คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2331/2558 ฉบับเต็ม

#583698
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2331/2558 บริษัทไวซ์ แมเนชเมนท์ จำกัด โจทก์ นายมาโนช นฤมล กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 193/12 เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 10 ประจำวันที่ 5 มิถุนายน 2539 และงวดที่ 11 ประจำวันที่ 5 กรกฎาคม 2539 จึงเป็นการผิดนัดสองงวดติดต่อกันตามสัญญา โจทก์จึงสามารถใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนและชำระค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพย์ได้นับแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2539 รวมทั้งค่าขาดราคาซึ่งเป็นค่าเสียหายประการหนึ่งที่ศาลกำหนดให้ได้ตามพฤติการณ์ความเสียหายซึ่งโจทก์สามารถพิสูจน์ได้ หาจำต้องรอให้ขายรถยนต์เสียก่อนไม่ อายุความจึงต้องเริ่มนับตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไป มิใช่เริ่มนับแต่วันที่ผู้ให้เช่าซื้อทราบถึงจำนวนค่าขาดราคาเพราะหากเป็นกรณีเป็นไปดังที่โจทก์ฎีกาแล้ว กรณีย่อมไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับว่าโจทก์จะนำรถออกประมูลขายเมื่อใด อันมีผลทำให้โจทก์สามารถกำหนดวันเริ่มต้นที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ซึ่งไม่ถูกต้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 193/12 เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยทั้งสองในวันที่ 12 มกราคม 2550 ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความสิบปี ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหาย 169,562.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 123,318 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 1 ฒ - 5186 กรุงเทพมหานคร จากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ธนทรัพย์ จำกัด (มหาชน) ในราคา 309,552 บาท ตกลงชำระค่าเช่าซื้อรวม 48 งวด เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 5 กันยายน 2538 งวดต่อไปชำระทุกวันที่ 5 ของเดือน หากผิดนัดสองงวดติดต่อกันให้ถือว่าสัญญาเลิกกัน มีนายกมล บิดาจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันโดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม หลังทำสัญญาจำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 10 ประจำวันที่ 5 มิถุนายน 2540 เป็นต้นไป บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ธนทรัพย์ จำกัด (มหาชน) ยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนและนำออกประมูลขายได้ราคา 155,000 บาท ขาดราคาตามสัญญาเช่าซื้อ 93,318 บาท ต่อมาบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ธนทรัพย์ จำกัด (มหาชน) ตกเป็นบุคคลล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รวบรวมทรัพย์สินและนำสิทธิเรียกร้องบริษัทออกขายทอดตลาด โจทก์ประมูลซื้อสิทธิเรียกร้องดังกล่าวได้ และมีหนังสือแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองทราบแล้ว ในส่วนของค่าขาดประโยชน์นั้น โจทก์ไม่ได้ฎีกา ค่าเสียหายจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์ที่ขอให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าขาดราคานั้นขาดอายุความสิบปีแล้วหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า สัญญาเช่าซื้อเลิกกันเนื่องจากผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อสองงวดติดต่อกันมีผลเพียงก่อให้เกิดสิทธิผู้ให้เช่าซื้อในการติดตามรถยนต์ที่เช่าซื้อคืน ส่วนค่าขาดราคามีอยู่เท่าใดจะทราบได้ต่อเมื่อประมูลขายรถที่เช่าซื้อแล้ว สิทธิเรียกร้องค่าขาดราคาจึงเริ่มนับแต่วันถัดจากวันประมูลขายนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 บัญญัติว่า อายุความให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป ซึ่งตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 14 ระบุว่า "ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อสองงวดติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีการบอกกล่าวทวงถามหรือไม่ก็ตาม หรือในกรณีที่ผู้เช่าซื้อประพฤติผิดสัญญาหรือไม่ประพฤติปฏิบัติตามข้อตกลงหรือเงื่อนไขที่กล่าวมาข้างต้นหรือที่จะกล่าวในข้อต่อ ๆ ไป ให้ถือว่าสัญญานี้เป็นอันยกเลิกสิ้นสุดลงทันที"เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 10 ประจำวันที่ 5 มิถุนายน 2539 และผิดนัดในงวดที่ 11 ประจำวันที่ 5 กรกฎาคม 2539 ด้วย จึงเป็นการผิดนัดสองงวดติดต่อกัน โจทก์จึงสามารถใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนและชำระค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพย์ได้นับแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2539 รวมทั้งค่าขาดราคาซึ่งเป็นค่าเสียหายประการหนึ่ง ที่ศาลกำหนดให้ได้ตามพฤติการณ์ความเสียหายซึ่งโจทก์สามารถนำสืบพิสูจน์ได้ หาจำต้องรอให้ขายรถยนต์เสียก่อนไม่ อายุความจึงต้องเริ่มนับตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไป มิใช่เริ่มนับแต่วันที่ผู้ให้เช่าซื้อทราบถึงจำนวนค่าขาดราคา เพราะหากกรณีเป็นไปดังที่โจทก์ฎีกาแล้ว กรณีย่อมไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับว่าโจทก์จะนำรถออกประมูลขายเมื่อใด อันมีผลทำให้โจทก์สามารถกำหนดวันเริ่มต้นที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ซึ่งไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติ มาตรา 193/12 ดังกล่าวแล้ว ดังนั้น เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยทั้งสองในวันที่ 12 มกราคม 2550 ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความสิบปี ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (จรูญ ชีวิตโสภณ-วิรุฬห์ แสงเทียน-อภิรัตน์ ลัดพลี) ศาลแขวงพระโขนง - นายวัชรพล หมายสวัสดิ์ ศาลอุทธรณ์ - นายชูศักดิ์ จำปา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก พาณิชย์และเศรษฐกิจ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.217/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ251/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1002/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
583698
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระโขนง",
        "judge": "นายวัชรพล หมายสวัสดิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายชูศักดิ์ จำปา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081973068"
    }
}
date
2558
deka_no
2331/2558
deka_running_no
2331
deka_year
2558
department
พาณิชย์และเศรษฐกิจ
judges
[
    "จรูญ ชีวิตโสภณ",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "อภิรัตน์ ลัดพลี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/12"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทไวซ์ แมเนชเมนท์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมาโนช นฤมล กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหาย 169,562.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 123,318 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 1 ฒ - 5186 กรุงเทพมหานคร จากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ธนทรัพย์ จำกัด (มหาชน) ในราคา 309,552 บาท ตกลงชำระค่าเช่าซื้อรวม 48 งวด เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 5 กันยายน 2538 งวดต่อไปชำระทุกวันที่ 5 ของเดือน หากผิดนัดสองงวดติดต่อกันให้ถือว่าสัญญาเลิกกัน มีนายกมล บิดาจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันโดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม หลังทำสัญญาจำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 10 ประจำวันที่ 5 มิถุนายน 2540 เป็นต้นไป บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ธนทรัพย์ จำกัด (มหาชน) ยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนและนำออกประมูลขายได้ราคา 155,000 บาท ขาดราคาตามสัญญาเช่าซื้อ 93,318 บาท ต่อมาบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ธนทรัพย์ จำกัด (มหาชน) ตกเป็นบุคคลล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รวบรวมทรัพย์สินและนำสิทธิเรียกร้องบริษัทออกขายทอดตลาด โจทก์ประมูลซื้อสิทธิเรียกร้องดังกล่าวได้ และมีหนังสือแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองทราบแล้ว ในส่วนของค่าขาดประโยชน์นั้น โจทก์ไม่ได้ฎีกา ค่าเสียหายจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์ที่ขอให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าขาดราคานั้นขาดอายุความสิบปีแล้วหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า สัญญาเช่าซื้อเลิกกันเนื่องจากผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อสองงวดติดต่อกันมีผลเพียงก่อให้เกิดสิทธิผู้ให้เช่าซื้อในการติดตามรถยนต์ที่เช่าซื้อคืน ส่วนค่าขาดราคามีอยู่เท่าใดจะทราบได้ต่อเมื่อประมูลขายรถที่เช่าซื้อแล้ว สิทธิเรียกร้องค่าขาดราคาจึงเริ่มนับแต่วันถัดจากวันประมูลขายนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 บัญญัติว่า อายุความให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป ซึ่งตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 14 ระบุว่า "ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อสองงวดติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีการบอกกล่าวทวงถามหรือไม่ก็ตาม หรือในกรณีที่ผู้เช่าซื้อประพฤติผิดสัญญาหรือไม่ประพฤติปฏิบัติตามข้อตกลงหรือเงื่อนไขที่กล่าวมาข้างต้นหรือที่จะกล่าวในข้อต่อ ๆ ไป ให้ถือว่าสัญญานี้เป็นอันยกเลิกสิ้นสุดลงทันที"เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 10 ประจำวันที่ 5 มิถุนายน 2539 และผิดนัดในงวดที่ 11 ประจำวันที่ 5 กรกฎาคม 2539 ด้วย จึงเป็นการผิดนัดสองงวดติดต่อกัน โจทก์จึงสามารถใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนและชำระค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพย์ได้นับแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2539 รวมทั้งค่าขาดราคาซึ่งเป็นค่าเสียหายประการหนึ่ง ที่ศาลกำหนดให้ได้ตามพฤติการณ์ความเสียหายซึ่งโจทก์สามารถนำสืบพิสูจน์ได้ หาจำต้องรอให้ขายรถยนต์เสียก่อนไม่ อายุความจึงต้องเริ่มนับตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไป มิใช่เริ่มนับแต่วันที่ผู้ให้เช่าซื้อทราบถึงจำนวนค่าขาดราคา เพราะหากกรณีเป็นไปดังที่โจทก์ฎีกาแล้ว กรณีย่อมไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับว่าโจทก์จะนำรถออกประมูลขายเมื่อใด อันมีผลทำให้โจทก์สามารถกำหนดวันเริ่มต้นที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ซึ่งไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติ มาตรา 193/12 ดังกล่าวแล้ว ดังนั้น เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยทั้งสองในวันที่ 12 มกราคม 2550 ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความสิบปี ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ251/2550
primary_red_case_no
พ1002/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000298.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พณ.217/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558