คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5566/2558 ฉบับเต็ม

#584785
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5566/2558 พนักงานอัยการคดีศาลแขวงนนทบุรี โจทก์ นายเขตชัย ประพนธ์ศิลป์ โจทก์ร่วม นายสรศักดิ์ ศิริบุญญะสุข จำเลย ป.อ. มาตรา 341 จำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท อ. ประกอบกิจการก่อสร้างบ้านพร้อมจัดสรรที่ดินขายให้แก่ลูกค้า ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินโดยมีเนื้อที่ โฉนดที่ดินและที่ตั้งตรงกับที่ดินพิพาท ทั้งรูปแผนที่ก็ตรงตามผังแสดงแนวเขตที่ดินของที่ดินทุกแปลง เพียงแต่ตอนนำชี้ก่อนที่จะตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขาย ได้ชี้แนวเขตที่ดินเพียงคร่าว ๆ ครั้นรังวัดแนวเขตชัดเจนแล้วปรากฏว่า ทิศทางและแนวเขตแตกต่างไปจากที่เจรจาตกลงกันตอนแรก ที่โจทก์และโจทก์ร่วมอ้างว่า การก่อสร้างกำแพงตามแนวเขตดังกล่าว ทำให้บดบังทัศนียภาพของท้องน้ำนั้น เมื่อดูจากภาพถ่ายก็ยังสามารถมองเห็นทัศนียภาพของท้องน้ำได้อย่างชัดเจน พิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ที่โจทก์ร่วมกับจำเลยตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและบ้านรวมราคากว่า 7,000,000 บาท แต่โจทก์ร่วมชำระเงินไปเพียง 400,000 บาท หลังจากรังวัดแล้ว เนื้อที่ดินทั้งหมดก็ยังเป็นไปตามสัญญาจะซื้อจะขาย การที่จำเลยชี้แนวเขตที่ดินในตอนแรกโดยที่ยังไม่มีการรังวัด เป็นการกะประมาณเท่านั้น การกระทำของจำเลยยังไม่พอที่จะฟังว่าจำเลยมีเจตนาหลอกลวงโจทก์ร่วมด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 400,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายเขตชัย ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 1 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 300,000 บาท แก่โจทก์ร่วม โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ร่วมอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนของบริษัทเอส เอ็ม เค คลาสสิคเฮ้าส์ จำกัด ซึ่งประกอบกิจการบ้านจัดสรร ชื่อว่า โครงการบ้านไม้อิงธาร โจทก์ร่วมตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกับบริษัทเอส เอ็ม เค คลาสสิคเฮ้าส์ จำกัด แปลงเลขที่ เอฟ - 5 โฉนดเลขที่ 9238 ตำบลศาลากลาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เนื้อที่รวม 262.7 ตารางวา ราคา 5,254,000 บาท โจทก์ร่วมวางเงินในวันจองและทำสัญญาเป็นเงิน 200,000 บาท โดยขณะทำสัญญานั้นในที่ดินมีบ้านซึ่งก่อสร้างไว้แล้วประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า จำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทเอส เอ็ม เค คลาสสิคเฮ้าส์ จำกัด ซึ่งประกอบกิจการก่อสร้างบ้านพร้อมจัดสรรที่ดินขายให้แก่ลูกค้า การทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินทั้งเนื้อที่ โฉนดที่ดินและที่ตั้งก็ตรงกับที่ดินพิพาท ทั้งรูปแผนที่ก็ตรงตามผังแสดงแนวเขตที่ดินของที่ดินทุกแปลง เพียงแต่ตอนนำชี้ก่อนที่จะมีการตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายได้มีการชี้แนวเขตที่ดินเพียงคร่าว ๆ ครั้นเมื่อมีการรังวัดแนวเขตชัดเจนแล้วปรากฏว่า ทิศทางและแนวเขตแตกต่างไปจากที่เจรจาตกลงกันตอนแรก ที่โจทก์และโจทก์ร่วมอ้างว่า เมื่อมีการก่อสร้างกำแพงตามแนวเขตทำให้บดบังทัศนียภาพของท้องน้ำนั้น เมื่อดูจากภาพถ่ายแล้วก็ยังสามารถมองเห็นทัศนียภาพของท้องน้ำได้อย่างชัดเจน ทั้งเมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ที่โจทก์ร่วมกับจำเลยตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและบ้านรวมราคากว่า 7,000,000 บาท แต่โจทก์ร่วมชำระเงินไปเพียง 400,000 บาท หลังจากรังวัดแล้ว เนื้อที่ดินทั้งหมดก็ยังเป็นไปตามสัญญาจะซื้อจะขาย การที่จำเลยชี้แนวเขตที่ดินในตอนแรกโดยที่ยังไม่ได้มีการรังวัด เป็นการกะประมาณเท่านั้น การกระทำของจำเลยยังไม่พอที่จะฟังว่า จำเลยมีเจตนาหลอกลวงโจทก์ร่วมด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (บุญมี ฐิตะศิริ-ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา-จตุรงค์ นาสมใจ) ศาลแขวงนนทบุรี - นางนงนุช ดุษฎีพร ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายนพดล คชรินทร์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3067/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1974/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ194/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
584785
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงนนทบุรี",
        "judge": "นางนงนุช ดุษฎีพร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายนพดล คชรินทร์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081971498"
    }
}
date
2558
deka_no
5566/2558
deka_running_no
5566
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "บุญมี ฐิตะศิริ",
    "ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา",
    "จตุรงค์ นาสมใจ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 341"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการคดีศาลแขวงนนทบุรี"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายเขตชัย ประพนธ์ศิลป์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสรศักดิ์ ศิริบุญญะสุข"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 400,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นายเขตชัย ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 1 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 300,000 บาท แก่โจทก์ร่วม

โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ร่วมอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนของบริษัทเอส เอ็ม เค คลาสสิคเฮ้าส์ จำกัด ซึ่งประกอบกิจการบ้านจัดสรร ชื่อว่า โครงการบ้านไม้อิงธาร โจทก์ร่วมตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกับบริษัทเอส เอ็ม เค คลาสสิคเฮ้าส์ จำกัด แปลงเลขที่ เอฟ - 5 โฉนดเลขที่ 9238 ตำบลศาลากลาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เนื้อที่รวม 262.7 ตารางวา ราคา 5,254,000 บาท โจทก์ร่วมวางเงินในวันจองและทำสัญญาเป็นเงิน 200,000 บาท โดยขณะทำสัญญานั้นในที่ดินมีบ้านซึ่งก่อสร้างไว้แล้วประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า จำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทเอส เอ็ม เค คลาสสิคเฮ้าส์ จำกัด ซึ่งประกอบกิจการก่อสร้างบ้านพร้อมจัดสรรที่ดินขายให้แก่ลูกค้า การทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินทั้งเนื้อที่ โฉนดที่ดินและที่ตั้งก็ตรงกับที่ดินพิพาท ทั้งรูปแผนที่ก็ตรงตามผังแสดงแนวเขตที่ดินของที่ดินทุกแปลง เพียงแต่ตอนนำชี้ก่อนที่จะมีการตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายได้มีการชี้แนวเขตที่ดินเพียงคร่าว ๆ ครั้นเมื่อมีการรังวัดแนวเขตชัดเจนแล้วปรากฏว่า ทิศทางและแนวเขตแตกต่างไปจากที่เจรจาตกลงกันตอนแรก ที่โจทก์และโจทก์ร่วมอ้างว่า เมื่อมีการก่อสร้างกำแพงตามแนวเขตทำให้บดบังทัศนียภาพของท้องน้ำนั้น เมื่อดูจากภาพถ่ายแล้วก็ยังสามารถมองเห็นทัศนียภาพของท้องน้ำได้อย่างชัดเจน ทั้งเมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ที่โจทก์ร่วมกับจำเลยตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและบ้านรวมราคากว่า 7,000,000 บาท แต่โจทก์ร่วมชำระเงินไปเพียง 400,000 บาท หลังจากรังวัดแล้ว เนื้อที่ดินทั้งหมดก็ยังเป็นไปตามสัญญาจะซื้อจะขาย การที่จำเลยชี้แนวเขตที่ดินในตอนแรกโดยที่ยังไม่ได้มีการรังวัด เป็นการกะประมาณเท่านั้น การกระทำของจำเลยยังไม่พอที่จะฟังว่า จำเลยมีเจตนาหลอกลวงโจทก์ร่วมด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1974/2550
primary_red_case_no
อ194/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000284.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3067/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558