คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8973/2558 ฉบับเต็ม

#584538
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8973/2558 นางสาวจันทิมา จันทร์ตรี โจทก์ นายสุนทร กองแก้ว จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 229 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาครั้งแรกให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยอุทธรณ์โดยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางพร้อมกับอุทธรณ์ครบถ้วนแล้ว ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและยกอุทธรณ์ของจำเลย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาใหม่โดยให้มีผู้พิพากษาครบองค์คณะ ให้คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ แต่จำเลยยังไม่ได้ขอรับเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ที่วางไว้ต่อศาลชั้นต้นคืน ต่อมาเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาครั้งที่สอง ให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนด ค่าทนายความ 3,000 บาท กรณีถือว่าจำเลยได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางต่อศาลพร้อมกับอุทธรณ์แล้ว จำเลยจึงไม่ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางพร้อมอุทธรณ์เพิ่มเติมอีก ทั้งไม่จำต้องมีคำขอให้เอาเงินดังกล่าวมาวางพร้อมอุทธรณ์ครั้งที่สองด้วย อุทธรณ์ของจำเลยครั้งที่สองจึงเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 229 แล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามโฉนดที่ดินเลขที่ 56106 ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามที่ดินโฉนดเลขที่ 56106 ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 3,500 บาท แก่โจทก์ นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินและออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ โดยเสียค่าขึ้นศาลและค่าขึ้นศาลอนาคต 300 บาท พร้อมนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาล ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาแล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและให้ชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ เป็นคดีมีทุนทรัพย์จึงให้ศาลชั้นต้นตีราคาทรัพย์สินที่พิพาท ให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้ครบถ้วน หากทุนทรัพย์ที่พิพาทเกินสามแสนให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 4 เพื่อดำเนินการต่อไป ศาลชั้นต้นนัดพร้อมคู่ความแถลงร่วมกันว่า ราคาทรัพย์สินที่พิพาทอันเป็นทุนทรัพย์คดีนี้ 410,000 บาท ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 4 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและยกอุทธรณ์ของจำเลย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาใหม่โดยให้มีผู้พิพากษาครบองค์คณะ ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ แล้วพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากสิ่งปลูกสร้างและที่ดินโฉนดเลขที่ 56106 เลขที่ดิน 100 ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 3,500 บาท นับจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 4 พฤษภาคม 2555) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากสิ่งปลูกสร้างและที่ดิน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยชอบหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า จำเลยได้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความใช้แทนในชั้นอุทธรณ์แล้ว เมื่อครั้งที่จำเลยยื่นอุทธรณ์ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 ตามใบเสร็จรับเงินลงวันที่ 19 มีนาคม 2556 การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่า จำเลยไม่ได้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์จึงเป็นการผิดหลงนั้น เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาครั้งแรกในวันที่ 26 ธันวาคม 2555 ว่า ให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยอุทธรณ์โดยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางพร้อมกับอุทธรณ์ครบถ้วนแล้ว ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและยกอุทธรณ์ของจำเลย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาใหม่ โดยให้มีผู้พิพากษาครบองค์คณะ ให้คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ ดังนั้น เงินค่าธรรมเนียมที่ศาลชั้นต้นเคยสั่งให้จำเลยต้องรับผิดใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 26 ธันวาคม 2555 จึงถูกยกไปด้วยตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 แต่จำเลยยังไม่ได้ขอรับเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ที่วางไว้ต่อศาลชั้นต้นคืน ต่อมาเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาครั้งที่สองในวันที่ 25 สิงหาคม 2557 ว่า ให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท เงินค่าธรรมเนียมที่ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยรับผิดใช้แทนโจทก์ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 25 สิงหาคม 2557 เมื่อคำนวณแล้วก็มีจำนวนเท่ากันกับจำนวนเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ ที่จำเลยได้วางต่อศาลชั้นต้นในครั้งก่อนซึ่งจำเลยยังไม่ได้รับคืนไป กรณีถือว่าจำเลยได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางต่อศาลพร้อมกับอุทธรณ์แล้ว จำเลยจึงไม่ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางพร้อมอุทธรณ์เพิ่มเติมอีก ทั้งไม่จำต้องมีคำขอให้เอาเงินมาวางพร้อมอุทธรณ์ครั้งที่สองด้วย อุทธรณ์ของจำเลยครั้งที่สอง จึงเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ (นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี-สมยศ เข็มทอง-ปกรณ์ มหรรณพ) ศาลจังหวัดสว่างแดนดิน - นายสังกาส เนาวรัตนพันธ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายวิชัย ศิริแสงทอง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1861/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ457/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1033/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
584538
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสว่างแดนดิน",
        "judge": "นายสังกาส เนาวรัตนพันธ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายวิชัย ศิริแสงทอง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081970007"
    }
}
date
2558
deka_no
8973/2558
deka_running_no
8973
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี",
    "สมยศ เข็มทอง",
    "ปกรณ์ มหรรณพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 229"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวจันทิมา จันทร์ตรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุนทร กองแก้ว"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามโฉนดที่ดินเลขที่ 56106 ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามที่ดินโฉนดเลขที่ 56106 ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 3,500 บาท แก่โจทก์ นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินและออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ โดยเสียค่าขึ้นศาลและค่าขึ้นศาลอนาคต 300 บาท พร้อมนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาล

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาแล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและให้ชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ เป็นคดีมีทุนทรัพย์จึงให้ศาลชั้นต้นตีราคาทรัพย์สินที่พิพาท ให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้ครบถ้วน หากทุนทรัพย์ที่พิพาทเกินสามแสนให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 4 เพื่อดำเนินการต่อไป

ศาลชั้นต้นนัดพร้อมคู่ความแถลงร่วมกันว่า ราคาทรัพย์สินที่พิพาทอันเป็นทุนทรัพย์คดีนี้ 410,000 บาท ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 4

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและยกอุทธรณ์ของจำเลย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาใหม่โดยให้มีผู้พิพากษาครบองค์คณะ ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ แล้วพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากสิ่งปลูกสร้างและที่ดินโฉนดเลขที่ 56106 เลขที่ดิน 100 ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 3,500 บาท นับจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 4 พฤษภาคม 2555) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากสิ่งปลูกสร้างและที่ดิน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยชอบหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า จำเลยได้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความใช้แทนในชั้นอุทธรณ์แล้ว เมื่อครั้งที่จำเลยยื่นอุทธรณ์ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 ตามใบเสร็จรับเงินลงวันที่ 19 มีนาคม 2556 การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่า จำเลยไม่ได้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์จึงเป็นการผิดหลงนั้น เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาครั้งแรกในวันที่ 26 ธันวาคม 2555 ว่า ให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยอุทธรณ์โดยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางพร้อมกับอุทธรณ์ครบถ้วนแล้ว ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและยกอุทธรณ์ของจำเลย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาใหม่ โดยให้มีผู้พิพากษาครบองค์คณะ ให้คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ ดังนั้น เงินค่าธรรมเนียมที่ศาลชั้นต้นเคยสั่งให้จำเลยต้องรับผิดใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 26 ธันวาคม 2555 จึงถูกยกไปด้วยตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 แต่จำเลยยังไม่ได้ขอรับเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ที่วางไว้ต่อศาลชั้นต้นคืน ต่อมาเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาครั้งที่สองในวันที่ 25 สิงหาคม 2557 ว่า ให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท เงินค่าธรรมเนียมที่ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยรับผิดใช้แทนโจทก์ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 25 สิงหาคม 2557 เมื่อคำนวณแล้วก็มีจำนวนเท่ากันกับจำนวนเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ ที่จำเลยได้วางต่อศาลชั้นต้นในครั้งก่อนซึ่งจำเลยยังไม่ได้รับคืนไป กรณีถือว่าจำเลยได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางต่อศาลพร้อมกับอุทธรณ์แล้ว จำเลยจึงไม่ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางพร้อมอุทธรณ์เพิ่มเติมอีก ทั้งไม่จำต้องมีคำขอให้เอาเงินมาวางพร้อมอุทธรณ์ครั้งที่สองด้วย อุทธรณ์ของจำเลยครั้งที่สอง จึงเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
opensearch_id
primary_black_case_no
พ457/2555
primary_red_case_no
พ1033/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000271.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1861/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558