คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2394/2558 ฉบับเต็ม

#584767
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2394/2558 ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ นายบุญส่ง สุขสวัสดิ์ ผู้ร้อง นายเดชา โชคศิลปสาท กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 249, มาตรา 288 วรรคสอง (1), มาตรา 288 วรรคสาม คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ผู้ร้องวางเงินเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 288 วรรคสอง (1) เป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 288 วรรคสาม ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ก็ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 การที่ผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นชอบที่จะให้มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความได้ โดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้ร้องมีเจตนาที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลหรือไม่ เมื่อผลของคำสั่งจำหน่ายคดีทำให้คดีร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดของผู้ร้องเสร็จไปจากศาล คดีจึงไม่จำต้องสั่งคำร้องของผู้ร้องที่ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาผิดระเบียบอีกต่อไป ศาลชั้นต้นชอบที่จะยกคำร้องดังกล่าวเสียได้โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด คำสั่งให้จำหน่ายคดีของศาลชั้นต้นเช่นว่านี้ย่อมเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 288 วรรคสาม ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 2,039,277.66 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียมโดยจำเลยทั้งสองตกลงผ่อนชำระ เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2544 เป็นต้นไป หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยินยอมให้ยึดที่ดินซึ่งจำนองขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอชำระให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบ จำเลยทั้งสองไม่ชำระโจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินซึ่งจำนองพร้อมสิ่งปลูกสร้างขายทอดตลาดแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้แก่โจทก์ ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 5205 และเลขที่ 5206 ตำบลบุคคโล (บางไส้ไก่) อำเภอธนบุรี (บางกอกใหญ่) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างไม่มีเลขที่ซึ่งปลูกคร่อมบนที่ดินดังกล่าว และที่ดินโฉนดเลขที่ 5207 ตำบลบุคคโล (บางไส้ไก่) อำเภอธนบุรี (บางกอกใหญ่) กรุงเทพมหานคร ตามคำขอของโจทก์มีชื่อนายบุญส่ง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 และประเมินราคาไว้รวม 6,309,000 บาท ผู้ร้องยื่นคำร้องขอขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึด โจทก์ให้การขอให้ยกคำร้องขอ ก่อนถึงวันนัดไต่สวนพยานผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องขัดทรัพย์และทิ้งคำร้องโดยไม่มาศาลในวันนัดไต่สวนคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ทั้งนางสาวปิยนุช บุตรผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องอีกเป็นการประวิงคดีมิให้โจทก์สามารถดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงินประกันค่าเสียหาย วันนัดไต่สวนคำร้องวันที่ 17 ธันวาคม 2555 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้ผู้ร้องนำเงิน 500,000 บาท มาวางต่อศาลภายใน 15 วัน เพื่อเป็นการประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา และให้เลื่อนไปนัดไต่สวนพยานผู้ร้องวันที่ 8 มีนาคม 2556 วันที่ 24 ธันวาคม 2555 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนกระบวนพิจารณาอ้างว่า ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงินเพื่อเป็นประกันดังกล่าวโดยมิได้ให้โอกาสผู้ร้องคัดค้านก่อน ทั้งที่ดินที่ยึดมีชื่อผู้ร้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า สำเนาให้ผู้สวมสิทธิแทนโจทก์ รอไว้สั่งในวันนัด วันที่ 22 มกราคม 2556 เจ้าหน้าที่ศาลรายงานต่อศาลชั้นต้นว่า ผู้ร้องไม่นำเงินประกันค่าเสียหาย 500,000 บาท มาวางศาลภายในเวลาที่ศาลกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องไม่วางเงินภายในกำหนดที่ศาลสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคสอง (1) จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ แล้วมีคำสั่งคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาผิดระเบียบ ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2555 ในวันเดียวกันว่า ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของผู้ร้องในข้อที่ว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงินประกันตามคำร้องของโจทก์โดยมิได้ให้โอกาสแก่ผู้ร้องคัดค้านก่อนเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ผู้ร้องวางเงินเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคสอง (1) เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคสาม ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ก็ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย การที่ผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นชอบที่จะให้มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความได้ โดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้ร้องมีเจตนาที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลหรือไม่เมื่อผลของคำสั่งจำหน่ายคดีทำให้คดีร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดของผู้ร้องเสร็จไปจากศาล คดีจึงไม่จำต้องสั่งคำร้องของผู้ร้องที่ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาผิดระเบียบอีกต่อไป ศาลชั้นต้นชอบที่จะยกคำร้องดังกล่าวเสียได้โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด คำสั่งให้จำหน่ายคดีของศาลชั้นต้นเช่นว่านี้ย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคสาม คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (จิรนิติ หะวานนท์-พรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว-พิศิษฏฐ์ สุดลาภา) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางกรรณิการ์ ตั้งปัญญาสกุล ศาลอุทธรณ์ - นายสุพิศ ปราณีตพลกรัง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ656/2557, พ3705/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น สข13/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น สข2/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
584767
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นางกรรณิการ์ ตั้งปัญญาสกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุพิศ ปราณีตพลกรัง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081973064"
    }
}
date
2558
deka_no
2394/2558
deka_running_no
2394
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "จิรนิติ หะวานนท์",
    "พรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว",
    "พิศิษฏฐ์ สุดลาภา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 249",
            "ม. 288 วรรคสอง (1)",
            "ม. 288 วรรคสาม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายบุญส่ง สุขสวัสดิ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเดชา โชคศิลปสาท กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 2,039,277.66 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียมโดยจำเลยทั้งสองตกลงผ่อนชำระ เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2544 เป็นต้นไป หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยินยอมให้ยึดที่ดินซึ่งจำนองขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอชำระให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบ จำเลยทั้งสองไม่ชำระโจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินซึ่งจำนองพร้อมสิ่งปลูกสร้างขายทอดตลาดแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้แก่โจทก์ ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 5205 และเลขที่ 5206 ตำบลบุคคโล (บางไส้ไก่) อำเภอธนบุรี (บางกอกใหญ่) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างไม่มีเลขที่ซึ่งปลูกคร่อมบนที่ดินดังกล่าว และที่ดินโฉนดเลขที่ 5207 ตำบลบุคคโล (บางไส้ไก่) อำเภอธนบุรี (บางกอกใหญ่) กรุงเทพมหานคร ตามคำขอของโจทก์มีชื่อนายบุญส่ง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 และประเมินราคาไว้รวม 6,309,000 บาท

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึด

โจทก์ให้การขอให้ยกคำร้องขอ

ก่อนถึงวันนัดไต่สวนพยานผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องขัดทรัพย์และทิ้งคำร้องโดยไม่มาศาลในวันนัดไต่สวนคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ทั้งนางสาวปิยนุช บุตรผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องอีกเป็นการประวิงคดีมิให้โจทก์สามารถดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงินประกันค่าเสียหาย

วันนัดไต่สวนคำร้องวันที่ 17 ธันวาคม 2555 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้ผู้ร้องนำเงิน 500,000 บาท มาวางต่อศาลภายใน 15 วัน เพื่อเป็นการประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา และให้เลื่อนไปนัดไต่สวนพยานผู้ร้องวันที่ 8 มีนาคม 2556

วันที่ 24 ธันวาคม 2555 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนกระบวนพิจารณาอ้างว่า ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงินเพื่อเป็นประกันดังกล่าวโดยมิได้ให้โอกาสผู้ร้องคัดค้านก่อน ทั้งที่ดินที่ยึดมีชื่อผู้ร้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า สำเนาให้ผู้สวมสิทธิแทนโจทก์ รอไว้สั่งในวันนัด

วันที่ 22 มกราคม 2556 เจ้าหน้าที่ศาลรายงานต่อศาลชั้นต้นว่า ผู้ร้องไม่นำเงินประกันค่าเสียหาย 500,000 บาท มาวางศาลภายในเวลาที่ศาลกำหนด

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องไม่วางเงินภายในกำหนดที่ศาลสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคสอง (1) จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ แล้วมีคำสั่งคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาผิดระเบียบ ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2555 ในวันเดียวกันว่า ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของผู้ร้องในข้อที่ว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงินประกันตามคำร้องของโจทก์โดยมิได้ให้โอกาสแก่ผู้ร้องคัดค้านก่อนเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ผู้ร้องวางเงินเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคสอง (1) เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคสาม ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ก็ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

การที่ผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นชอบที่จะให้มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความได้ โดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้ร้องมีเจตนาที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลหรือไม่เมื่อผลของคำสั่งจำหน่ายคดีทำให้คดีร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดของผู้ร้องเสร็จไปจากศาล คดีจึงไม่จำต้องสั่งคำร้องของผู้ร้องที่ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาผิดระเบียบอีกต่อไป ศาลชั้นต้นชอบที่จะยกคำร้องดังกล่าวเสียได้โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด คำสั่งให้จำหน่ายคดีของศาลชั้นต้นเช่นว่านี้ย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคสาม คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
สข13/2555
primary_red_case_no
สข2/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000298.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ656/2557, พ3705/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558