คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2046/2558 ฉบับเต็ม

#584540
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2046/2558 นางสาวณิชมน พิพัฒน์วีรวัฒน์ ผู้ร้อง นางนิภาพร พิพัฒน์วีรวัฒน์ ผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. มาตรา 24, มาตรา 144 ป.พ.พ. มาตรา 1727 ป.วิ.พ. มาตรา 24 มิใช่บทบังคับให้ศาลต้องวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตามคำขอของคู่ความทุกเรื่อง ถ้าเห็นว่าการวินิจฉัยชี้ขาดดังกล่าวไม่เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายที่ขอหรือคดีจำเป็นต้องดำเนินการพิจารณาต่อไป ศาลชั้นต้นมีอำนาจใช้ดุลพินิจและมีคำสั่งให้รอไว้วินิจฉัยในคำพิพากษาได้ ในการพิจารณาคำร้องขอของผู้ร้องครั้งแรกในศาลชั้นต้น ผู้คัดค้านมิได้เป็นคู่ความในคดีและประเด็นในการวินิจฉัยของศาลชั้นต้นครั้งแรกเป็นเรื่องผู้ร้องเหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่เท่านั้น ไม่มีประเด็นว่าพินัยกรรมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ส่วนประเด็นครั้งหลังเป็นเรื่องสมควรถอดถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่ ทั้งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727 ว่า เมื่อมีเหตุอันสมควร ศาลมีอำนาจถอนผู้จัดการมรดกเสียได้ เมื่อผู้คัดค้านร้องขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายอ้างว่าพินัยกรรมปลอมแต่ผู้ร้องคัดค้านคำร้องขอของผู้คัดค้าน ดังนี้ คำร้องขอของผู้คัดค้านและคำคัดค้านของผู้ร้อง จึงเป็นคำคู่ความที่จะก่อให้เกิดเป็นประเด็นข้อพิพาท ซึ่งแตกต่างจากประเด็นในการพิจารณาครั้งแรก จึงถือไม่ได้ว่าศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางสาวณิชมน ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายยุวชาติ ผู้ตายโดยพินัยกรรม นางนิภาพร ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอว่า ผู้คัดค้านเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายและเป็นมารดาของผู้ร้อง ผู้ร้องมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ และไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย พินัยกรรมที่ผู้ร้องนำมาเป็นเหตุร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายเป็นพินัยกรรมปลอม ขอให้ศาลมีคำสั่งถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านว่า ผู้ร้องได้ดำเนินการตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดก ไม่ได้ละเลยหรือทำผิดต่อหน้าที่ของผู้จัดการมรดก โดยอยู่ระหว่างรวบรวมทรัพย์มรดกของผู้ตาย ที่ผู้คัดค้านอ้างว่าพินัยกรรมที่ผู้ร้องนำมาใช้อ้างต่อศาลเป็นพินัยกรรมปลอมนั้นไม่เป็นความจริง ขอให้ยกคำร้องขอของผู้คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย คำขออื่นของผู้คัดค้านนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องและผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ตั้งนางนิภาพรผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนายยุวชาติ ผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกตามที่ผู้ร้องฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยตามประเด็นที่ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า ผู้คัดค้านถูกกำจัดจากกองมรดกเพราะผู้คัดค้านปิดบังซ่อนเร้นและยักยอกทรัพย์มรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1605 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นต้องวินิจฉัยก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 แต่ศาลชั้นต้นไม่วินิจฉัยให้ หากวินิจฉัยเป็นคุณแก่ผู้ร้องแล้วก็ไม่ต้องพิจารณาคดีต่อไป คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงไม่ชอบ เห็นว่า การที่ผู้ร้องอุทธรณ์ในปัญหาดังกล่าวและศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยไว้ แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏอยู่แล้วในสำนวน ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยเสียเอง โดยไม่ย้อนสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอีก ปัญหานี้เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 มิใช่บทบังคับศาลต้องทำการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตามคำขอของคู่ความทุกเรื่อง ถ้าเห็นว่าการวินิจฉัยชี้ขาดดังกล่าวไม่เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายที่ขอหรือคดีจำเป็นต้องดำเนินการพิจารณาต่อไป ศาลชั้นต้นมีอำนาจใช้ดุลพินิจและมีคำสั่งให้รอไว้วินิจฉัยในคำพิพากษา ดังนี้ การที่ศาลชั้นต้นไม่หยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยก่อนมีคำพิพากษาเสียเอง ก็เป็นเรื่องดุลพินิจของศาลชั้นต้น การดำเนินกระบวนการพิจารณาของศาลชั้นต้นชอบแล้ว ฎีกาผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปตามที่ผู้ร้องฎีกาว่า ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้คัดค้านมีสิทธิพิสูจน์ว่าพินัยกรรมปลอม เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 หรือไม่ ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ผู้ร้องไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในชั้นอุทธรณ์ก็มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ ผู้ร้องอ้างว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามพินัยกรรม คดีถึงที่สุด จึงต้องถือว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยเป็นที่สุดแล้วว่าพินัยกรรมชอบด้วยกฎหมาย การดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นผู้คัดค้านที่ขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายอ้างว่าพินัยกรรมปลอมจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ เห็นว่า ในการพิจารณาคำร้องขอของผู้ร้องครั้งแรกในศาลชั้นต้น ผู้คัดค้านมิได้เป็นคู่ความในคดีและประเด็นในการวินิจฉัยของศาลชั้นต้นครั้งแรกเป็นเรื่องผู้ร้องเหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่เท่านั้น ไม่มีประเด็นว่าพินัยกรรมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ส่วนประเด็นครั้งหลังเป็นเรื่องสมควรถอดถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่ ทั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727 ว่า เมื่อมีเหตุอันสมควร ศาลมีอำนาจถอนผู้จัดการมรดกเสียได้เมื่อผู้คัดค้านร้องขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย อ้างว่าพินัยกรรมปลอมแต่ผู้ร้องคัดค้านคำร้องขอของผู้คัดค้าน ดังนี้ คำร้องขอของผู้คัดค้าน และคำคัดค้านของผู้ร้อง จึงเป็นคำคู่ความที่จะก่อให้เกิดเป็นประเด็นข้อพิพาท ซึ่งแตกต่างกัน จึงถือไม่ได้ว่าศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนการพิจารณาซ้ำ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ฎีกาผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้น สำหรับปัญหาที่ผู้ร้องฎีกาต่อไปว่า ผู้คัดค้านมีอำนาจร้องขอถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่ คดีมีเหตุสมควรถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่ และสมควรตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่นั้น ผู้ร้องฎีกาโต้แย้งเฉพาะคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นในการรับฟังข้อเท็จจริงแห่งคดีทั้งสิ้น โดยไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนอย่างไร ฎีกาส่วนนี้ของผู้ร้องจึงไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ตั้งใจ ศาสตร์ศศิ-จินดา ปัณฑะโชติ-ชาติชาย โฆษิตวัฒนฤกษ์) ศาลแพ่ง - นางพิทยลักษณ์ บุญชู สุวรรณรัตน์ ศาลอุทธรณ์ - นายวีระชัย เมธารัตนารักษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2615/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ2713/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ4747/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
584540
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางพิทยลักษณ์ บุญชู สุวรรณรัตน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวีระชัย เมธารัตนารักษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081973187"
    }
}
date
2558
deka_no
2046/2558
deka_running_no
2046
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "ตั้งใจ ศาสตร์ศศิ",
    "จินดา ปัณฑะโชติ",
    "ชาติชาย โฆษิตวัฒนฤกษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 24",
            "ม. 144"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1727"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาวณิชมน พิพัฒน์วีรวัฒน์"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นางนิภาพร พิพัฒน์วีรวัฒน์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางสาวณิชมน ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายยุวชาติ ผู้ตายโดยพินัยกรรม นางนิภาพร ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอว่า ผู้คัดค้านเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายและเป็นมารดาของผู้ร้อง ผู้ร้องมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ และไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย พินัยกรรมที่ผู้ร้องนำมาเป็นเหตุร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายเป็นพินัยกรรมปลอม ขอให้ศาลมีคำสั่งถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านว่า ผู้ร้องได้ดำเนินการตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดก ไม่ได้ละเลยหรือทำผิดต่อหน้าที่ของผู้จัดการมรดก โดยอยู่ระหว่างรวบรวมทรัพย์มรดกของผู้ตาย ที่ผู้คัดค้านอ้างว่าพินัยกรรมที่ผู้ร้องนำมาใช้อ้างต่อศาลเป็นพินัยกรรมปลอมนั้นไม่เป็นความจริง ขอให้ยกคำร้องขอของผู้คัดค้าน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย คำขออื่นของผู้คัดค้านนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องและผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ตั้งนางนิภาพรผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนายยุวชาติ ผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกตามที่ผู้ร้องฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยตามประเด็นที่ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า ผู้คัดค้านถูกกำจัดจากกองมรดกเพราะผู้คัดค้านปิดบังซ่อนเร้นและยักยอกทรัพย์มรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1605 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นต้องวินิจฉัยก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 แต่ศาลชั้นต้นไม่วินิจฉัยให้ หากวินิจฉัยเป็นคุณแก่ผู้ร้องแล้วก็ไม่ต้องพิจารณาคดีต่อไป คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงไม่ชอบ เห็นว่า การที่ผู้ร้องอุทธรณ์ในปัญหาดังกล่าวและศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยไว้ แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏอยู่แล้วในสำนวน ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยเสียเอง โดยไม่ย้อนสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอีก ปัญหานี้เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 มิใช่บทบังคับศาลต้องทำการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตามคำขอของคู่ความทุกเรื่อง ถ้าเห็นว่าการวินิจฉัยชี้ขาดดังกล่าวไม่เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายที่ขอหรือคดีจำเป็นต้องดำเนินการพิจารณาต่อไป ศาลชั้นต้นมีอำนาจใช้ดุลพินิจและมีคำสั่งให้รอไว้วินิจฉัยในคำพิพากษา ดังนี้ การที่ศาลชั้นต้นไม่หยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยก่อนมีคำพิพากษาเสียเอง ก็เป็นเรื่องดุลพินิจของศาลชั้นต้น การดำเนินกระบวนการพิจารณาของศาลชั้นต้นชอบแล้ว ฎีกาผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปตามที่ผู้ร้องฎีกาว่า ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้คัดค้านมีสิทธิพิสูจน์ว่าพินัยกรรมปลอม เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 หรือไม่ ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ผู้ร้องไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในชั้นอุทธรณ์ก็มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ ผู้ร้องอ้างว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามพินัยกรรม คดีถึงที่สุด จึงต้องถือว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยเป็นที่สุดแล้วว่าพินัยกรรมชอบด้วยกฎหมาย การดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นผู้คัดค้านที่ขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายอ้างว่าพินัยกรรมปลอมจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ เห็นว่า ในการพิจารณาคำร้องขอของผู้ร้องครั้งแรกในศาลชั้นต้น ผู้คัดค้านมิได้เป็นคู่ความในคดีและประเด็นในการวินิจฉัยของศาลชั้นต้นครั้งแรกเป็นเรื่องผู้ร้องเหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่เท่านั้น ไม่มีประเด็นว่าพินัยกรรมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ส่วนประเด็นครั้งหลังเป็นเรื่องสมควรถอดถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่ ทั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727 ว่า เมื่อมีเหตุอันสมควร ศาลมีอำนาจถอนผู้จัดการมรดกเสียได้เมื่อผู้คัดค้านร้องขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย อ้างว่าพินัยกรรมปลอมแต่ผู้ร้องคัดค้านคำร้องขอของผู้คัดค้าน ดังนี้ คำร้องขอของผู้คัดค้าน และคำคัดค้านของผู้ร้อง จึงเป็นคำคู่ความที่จะก่อให้เกิดเป็นประเด็นข้อพิพาท ซึ่งแตกต่างกัน จึงถือไม่ได้ว่าศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนการพิจารณาซ้ำ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ฎีกาผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

สำหรับปัญหาที่ผู้ร้องฎีกาต่อไปว่า ผู้คัดค้านมีอำนาจร้องขอถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่ คดีมีเหตุสมควรถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่ และสมควรตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่นั้น ผู้ร้องฎีกาโต้แย้งเฉพาะคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นในการรับฟังข้อเท็จจริงแห่งคดีทั้งสิ้น โดยไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนอย่างไร ฎีกาส่วนนี้ของผู้ร้องจึงไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ2713/2553
primary_red_case_no
พ4747/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000299.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2615/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558