คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3745/2558 ฉบับเต็ม

#583695
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3745/2558 ธนาคาร น. โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ. ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน โจทก์ บริษัทบริหารสินทรัพย์ ส. ผู้คัดค้าน บริษัท ส. กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 296 (เดิม) พ.ร.ก.บริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 มาตรา 7 เมื่อบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ. ได้ทำสัญญาการโอนกิจการกับผู้คัดค้านโดยตกลงโอนสินทรัพย์ทุกชนิด หนี้สินและภาระผูกพันทั้งหมดซึ่งรวมทั้งหนี้ตามคำพิพากษาที่จำเลยที่ 7 ค้างชำระบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ. แก่ผู้คัดค้านแล้ว สิทธิเรียกร้องในหนี้ดังกล่าวย่อมตกเป็นของผู้คัดค้าน ทั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ. ได้จดทะเบียนเลิกบริษัทต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครแล้ว ดังนั้น ผู้ชำระบัญชีบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ. จึงไม่มีอำนาจมอบอำนาจให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินแทน ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 7 ร่วมกันชำระเงิน 4,752,222.98 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ของต้นเงิน 2,860,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จแก่โจทก์ แต่จำเลยที่ 1 และที่ 7 ไม่ชำระ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 8534 ของจำเลยที่ 7 ขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา จำเลยที่ 7 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดและเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวข้างต้น ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2547 บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด โอนกิจการทั้งหมดแก่ผู้คัดค้านรวมทั้งหนี้ตามคำร้อง แล้วบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด จดทะเบียนเลิกบริษัท เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2547 นายเจริญจิตร ผู้ชำระบัญชีบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด มอบอำนาจให้ (ว่าที่) ร้อยตรีภพพรหม ทำการบังคับคดีโดยชอบ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาทำการยึดที่ดินของจำเลยที่ 7 ตามคำร้องโดยชอบ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอเพิกถอนการยึดทรัพย์ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2550 และคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนศาลพิพากษาหรือมีคำสั่ง ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 ของจำเลยที่ 7 ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ จำเลยที่ 7 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 8534 ของจำเลยที่ 7 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ ผู้คัดค้านฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 7 ถึงแก่ความตาย นายธันว์ ผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 7 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยที่ 7 เป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาแล้วไม่ชำระหนี้ ต่อมาบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด เข้าสวมสิทธิในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2547 บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ทำสัญญาการโอนกิจการรวมทั้งหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวแก่บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด และเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2547 บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด จดทะเบียนเลิกบริษัทต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ต่อมาวันที่ 1 มกราคม 2549 นายเจริญจิตร ผู้ชำระบัญชีบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด มอบอำนาจให้ (ว่าที่) ร้อยตรีภพพรหม ดำเนินการบังคับคดี และเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2549 (ว่าที่) ร้อยตรีภพพรหมนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 8534 เพื่อนำมาขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ยังอยู่ในฐานะเจ้าหนี้จำเลยที่ 7 ตามคำพิพากษาผู้สวมสิทธิโจทก์และมีอำนาจดำเนินการบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยที่ 7 มาขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ได้ทำสัญญาการโอนกิจการกับผู้คัดค้านโดยตกลงโอนสินทรัพย์ทุกชนิด หนี้สินและภาระผูกพันทั้งหมดซึ่งรวมทั้งหนี้ตามคำพิพากษาที่จำเลยที่ 7 ค้างชำระบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด แก่ผู้คัดค้านแล้ว สิทธิเรียกร้องในหนี้ดังกล่าวย่อมตกเป็นของผู้คัดค้าน ทั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ได้จดทะเบียนเลิกบริษัทต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครแล้ว ดังนั้น ผู้ชำระบัญชีบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด จึงไม่มีอำนาจมอบอำนาจให้ (ว่าที่) ร้อยตรีภพพรหมบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินแทนตามคำร้องของจำเลยที่ 7 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สัณธาน ขันทมณี-ธงชัย เสนามนตรี-ชาญวิทย์ รักษ์กุลชน) ศาลแพ่ง - นางชื่นอารี ชุ่มจิตร ศาลอุทธรณ์ - นายเดชา สร้อยสุวรรณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3412/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ21412/2538 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ21545/2539 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
583695
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางชื่นอารี ชุ่มจิตร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายเดชา สร้อยสุวรรณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081972497"
    }
}
date
2558
deka_no
3745/2558
deka_running_no
3745
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "สัณธาน ขันทมณี",
    "ธงชัย เสนามนตรี",
    "ชาญวิทย์ รักษ์กุลชน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 296 (เดิม)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.ก.บริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 7"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "ธนาคาร น."
    },
    {
        "role": "",
        "name": "โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ."
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์ ส."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท ส. กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 7 ร่วมกันชำระเงิน 4,752,222.98 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ของต้นเงิน 2,860,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จแก่โจทก์ แต่จำเลยที่ 1 และที่ 7 ไม่ชำระ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 8534 ของจำเลยที่ 7 ขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา

จำเลยที่ 7 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดและเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวข้างต้น

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2547 บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด โอนกิจการทั้งหมดแก่ผู้คัดค้านรวมทั้งหนี้ตามคำร้อง แล้วบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด จดทะเบียนเลิกบริษัท เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2547 นายเจริญจิตร ผู้ชำระบัญชีบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด มอบอำนาจให้ (ว่าที่) ร้อยตรีภพพรหม ทำการบังคับคดีโดยชอบ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาทำการยึดที่ดินของจำเลยที่ 7 ตามคำร้องโดยชอบ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอเพิกถอนการยึดทรัพย์ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2550 และคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนศาลพิพากษาหรือมีคำสั่ง ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 ของจำเลยที่ 7 ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 7 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 8534 ของจำเลยที่ 7 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านฎีกา

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 7 ถึงแก่ความตาย นายธันว์ ผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 7 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาต

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยที่ 7 เป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาแล้วไม่ชำระหนี้ ต่อมาบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด เข้าสวมสิทธิในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2547 บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ทำสัญญาการโอนกิจการรวมทั้งหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวแก่บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด และเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2547 บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด จดทะเบียนเลิกบริษัทต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ต่อมาวันที่ 1 มกราคม 2549 นายเจริญจิตร ผู้ชำระบัญชีบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด มอบอำนาจให้ (ว่าที่) ร้อยตรีภพพรหม ดำเนินการบังคับคดี และเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2549 (ว่าที่) ร้อยตรีภพพรหมนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 8534 เพื่อนำมาขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ยังอยู่ในฐานะเจ้าหนี้จำเลยที่ 7 ตามคำพิพากษาผู้สวมสิทธิโจทก์และมีอำนาจดำเนินการบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยที่ 7 มาขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ได้ทำสัญญาการโอนกิจการกับผู้คัดค้านโดยตกลงโอนสินทรัพย์ทุกชนิด หนี้สินและภาระผูกพันทั้งหมดซึ่งรวมทั้งหนี้ตามคำพิพากษาที่จำเลยที่ 7 ค้างชำระบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด แก่ผู้คัดค้านแล้ว สิทธิเรียกร้องในหนี้ดังกล่าวย่อมตกเป็นของผู้คัดค้าน ทั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ได้จดทะเบียนเลิกบริษัทต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครแล้ว ดังนั้น ผู้ชำระบัญชีบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด จึงไม่มีอำนาจมอบอำนาจให้ (ว่าที่) ร้อยตรีภพพรหมบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินแทนตามคำร้องของจำเลยที่ 7 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ21412/2538
primary_red_case_no
พ21545/2539
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000293.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3412/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558