดเงื่อนไขการวางเงินประกันการเข้าสู้ราคาสูงกว่าร้อยละ 5 ของราคาที่เคยมีผู้เสนอสูงสุด โดยเสนอต่ออธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดีผู้รับมอบหมายเพื่อพิจารณา และโดยอาศัยคำสั่งกรมบังคับคดีที่ 64/2554 ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554 ก่อนการประกาศขายทอดตลาดที่ดินพิพาทในครั้งนี้ อันนับได้ว่าเป็นการประกาศขายทอดตลาดที่ดินพิพาทโดยชอบ ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง ที่ผู้ร้องยกขึ้นอ้างเพื่อขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาท ก็บัญญัติให้สิทธิแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าว เมื่อปรากฏว่า ผู้ร้องเป็นเพียงผู้อ้างว่าประสงค์จะเข้าสู้ราคา โดยมิได้เข้าร่วมสู้ราคา ผู้ร้องจึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี ซึ่งต้องเสียหายเพราะการบังคับคดีนั้น ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาท ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ16553/2542
primary_red_case_no
พ5861/2544
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000293.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3188/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558