คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7064/2558 ฉบับเต็ม

#584770
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7064/2558 นายสว่าง กิตติวานิชย์ โจทก์ นายศิริวัฒน์หรือธนวรรษ กิตติวานิชย์ ผู้ร้อง นายคงศักดิ์ วงษ์วิเศษ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคหนึ่ง, มาตรา 42 วรรคหนึ่ง แม้คดีนี้ถึงที่สุดตามคำสั่งศาลฎีกาที่มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกาแล้วก็ตาม แต่ในชั้นบังคับคดีจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลย อันเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดี เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว ย่อมมีผลให้คดีดังกล่าวอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 และเป็นคดีกรณีที่จำต้องจัดหาบุคคลผู้เข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะเพื่อให้มีคู่ความอยู่โดยครบถ้วนก่อนที่จะส่งสำเนาอุทธรณ์ของจำเลยให้แก่โจทก์และดำเนินคดีต่อไป การพิจารณาและมีคำสั่งให้บุคคลใดเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะในคดีซึ่งอยู่ในระหว่างอุทธรณ์เช่นนี้ จึงเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่ใช่อำนาจของศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค ๘ ที่ว่า คดีไม่อยู่ในอำนาจที่จะพิจารณาให้คืนคำร้องแก่ศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการต่อไป จึงเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคหนึ่ง เมื่อความปรากฏแก่ศาลฎีกาประกอบกับจำเลยยกปัญหาดังกล่าวขึ้นอ้างในฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัย แต่เมื่อศาลชั้นต้นได้ดำเนินการตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 โดยมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะซึ่งมิใช่เป็นคำสั่งไปในทางวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดีและอยู่ในอำนาจของผู้พิพากษาคนเดียวที่จะสั่งได้ คำสั่งของศาลชั้นต้นแม้จะเป็นการผิดระเบียบแต่ในชั้นนี้มีประเด็นเพียงเรื่องการจัดหาบุคคลผู้เข้ามาเป็นคู่ความแทนคู่ความมรณะเพื่อให้คดีสามารถดำเนินการไปได้โดยมีคู่ความครบถ้วน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 42 วรรคหนึ่ง ย่อมไม่เป็นที่เสียหายแก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ศาลฎีกาไม่จำต้องเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียนนั้นหรือสั่งแก้ไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องไม่เกิน 2,250,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 7366 ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จนกว่าจะครบ กับค่าฤชาธรรมเนียม ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยย้อนหลังขึ้นไปเป็นเวลา 5 ปี ดอกเบี้ยไม่เกิน 2,250,000 บาท กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกามีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกา คืนค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาทั้งหมดให้จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 จำเลยยื่นคำร้องเกี่ยวกับทายาทโจทก์ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวน ในวันนัดไต่สวนศาลชั้นต้นสอบถามทายาทของโจทก์แล้วเชื่อว่าโจทก์ถึงแก่ความตายจริง ทายาทโจทก์แถลงให้ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรโจทก์และเป็นผู้จัดการมรดกโจทก์ตามคำสั่งศาลขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์เพื่อดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป วันที่ 8 สิงหาคม 2556 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะ จำเลยยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 เพื่อมีคำสั่งคำร้องฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2556 ของผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2556 ว่า ศาลฎีกาได้มีคำสั่ง คดีถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะ คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ที่จะพิจารณาและสั่งคำร้องของผู้ร้อง ให้คืนคำร้องแก่ศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการต่อไป ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ศาลชั้นต้นนัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 แล้วมีคำสั่งตามคำร้องของผู้ร้อง ฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2556 ว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะในชั้นบังคับคดี แม้ล่วงพ้นระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 แต่คำร้องของผู้ร้องเข้าใจได้ว่าผู้ร้องประสงค์เข้ามาเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ เมื่อผู้ร้องเป็นบุตรและเป็นผู้จัดการมรดกของโจทก์ จึงมีเหตุสมควรให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ได้ แม้ผู้ร้องมิได้ยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์ในชั้นพิจารณาก็ไม่เป็นการเสียสิทธิในมรดก อนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ได้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยที่ขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 โดยไม่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะนั้น เห็นว่า แม้คดีนี้ถึงที่สุดตามคำสั่งศาลฎีกาที่มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกาแล้วก็ตาม แต่ในชั้นบังคับคดีจำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2556 ขอให้ศาลเพิกถอนประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลย อันเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีซึ่งจำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะได้ดำเนินไปได้โดยครบถ้วนและถูกต้อง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว ย่อมมีผลให้คดีดังกล่าวอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 และเป็นคดีกรณีที่จำต้องจัดหาบุคคลผู้เข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะเพื่อให้มีคู่ความอยู่โดยครบถ้วนก่อนที่จะส่งสำเนาอุทธรณ์ของจำเลยให้แก่โจทก์และดำเนินคดีต่อไป การพิจารณาและมีคำสั่งให้บุคคลใดเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะในคดีซึ่งอยู่ในระหว่างอุทธรณ์เช่นนี้ จึงเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่ใช่อำนาจของศาลชั้นต้น เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะตามหมายเรียกของศาลชั้นต้น จำเลยจึงไม่อาจอ้างได้ว่าผู้ร้องยื่นคำร้องเข้ามาเกินหนึ่งปีนับแต่โจทก์ถึงแก่ความตายได้ คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 ตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2556 ที่ว่า คดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ที่จะพิจารณาและสั่งคำร้องของผู้ร้อง ให้คืนคำร้องแก่ศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการต่อไป จึงเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมในการพิจารณาคดี อันเป็นการพิจารณาผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง เมื่อความปรากฏแก่ศาลฎีกาประกอบกับจำเลยยกปัญหาดังกล่าวขึ้นอ้างในฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัย แต่เมื่อศาลชั้นต้นได้ดำเนินการตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 โดยมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะซึ่งมิใช่เป็นคำสั่งไปในทางวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดีและอยู่ในอำนาจของผู้พิพากษาคนเดียวที่จะสั่งได้ ซึ่งข้อเท็จจริงก็ได้ความตามที่จำเลยมิได้คัดค้านเป็นอย่างอื่นว่า ผู้ร้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ซึ่งมรณะและเป็นผู้จัดการมรดกโจทก์ตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2553 จริง คำสั่งของศาลชั้นต้นแม้จะเป็นการผิดระเบียบแต่ในชั้นนี้มีประเด็นเพียงเรื่องการจัดหาบุคคลผู้เข้ามาเป็นคู่ความแทนคู่ความผู้มรณะเพื่อให้คดีสามารถดำเนินการไปได้โดยมีคู่ความครบถ้วน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 วรรคหนึ่ง ย่อมไม่เป็นที่เสียหายแก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ศาลฎีกาไม่จำต้องเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียนนั้นหรือสั่งแก้ไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว คดีไม่จำต้องวินิจฉัยข้ออ้างในฎีกาของจำเลยอีกต่อไปเพราะไม่เป็นสาระแก่คดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ไพโรจน์ วายุภาพ-กษิดิ์เดช จีนสลุต-สมพงษ์ เหมวิมล ) ศาลจังหวัดหลังสวน - นายกฤษณ สุระกิจ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายทนงศักดิ์ เที่ยงสุทธิสกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ803/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ165/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ216/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
584770
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดหลังสวน",
        "judge": "นายกฤษณ สุระกิจ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายทนงศักดิ์ เที่ยงสุทธิสกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081970595"
    }
}
date
2558
deka_no
7064/2558
deka_running_no
7064
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "กษิดิ์เดช จีนสลุต",
    "สมพงษ์ เหมวิมล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 27 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 42 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสว่าง กิตติวานิชย์"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายศิริวัฒน์หรือธนวรรษ กิตติวานิชย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายคงศักดิ์ วงษ์วิเศษ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องไม่เกิน 2,250,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 7366 ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จนกว่าจะครบ กับค่าฤชาธรรมเนียม ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยย้อนหลังขึ้นไปเป็นเวลา 5 ปี ดอกเบี้ยไม่เกิน 2,250,000 บาท กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกามีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกา คืนค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาทั้งหมดให้จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 จำเลยยื่นคำร้องเกี่ยวกับทายาทโจทก์ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวน ในวันนัดไต่สวนศาลชั้นต้นสอบถามทายาทของโจทก์แล้วเชื่อว่าโจทก์ถึงแก่ความตายจริง ทายาทโจทก์แถลงให้ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรโจทก์และเป็นผู้จัดการมรดกโจทก์ตามคำสั่งศาลขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์เพื่อดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป

วันที่ 8 สิงหาคม 2556 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะ

จำเลยยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 เพื่อมีคำสั่งคำร้องฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2556 ของผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2556 ว่า ศาลฎีกาได้มีคำสั่ง คดีถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะ คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ที่จะพิจารณาและสั่งคำร้องของผู้ร้อง ให้คืนคำร้องแก่ศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการต่อไป ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 8

ศาลชั้นต้นนัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 แล้วมีคำสั่งตามคำร้องของผู้ร้อง ฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2556 ว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะในชั้นบังคับคดี แม้ล่วงพ้นระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 แต่คำร้องของผู้ร้องเข้าใจได้ว่าผู้ร้องประสงค์เข้ามาเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ เมื่อผู้ร้องเป็นบุตรและเป็นผู้จัดการมรดกของโจทก์ จึงมีเหตุสมควรให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ได้ แม้ผู้ร้องมิได้ยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์ในชั้นพิจารณาก็ไม่เป็นการเสียสิทธิในมรดก อนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ได้

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยที่ขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 โดยไม่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะนั้น เห็นว่า แม้คดีนี้ถึงที่สุดตามคำสั่งศาลฎีกาที่มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกาแล้วก็ตาม แต่ในชั้นบังคับคดีจำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2556 ขอให้ศาลเพิกถอนประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลย อันเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีซึ่งจำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะได้ดำเนินไปได้โดยครบถ้วนและถูกต้อง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว ย่อมมีผลให้คดีดังกล่าวอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 และเป็นคดีกรณีที่จำต้องจัดหาบุคคลผู้เข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะเพื่อให้มีคู่ความอยู่โดยครบถ้วนก่อนที่จะส่งสำเนาอุทธรณ์ของจำเลยให้แก่โจทก์และดำเนินคดีต่อไป การพิจารณาและมีคำสั่งให้บุคคลใดเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะในคดีซึ่งอยู่ในระหว่างอุทธรณ์เช่นนี้ จึงเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่ใช่อำนาจของศาลชั้นต้น เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะตามหมายเรียกของศาลชั้นต้น จำเลยจึงไม่อาจอ้างได้ว่าผู้ร้องยื่นคำร้องเข้ามาเกินหนึ่งปีนับแต่โจทก์ถึงแก่ความตายได้ คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 ตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2556 ที่ว่า คดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ที่จะพิจารณาและสั่งคำร้องของผู้ร้อง ให้คืนคำร้องแก่ศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการต่อไป จึงเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมในการพิจารณาคดี อันเป็นการพิจารณาผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง เมื่อความปรากฏแก่ศาลฎีกาประกอบกับจำเลยยกปัญหาดังกล่าวขึ้นอ้างในฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัย แต่เมื่อศาลชั้นต้นได้ดำเนินการตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 โดยมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะซึ่งมิใช่เป็นคำสั่งไปในทางวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดีและอยู่ในอำนาจของผู้พิพากษาคนเดียวที่จะสั่งได้ ซึ่งข้อเท็จจริงก็ได้ความตามที่จำเลยมิได้คัดค้านเป็นอย่างอื่นว่า ผู้ร้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ซึ่งมรณะและเป็นผู้จัดการมรดกโจทก์ตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2553 จริง คำสั่งของศาลชั้นต้นแม้จะเป็นการผิดระเบียบแต่ในชั้นนี้มีประเด็นเพียงเรื่องการจัดหาบุคคลผู้เข้ามาเป็นคู่ความแทนคู่ความผู้มรณะเพื่อให้คดีสามารถดำเนินการไปได้โดยมีคู่ความครบถ้วน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 วรรคหนึ่ง ย่อมไม่เป็นที่เสียหายแก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ศาลฎีกาไม่จำต้องเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียนนั้นหรือสั่งแก้ไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว คดีไม่จำต้องวินิจฉัยข้ออ้างในฎีกาของจำเลยอีกต่อไปเพราะไม่เป็นสาระแก่คดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ165/2548
primary_red_case_no
พ216/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000276.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ803/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558