คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1725/2558 ฉบับเต็ม

#584775
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1725/2558 นางประภัสสราหรืออมรรัตน์ โอบโคกสูง หรือมงคลสินธุ์ ผู้ร้อง บริษัท ส.อมรพรรณ (1993) จำกัด ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. มาตรา 1208, มาตรา 1209, มาตรา 1210, มาตรา 1211, มาตรา 1212 การตั้งผู้สอบบัญชีมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบบัญชีงบดุลที่บริษัทจัดทำขึ้นโดยตรวจจากสมุดบัญชี เอกสารประกอบการลงบัญชีและหลักฐานอื่น ๆ โดยผู้ประกอบวิชาชีพตามแนวทางปฏิบัติงานที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชีได้กำหนดเป็นมาตรฐานไว้ เพื่อวินิจฉัยและแสดงความเห็นว่า งบการเงินที่จัดทำขึ้นมีความถูกต้องตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปหรือไม่เพียงใด ฐานะและบทบาทผู้สอบบัญชีจึงเป็นเสมือนตัวแทนของบริษัทในการควบคุมการบริหารงานของฝ่ายบริหารว่าได้มีการปฏิบัติถูกต้องตามข้อบังคับ มติที่ประชุมคณะกรรมการ มติที่ประชุมใหญ่และตามกฎหมายหรือไม่ ดูแลว่าบัญชีของบริษัทได้ลงไว้ถูกต้องตามความเป็นจริงหรือไม่ ทั้งเป็นผู้รับรองฐานะทางการเงินของบริษัทต่อผู้ถือหุ้นว่าฐานะทางการเงินตามที่แสดงไว้นั้นถูกต้อง ผู้สอบบัญชีจึงต้องแยกจากฝ่ายบริหารอย่างชัดเจน กล่าวคือผู้สอบบัญชีจะเป็นกรรมการ ตัวแทนหรือลูกจ้างของบริษัทในขณะที่ตนเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทไม่ได้ ผู้สอบบัญชีต้องขึ้นตรงต่อผู้ถือหุ้น กฎหมายจึงกำหนดให้เฉพาะที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเท่านั้น ที่มีอำนาจแต่งตั้ง ถอดถอนและให้บำเหน็จแก่ผู้สอบบัญชีตามที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 1208 ถึง 1211 เว้นแต่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่าห้าคนร้องขอให้ศาลตั้งผู้สอบบัญชีประจำปี ตามมาตรา 1212 ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมสามัญประจำปี 2545 ของบริษัทผู้คัดค้านในระเบียบวาระที่ 1 และที่ 2 ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับว่า ให้เพิกถอนมติที่ประชุมสามัญประจำปี 2545 ของผู้คัดค้านในระเบียบวาระที่ 1 และที่ 2 ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2545 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า การที่บริษัทผู้คัดค้านแต่งตั้งนางโชติมา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เป็นผู้สอบบัญชีและรับรองงบดุลโดยมิได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นก่อนนั้น เป็นเหตุให้ต้องเพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นในระเบียบวาระที่ 1 และที่ 2 ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2545 ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 หรือไม่ โดยผู้คัดค้านฎีกาว่า บริษัทผู้คัดค้านไม่ได้จัดทำงบดุลและไม่ได้จัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นมาหลายปีแล้ว จึงไม่อาจมีการเลือกตั้งผู้สอบบัญชีก่อนได้ แต่เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปโดยชอบ บริษัทผู้คัดค้านจึงจัดทำงบดุลในปีที่ยังมิได้จัดทำ และแต่งตั้งให้นางโชติมาเป็นผู้สอบบัญชีและให้รับรองงบดุลเพื่อนำเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอันจะเป็นการแก้ไขข้อขัดข้องนี้ และที่ประชุมได้ให้สัตยาบันการแต่งตั้งดังกล่าว การประชุมจึงชอบแล้วนั้น เห็นว่า การตั้งผู้สอบบัญชีมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบบัญชีงบดุลที่บริษัทจัดทำขึ้น โดยตรวจจากสมุดบัญชี เอกสารประกอบการลงบัญชีและหลักฐานอื่น ๆ โดยผู้ประกอบวิชาชีพสอบบัญชีตามแนวทางปฏิบัติงานที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชีได้กำหนดเป็นมาตรฐานไว้ เพื่อวินิจฉัยและแสดงความเห็นว่างบการเงินที่จัดทำขึ้นมีความถูกต้องตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปหรือไม่เพียงใด ฐานะและบทบาทผู้สอบบัญชีจึงเป็นเสมือนตัวแทนของบริษัทในการควบคุมการบริหารงานของฝ่ายบริหารว่าได้มีการปฏิบัติถูกต้องตามข้อบังคับ มติที่ประชุมคณะกรรมการ มติที่ประชุมใหญ่และตามกฎหมายหรือไม่ ดูแลว่าบัญชีของบริษัทได้ลงไว้ถูกต้องตามความเป็นจริงหรือไม่ ทั้งเป็นผู้รับรองฐานะทางการเงินของบริษัทต่อผู้ถือหุ้นว่า ฐานะทางการเงินตามที่แสดงไว้นั้นถูกต้อง ผู้สอบบัญชีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เช่นนี้ผู้สอบบัญชีจึงต้องแยกจากฝ่ายบริหารอย่างชัดเจน กล่าวคือผู้สอบบัญชีจะเป็นกรรมการ ตัวแทนหรือลูกจ้างของบริษัทในขณะที่ตนเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทไม่ได้ ผู้สอบบัญชีต้องขึ้นตรงต่อผู้ถือหุ้น กฎหมายจึงกำหนดให้เฉพาะที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเท่านั้น ที่มีอำนาจแต่งตั้ง ถอดถอน และให้บำเหน็จแก่ผู้สอบบัญชีตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1208 ถึง 1211 เว้นแต่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่าห้าคนร้องขอให้ศาลตั้งผู้สอบบัญชีประจำปีตาม มาตรา 1212 ดังนั้นการที่บริษัทผู้คัดค้านแต่งตั้งนางโชติมาเป็นผู้สอบบัญชีและรับรองงบดุลโดยมิได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น จึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ที่ผู้คัดค้านฎีกาว่า กิจการของบริษัทผู้คัดค้านไม่ได้จัดทำงบดุลมาตั้งแต่ปี 2538 จนทำให้ธุรกิจมีข้อขัดข้องและเสียหายจึงต้องรวบรวมเอกสารจนสามารถจัดทำงบดุล ในปี 2545 ได้ แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่เคยมีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเลย จึงได้แต่งตั้งนางโชติมาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีและรับรองงบดุลเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นนั้น ก็เห็นว่า แม้การไม่จัดทำงบดุลของบริษัทผู้คัดค้านเป็นเวลาหลายปี จะทำให้เกิดข้อขัดข้องและนำมาซึ่งความเสียหายของบริษัท ทั้งการที่บริษัทผู้คัดค้านได้พยายามรวบรวมเอกสารจนสามารถจัดทำงบดุลในปีที่ยังไม่ได้ทำข้างต้นเสร็จสิ้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่เมื่อจัดทำงบดุลเสร็จแล้ว การแต่งตั้งผู้สอบบัญชีย่อมต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ฐานะและบทบาทของผู้สอบบัญชีตลอดจนวิธีการแต่งตั้งตามที่กฎหมายกำหนดไว้ข้างต้น ผู้สอบบัญชีจึงต้องได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเท่านั้น ซึ่งตามข้อเท็จจริงในคดีก็หาใช่เรื่องยากที่บริษัทผู้คัดค้านจะจัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อเลือกตั้งผู้สอบบัญชีเสียก่อน แต่บริษัทผู้คัดค้านกลับเลือกที่จะแต่งตั้งเสียเองจึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ แม้บริษัทผู้คัดค้านจะอ้างว่าได้รับการให้สัตยาบันการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นแล้ว ก็เห็นว่า การแต่งตั้งผู้สอบบัญชีต้องได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นดังที่วินิจฉัยมาข้างต้น ไม่อาจตั้งโดยกรรมการแล้วนำมาขอรับสัตยาบันจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในภายหลัง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้เพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทผู้คัดค้านในระเบียบวาระที่1 และที่ 2 ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2545 มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น ฎีกาข้ออื่นของผู้คัดค้านนอกเหนือจากนี้ ผู้คัดค้านเพิ่งยกขึ้นอ้างจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (เมทินี ชโลธร-วิรุฬห์ แสงเทียน-ธีระพงศ์ จิระภาค) ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายสมชัย ชัยวงษ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสมสันต์ ศุภศาสตรสิน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก พาณิชย์และเศรษฐกิจ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.97/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ2169/2545 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ2355/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
584775
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดขอนแก่น",
        "judge": "นายสมชัย ชัยวงษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายสมสันต์ ศุภศาสตรสิน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081973408"
    }
}
date
2558
deka_no
1725/2558
deka_running_no
1725
deka_year
2558
department
พาณิชย์และเศรษฐกิจ
judges
[
    "เมทินี ชโลธร",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1208",
            "ม. 1209",
            "ม. 1210",
            "ม. 1211",
            "ม. 1212"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นางประภัสสราหรืออมรรัตน์ โอบโคกสูง"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "หรือมงคลสินธุ์"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "บริษัท ส.อมรพรรณ (1993) จำกัด"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมสามัญประจำปี 2545 ของบริษัทผู้คัดค้านในระเบียบวาระที่ 1 และที่ 2

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับว่า ให้เพิกถอนมติที่ประชุมสามัญประจำปี 2545 ของผู้คัดค้านในระเบียบวาระที่ 1 และที่ 2 ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2545 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า การที่บริษัทผู้คัดค้านแต่งตั้งนางโชติมา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เป็นผู้สอบบัญชีและรับรองงบดุลโดยมิได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นก่อนนั้น เป็นเหตุให้ต้องเพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นในระเบียบวาระที่ 1 และที่ 2 ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2545 ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 หรือไม่ โดยผู้คัดค้านฎีกาว่า บริษัทผู้คัดค้านไม่ได้จัดทำงบดุลและไม่ได้จัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นมาหลายปีแล้ว จึงไม่อาจมีการเลือกตั้งผู้สอบบัญชีก่อนได้ แต่เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปโดยชอบ บริษัทผู้คัดค้านจึงจัดทำงบดุลในปีที่ยังมิได้จัดทำ และแต่งตั้งให้นางโชติมาเป็นผู้สอบบัญชีและให้รับรองงบดุลเพื่อนำเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอันจะเป็นการแก้ไขข้อขัดข้องนี้ และที่ประชุมได้ให้สัตยาบันการแต่งตั้งดังกล่าว การประชุมจึงชอบแล้วนั้น เห็นว่า การตั้งผู้สอบบัญชีมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบบัญชีงบดุลที่บริษัทจัดทำขึ้น โดยตรวจจากสมุดบัญชี เอกสารประกอบการลงบัญชีและหลักฐานอื่น ๆ โดยผู้ประกอบวิชาชีพสอบบัญชีตามแนวทางปฏิบัติงานที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชีได้กำหนดเป็นมาตรฐานไว้ เพื่อวินิจฉัยและแสดงความเห็นว่างบการเงินที่จัดทำขึ้นมีความถูกต้องตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปหรือไม่เพียงใด ฐานะและบทบาทผู้สอบบัญชีจึงเป็นเสมือนตัวแทนของบริษัทในการควบคุมการบริหารงานของฝ่ายบริหารว่าได้มีการปฏิบัติถูกต้องตามข้อบังคับ มติที่ประชุมคณะกรรมการ มติที่ประชุมใหญ่และตามกฎหมายหรือไม่ ดูแลว่าบัญชีของบริษัทได้ลงไว้ถูกต้องตามความเป็นจริงหรือไม่ ทั้งเป็นผู้รับรองฐานะทางการเงินของบริษัทต่อผู้ถือหุ้นว่า ฐานะทางการเงินตามที่แสดงไว้นั้นถูกต้อง ผู้สอบบัญชีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เช่นนี้ผู้สอบบัญชีจึงต้องแยกจากฝ่ายบริหารอย่างชัดเจน กล่าวคือผู้สอบบัญชีจะเป็นกรรมการ ตัวแทนหรือลูกจ้างของบริษัทในขณะที่ตนเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทไม่ได้ ผู้สอบบัญชีต้องขึ้นตรงต่อผู้ถือหุ้น กฎหมายจึงกำหนดให้เฉพาะที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเท่านั้น ที่มีอำนาจแต่งตั้ง ถอดถอน และให้บำเหน็จแก่ผู้สอบบัญชีตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1208 ถึง 1211 เว้นแต่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่าห้าคนร้องขอให้ศาลตั้งผู้สอบบัญชีประจำปีตาม มาตรา 1212 ดังนั้นการที่บริษัทผู้คัดค้านแต่งตั้งนางโชติมาเป็นผู้สอบบัญชีและรับรองงบดุลโดยมิได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น จึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ที่ผู้คัดค้านฎีกาว่า กิจการของบริษัทผู้คัดค้านไม่ได้จัดทำงบดุลมาตั้งแต่ปี 2538 จนทำให้ธุรกิจมีข้อขัดข้องและเสียหายจึงต้องรวบรวมเอกสารจนสามารถจัดทำงบดุล ในปี 2545 ได้ แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่เคยมีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเลย จึงได้แต่งตั้งนางโชติมาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีและรับรองงบดุลเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นนั้น ก็เห็นว่า แม้การไม่จัดทำงบดุลของบริษัทผู้คัดค้านเป็นเวลาหลายปี จะทำให้เกิดข้อขัดข้องและนำมาซึ่งความเสียหายของบริษัท ทั้งการที่บริษัทผู้คัดค้านได้พยายามรวบรวมเอกสารจนสามารถจัดทำงบดุลในปีที่ยังไม่ได้ทำข้างต้นเสร็จสิ้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่เมื่อจัดทำงบดุลเสร็จแล้ว การแต่งตั้งผู้สอบบัญชีย่อมต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ฐานะและบทบาทของผู้สอบบัญชีตลอดจนวิธีการแต่งตั้งตามที่กฎหมายกำหนดไว้ข้างต้น ผู้สอบบัญชีจึงต้องได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเท่านั้น ซึ่งตามข้อเท็จจริงในคดีก็หาใช่เรื่องยากที่บริษัทผู้คัดค้านจะจัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อเลือกตั้งผู้สอบบัญชีเสียก่อน แต่บริษัทผู้คัดค้านกลับเลือกที่จะแต่งตั้งเสียเองจึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ แม้บริษัทผู้คัดค้านจะอ้างว่าได้รับการให้สัตยาบันการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นแล้ว ก็เห็นว่า การแต่งตั้งผู้สอบบัญชีต้องได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นดังที่วินิจฉัยมาข้างต้น ไม่อาจตั้งโดยกรรมการแล้วนำมาขอรับสัตยาบันจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในภายหลัง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้เพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทผู้คัดค้านในระเบียบวาระที่1 และที่ 2 ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2545 มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น ฎีกาข้ออื่นของผู้คัดค้านนอกเหนือจากนี้ ผู้คัดค้านเพิ่งยกขึ้นอ้างจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ2169/2545
primary_red_case_no
พ2355/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000301.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พณ.97/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558