คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2395/2558 ฉบับเต็ม

#584768
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2395/2558 ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ นางสาวปิยนุช สุขสวัสดิ์ ผู้ร้อง นายเดชา โชคศิลปสาท กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 271, มาตรา 276, มาตรา 296 ก่อนที่จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 2 ทราบคำบังคับและหมายบังคับคดีได้ออกโดยชอบแล้ว เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย หน้าที่และความรับผิดของจำเลยที่ 2 ที่จะต้องชำระหนี้ที่เหลือตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ย่อมเป็นกองมรดกตกทอดแก่ทายาท แต่มิใช่ทายาทจะต้องรับผิดเป็นส่วนตัว จึงไม่มีเหตุที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องขอออกคำบังคับหรือหมายบังคับแก่ทายาทอีก ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 2,039,277.62 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียมโดยจำเลยทั้งสองตกลงผ่อนชำระ เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2544 เป็นต้นไป หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยินยอมให้ยึดที่ดินซึ่งจำนองโฉนดเลขที่ 21958, 21959, 21960 ตำบลบุคคโล (บางยี่เรือ) อำเภอธนบุรี (บางกอกใหญ่) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอชำระให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบ จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินซึ่งจำนองพร้อมสิ่งปลูกสร้างขายทอดตลาดแล้วได้เงินไม่พอชำระแก่โจทก์ ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 5205 และ 5206 ตำบลบุคคโล (บางไส้ไก่) อำเภอธนบุรี (บางกอกใหญ่) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างไม่มีเลขที่ ซึ่งปลูกคร่อมบนที่ดินดังกล่าวและที่ดินโฉนดเลขที่ 5207 ตำบลบุคคโล (บางไส้ไก่) อำเภอธนบุรี (บางกอกใหญ่) กรุงเทพมหานคร ตามคำขอของโจทก์ มีชื่อนายบุญส่ง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 และประเมินราคาไว้รวม 6,309,000 บาท ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการยึดที่ดินทั้งสามแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องบรรยายคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 5205 และ 5206 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเพิ่มเติมหลังจากที่ยึดและขายทอดตลาดที่ดินซึ่งจำนองตามคำพิพากษาโฉนดเลขที่ 21958, 21959, 21960 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง แล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ มิใช่ร้องขอให้เพิกถอนการบังคับคดีแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 21958, 21959, 21960 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ตามที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษามา จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไปโดยผิดหลงอันเป็นการไม่ชอบ ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น เพื่อมิให้คดีล่าช้า ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้องไปเสียทีเดียวโดยไม่ย้อนสำนวน คดีนี้ผู้ร้องบรรยายคำร้องว่า การยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 5205 และ 5206 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ของเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ชอบ แต่คำขอท้ายคำร้องกลับขอให้เพิกถอนการยึดที่ดิน 3 แปลง ซึ่งปรากฏตามสำเนารายงานการยึดอสังหาริมทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ผู้ร้องแนบมาท้ายคำร้องอันเป็นส่วนหนึ่งของคำร้องว่า ที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ในคราวเดียวกันมีทั้งหมดสามแปลงและเลขที่โฉนดที่ดินเรียงลำดับกัน คือ เลขที่ 5205 และ 5206 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และที่ดินโฉนดเลขที่ 5207 เห็นได้ชัดว่า เป็นเรื่องที่ผู้ร้องอ้างอิงที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ในคำร้องไม่ครบถ้วนถูกต้อง พอแปลได้ว่า ผู้ร้องประสงค์ขอให้เพิกถอนการยึดที่ดินทั้งสามแปลงตามสำเนารายงานการยึดอสังหาริมทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดี ปัญหาตามฎีกาของผู้ร้องมีว่า คดีมีเหตุให้เพิกถอนการยึดที่ดินทั้งสามแปลงตามคำร้องของผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า ก่อนจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 2 ทราบคำบังคับและหมายบังคับคดีได้ออกโดยชอบแล้ว เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย หน้าที่และความรับผิดของจำเลยที่ 2 ที่จะต้องชำระหนี้ที่เหลือตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ย่อมเป็นกองมรดกตกทอดแก่ทายาท แต่มิใช่ว่าทายาทจะต้องรับผิดเป็นส่วนตัว จึงไม่มีเหตุที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องขอออกคำบังคับหรือหมายบังคับแก่ทายาท คดีไม่มีเหตุให้เพิกถอนการยึดที่ดินทั้งสามแปลงตามคำร้องของผู้ร้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกคำร้องของผู้ร้องตามคำสั่งศาลชั้นต้นชอบด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ศาลชั้นต้นยกคำร้องของผู้ร้องโดยมิได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้มีคำสั่งแก้ไข ศาลฎีกาเห็นสมควรมีคำสั่งให้ถูกต้องด้วย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ (จิรนิติ หะวานนท์-พรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว-พิศิษฏฐ์ สุดลาภา) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางกรรณิการ์ ตั้งปัญญาสกุล ศาลอุทธรณ์ - นายอนันต์ เสนคุ้ม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ655/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ5830/2543 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ5724/2544 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
584768
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นางกรรณิการ์ ตั้งปัญญาสกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายอนันต์ เสนคุ้ม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081973063"
    }
}
date
2558
deka_no
2395/2558
deka_running_no
2395
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "จิรนิติ หะวานนท์",
    "พรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว",
    "พิศิษฏฐ์ สุดลาภา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271",
            "ม. 276",
            "ม. 296"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาวปิยนุช สุขสวัสดิ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเดชา โชคศิลปสาท กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 2,039,277.62 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียมโดยจำเลยทั้งสองตกลงผ่อนชำระ เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2544 เป็นต้นไป หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยินยอมให้ยึดที่ดินซึ่งจำนองโฉนดเลขที่ 21958, 21959, 21960 ตำบลบุคคโล (บางยี่เรือ) อำเภอธนบุรี (บางกอกใหญ่) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอชำระให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบ จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินซึ่งจำนองพร้อมสิ่งปลูกสร้างขายทอดตลาดแล้วได้เงินไม่พอชำระแก่โจทก์ ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 5205 และ 5206 ตำบลบุคคโล (บางไส้ไก่) อำเภอธนบุรี (บางกอกใหญ่) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างไม่มีเลขที่ ซึ่งปลูกคร่อมบนที่ดินดังกล่าวและที่ดินโฉนดเลขที่ 5207 ตำบลบุคคโล (บางไส้ไก่) อำเภอธนบุรี (บางกอกใหญ่) กรุงเทพมหานคร ตามคำขอของโจทก์ มีชื่อนายบุญส่ง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 และประเมินราคาไว้รวม 6,309,000 บาท

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการยึดที่ดินทั้งสามแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องบรรยายคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 5205 และ 5206 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเพิ่มเติมหลังจากที่ยึดและขายทอดตลาดที่ดินซึ่งจำนองตามคำพิพากษาโฉนดเลขที่ 21958, 21959, 21960 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง แล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ มิใช่ร้องขอให้เพิกถอนการบังคับคดีแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 21958, 21959, 21960 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ตามที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษามา จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไปโดยผิดหลงอันเป็นการไม่ชอบ ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น เพื่อมิให้คดีล่าช้า ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้องไปเสียทีเดียวโดยไม่ย้อนสำนวน คดีนี้ผู้ร้องบรรยายคำร้องว่า การยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 5205 และ 5206 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ของเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ชอบ แต่คำขอท้ายคำร้องกลับขอให้เพิกถอนการยึดที่ดิน 3 แปลง ซึ่งปรากฏตามสำเนารายงานการยึดอสังหาริมทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ผู้ร้องแนบมาท้ายคำร้องอันเป็นส่วนหนึ่งของคำร้องว่า ที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ในคราวเดียวกันมีทั้งหมดสามแปลงและเลขที่โฉนดที่ดินเรียงลำดับกัน คือ เลขที่ 5205 และ 5206 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และที่ดินโฉนดเลขที่ 5207 เห็นได้ชัดว่า เป็นเรื่องที่ผู้ร้องอ้างอิงที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ในคำร้องไม่ครบถ้วนถูกต้อง พอแปลได้ว่า ผู้ร้องประสงค์ขอให้เพิกถอนการยึดที่ดินทั้งสามแปลงตามสำเนารายงานการยึดอสังหาริมทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดี ปัญหาตามฎีกาของผู้ร้องมีว่า คดีมีเหตุให้เพิกถอนการยึดที่ดินทั้งสามแปลงตามคำร้องของผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า ก่อนจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 2 ทราบคำบังคับและหมายบังคับคดีได้ออกโดยชอบแล้ว เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย หน้าที่และความรับผิดของจำเลยที่ 2 ที่จะต้องชำระหนี้ที่เหลือตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ย่อมเป็นกองมรดกตกทอดแก่ทายาท แต่มิใช่ว่าทายาทจะต้องรับผิดเป็นส่วนตัว จึงไม่มีเหตุที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องขอออกคำบังคับหรือหมายบังคับแก่ทายาท คดีไม่มีเหตุให้เพิกถอนการยึดที่ดินทั้งสามแปลงตามคำร้องของผู้ร้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกคำร้องของผู้ร้องตามคำสั่งศาลชั้นต้นชอบด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ศาลชั้นต้นยกคำร้องของผู้ร้องโดยมิได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้มีคำสั่งแก้ไข ศาลฎีกาเห็นสมควรมีคำสั่งให้ถูกต้องด้วย

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ5830/2543
primary_red_case_no
พ5724/2544
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000298.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ655/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558