คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8717/2558 ฉบับเต็ม

#583253
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8717/2558 วัดบางกะจะ โจทก์ นางสำเริง ปกรณ์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 234, มาตรา 236 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย เท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ กรณีเช่นนี้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงเป็นที่สุดตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านเลขที่ 4/1 หมู่ที่ 4 ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 9241 ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 1,500 บาท และต่อไปเดือนละ 250 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะย้ายออกจากที่ดินพิพาท กับให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดที่ศาลอนุญาตแล้ว จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลย คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2558 โดยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย เท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ กรณีเช่นนี้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงเป็นที่สุดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาจำเลย คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ (สิริรัตน์ จันทรา-สมยศ เข็มทอง-ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์) ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายสมพร สมุทรคุณ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1786/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ900/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1057/2557 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
583253
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา",
        "judge": "นายสมพร สมุทรคุณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081970231"
    }
}
date
2558
deka_no
8717/2558
deka_running_no
8717
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "สิริรัตน์ จันทรา",
    "สมยศ เข็มทอง",
    "ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 234",
            "ม. 236"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "วัดบางกะจะ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสำเริง ปกรณ์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านเลขที่ 4/1 หมู่ที่ 4 ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 9241 ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 1,500 บาท และต่อไปเดือนละ 250 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะย้ายออกจากที่ดินพิพาท กับให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดที่ศาลอนุญาตแล้ว จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลย คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2558 โดยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย เท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ กรณีเช่นนี้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงเป็นที่สุดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาจำเลย คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ900/2556
primary_red_case_no
พ1057/2557
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000273.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1786/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558