คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4304/2558 ฉบับเต็ม

#585102
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4304/2558 นางศิริวรรณ แซ่ปั้ง โจทก์ นายศรีนันต์ กันตวีระกุล กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 206, มาตรา 224, มาตรา 428 ป.วิ.พ. มาตรา 142 วรรคหนึ่ง โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ร่วมรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตอกเสาเข็มในโครงการบ้านพักอาศัยของจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่ติดกับอาคารพิพาทของโจทก์ แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องระบุเพียงว่าจำเลยที่ 1 ตกลงให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ก่อสร้าง ก็มีความหมายอยู่ในตัวว่า จำเลยที่ 1 คือผู้ว่าจ้าง ส่วนจำเลยที่ 2 คือผู้รับจ้าง และแม้ความจริงจะปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เพียงรับจ้างก่อสร้างอาคาร มิได้รับจ้างตอกเสาเข็มด้วย อันทำให้จำเลยที่ 2 พ้นความรับผิดจากความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ตาม แต่สำหรับจำเลยที่ 1 นั้น ไม่ว่าจะจ้างใครเข้าไปตอกเสาเข็มในที่ดินพิพาท ก็ยังคงสถานะความเป็นผู้ว่าจ้างอยู่เช่นเดิม จำเลยที่ 1 จึงไม่พ้นความผูกพันในฐานะผู้ว่าจ้างทำของ ภายใต้บังคับของ ป.พ.พ. มาตรา 428 ฉะนั้น การพ้นความรับผิดของจำเลยที่ 2 เนื่องเพราะมิได้เป็นผู้รับจ้างจากจำเลยที่ 1 ในการตอกเสาเข็มจึงเป็นเรื่องเฉพาะตัว คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะจำเลยที่ 1 ให้ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ จึงมิใช่เป็นเรื่องของการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 วรรคหนึ่ง โจทก์นำสืบเพียงว่าจำเลยที่ 1 เริ่มก่อสร้างบ้านโดยใช้ปั้นจั่นตอกเสาเข็มเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2554 แต่โจทก์ไม่สามารถนำสืบให้เห็นชัดเจนว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำละเมิดในวันใด จึงให้คิดดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2554 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเดือนมิถุนายน 2558 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 650,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับแต่เดือนมิถุนายน 2554 ซึ่งเป็นวันกระทำละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 450,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่เดือนมิถุนายน 2554 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยที่ 1 ใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนที่ให้จำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ โดยให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วย คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ทั้งสองศาลนอกจากนี้ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติตามที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของอาคารตึกแถวพิพาทซึ่งปลูกอยู่ติดกับที่ดินของจำเลยที่ 1 เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2554 จำเลยที่ 1 ได้ก่อสร้างบ้านพักอาศัยบนที่ดินของตน โดยว่าจ้างให้บริษัทไฮเทค ไทยคอนกรีต จำกัด เป็นผู้ตอกเสาเข็ม อันเป็นเหตุทำให้อาคารตึกแถวพิพาทของโจทก์ได้รับความเสียหาย ปรากฏรอยร้าว หลังเกิดเหตุจำเลยที่ 1 กับนายสุรพงษ์ หัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตผู้รับผิดชอบเคยไปพูดคุยเจรจาค่าเสียหายกับโจทก์ แต่ไม่อาจตกลงกันได้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ร่วมรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตอกเสาเข็มในโครงการบ้านพักอาศัยของจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่ติดกับอาคารพิพาทของโจทก์ แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องระบุเพียงว่าจำเลยที่ 1 ตกลงให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ก่อสร้าง ก็มีความหมายอยู่ในตัวว่า จำเลยที่ 1 คือผู้ว่าจ้าง ส่วนจำเลยที่ 2 คือผู้รับจ้าง และแม้ความจริงจะปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เพียงรับจ้างก่อสร้างอาคาร มิได้รับจ้างตอกเสาเข็มด้วย อันทำให้จำเลยที่ 2 พ้นความรับผิดจากความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ตาม แต่สำหรับจำเลยที่ 1 นั้น ไม่ว่าจะจ้างใครเข้าไปตอกเสาเข็มในที่พิพาท ก็ยังคงสถานะความเป็นผู้ว่าจ้างอยู่เช่นเดิม จำเลยที่ 1 จึงไม่พ้นความผูกพันในฐานะผู้ว่าจ้างทำของ ภายใต้บังคับของมาตรา 428 แห่งประมวลกฎหมายหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉะนั้น การพ้นความรับผิดของจำเลยที่ 2 เนื่องเพราะมิได้เป็นผู้รับจ้างจากจำเลยที่ 1 ในการตอกเสาเข็มจึงเป็นเรื่องเฉพาะตัว คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะจำเลยที่ 1 จึงมิใช่เป็นเรื่องของการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ด้วยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น สำหรับค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ที่จำนวน 450,000 บาท นั้น ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้โจทก์นำสืบกล่าวอ้างเพียงว่าได้เคยให้ผู้รับเหมาก่อสร้างมาสำรวจความเสียหายและประเมินราคาเพื่อซ่อมแซมรวมค่าวัสดุแล้ว ต้องใช้เงินทั้งสิ้นจำนวน 682,884.70 บาท ตามใบเสนอราคาซ่อมแซม โดยโจทก์ขอคิดค่าเสียหายเพียงแค่จำนวน 650,000 บาท แต่โจทก์ไม่ได้นำตัวช่างที่ประเมินราคาดังกล่าวมาเป็นพยานเบิกความรับรองยืนยัน กรณีจึงไม่อาจรับฟังเป็นจริงได้ทั้งหมด ประกอบคำเบิกความของนายอนุชิตวิศวกรโยธาซึ่งเคยเข้าไปตรวจสภาพตึกแถวของโจทก์ก่อนมีการตอกเสาเข็ม ยืนยันว่ามีรอยร้าวที่บริเวณผนังและหลังคาในส่วนที่โจทก์ต่อเติมด้านหลังอยู่ทุกชั้นก่อนแล้ว ดังนี้ เพื่อความเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดี จึงเห็นควรให้ลดค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายลงเหลือเพียงกึ่งหนึ่งจากจำนวนที่โจทก์ขอ ส่วนดอกเบี้ยที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้นับแต่เดือนมิถุนายน 2554 นั้น โจทก์นำสืบเพียงว่าจำเลยที่ 1 เริ่มก่อสร้างบ้านโดยใช้ปั้นจั่นตอกเสาเข็มเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2554 แต่โจทก์ไม่สามารถนำสืบให้เห็นชัดเจนว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำละเมิดในวันใด จึงให้คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2554 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเดือนมิถุนายน 2554 พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 325,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2554 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ไม่คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (ชัยรัตน์ ศิลาลาย-ปดารณี ลัดพลี-ปานนท์ กัจฉปานันท์) ศาลแพ่ง - นางวราภรณ์ มากธนะรุ่ง ว่องเมทินี ศาลอุทธรณ์ - นายชัยชนะ อิสสระวิทย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3212/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ2910/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ4823/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
585102
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางวราภรณ์ มากธนะรุ่ง ว่องเมทินี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายชัยชนะ อิสสระวิทย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081972163"
    }
}
date
2558
deka_no
4304/2558
deka_running_no
4304
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "ชัยรัตน์ ศิลาลาย",
    "ปดารณี ลัดพลี",
    "ปานนท์ กัจฉปานันท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 206",
            "ม. 224",
            "ม. 428"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางศิริวรรณ แซ่ปั้ง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายศรีนันต์ กันตวีระกุล กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 650,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับแต่เดือนมิถุนายน 2554 ซึ่งเป็นวันกระทำละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 450,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่เดือนมิถุนายน 2554 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยที่ 1 ใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนที่ให้จำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ โดยให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วย คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ทั้งสองศาลนอกจากนี้ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติตามที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของอาคารตึกแถวพิพาทซึ่งปลูกอยู่ติดกับที่ดินของจำเลยที่ 1 เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2554 จำเลยที่ 1 ได้ก่อสร้างบ้านพักอาศัยบนที่ดินของตน โดยว่าจ้างให้บริษัทไฮเทค ไทยคอนกรีต จำกัด เป็นผู้ตอกเสาเข็ม อันเป็นเหตุทำให้อาคารตึกแถวพิพาทของโจทก์ได้รับความเสียหาย ปรากฏรอยร้าว หลังเกิดเหตุจำเลยที่ 1 กับนายสุรพงษ์ หัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตผู้รับผิดชอบเคยไปพูดคุยเจรจาค่าเสียหายกับโจทก์ แต่ไม่อาจตกลงกันได้

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ร่วมรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตอกเสาเข็มในโครงการบ้านพักอาศัยของจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่ติดกับอาคารพิพาทของโจทก์ แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องระบุเพียงว่าจำเลยที่ 1 ตกลงให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ก่อสร้าง ก็มีความหมายอยู่ในตัวว่า จำเลยที่ 1 คือผู้ว่าจ้าง ส่วนจำเลยที่ 2 คือผู้รับจ้าง และแม้ความจริงจะปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เพียงรับจ้างก่อสร้างอาคาร มิได้รับจ้างตอกเสาเข็มด้วย อันทำให้จำเลยที่ 2 พ้นความรับผิดจากความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ตาม แต่สำหรับจำเลยที่ 1 นั้น ไม่ว่าจะจ้างใครเข้าไปตอกเสาเข็มในที่พิพาท ก็ยังคงสถานะความเป็นผู้ว่าจ้างอยู่เช่นเดิม จำเลยที่ 1 จึงไม่พ้นความผูกพันในฐานะผู้ว่าจ้างทำของ ภายใต้บังคับของมาตรา 428 แห่งประมวลกฎหมายหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉะนั้น การพ้นความรับผิดของจำเลยที่ 2 เนื่องเพราะมิได้เป็นผู้รับจ้างจากจำเลยที่ 1 ในการตอกเสาเข็มจึงเป็นเรื่องเฉพาะตัว คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะจำเลยที่ 1 จึงมิใช่เป็นเรื่องของการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ด้วยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น

สำหรับค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ที่จำนวน 450,000 บาท นั้น ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้โจทก์นำสืบกล่าวอ้างเพียงว่าได้เคยให้ผู้รับเหมาก่อสร้างมาสำรวจความเสียหายและประเมินราคาเพื่อซ่อมแซมรวมค่าวัสดุแล้ว ต้องใช้เงินทั้งสิ้นจำนวน 682,884.70 บาท ตามใบเสนอราคาซ่อมแซม โดยโจทก์ขอคิดค่าเสียหายเพียงแค่จำนวน 650,000 บาท แต่โจทก์ไม่ได้นำตัวช่างที่ประเมินราคาดังกล่าวมาเป็นพยานเบิกความรับรองยืนยัน กรณีจึงไม่อาจรับฟังเป็นจริงได้ทั้งหมด ประกอบคำเบิกความของนายอนุชิตวิศวกรโยธาซึ่งเคยเข้าไปตรวจสภาพตึกแถวของโจทก์ก่อนมีการตอกเสาเข็ม ยืนยันว่ามีรอยร้าวที่บริเวณผนังและหลังคาในส่วนที่โจทก์ต่อเติมด้านหลังอยู่ทุกชั้นก่อนแล้ว ดังนี้ เพื่อความเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดี จึงเห็นควรให้ลดค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายลงเหลือเพียงกึ่งหนึ่งจากจำนวนที่โจทก์ขอ ส่วนดอกเบี้ยที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้นับแต่เดือนมิถุนายน 2554 นั้น โจทก์นำสืบเพียงว่าจำเลยที่ 1 เริ่มก่อสร้างบ้านโดยใช้ปั้นจั่นตอกเสาเข็มเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2554 แต่โจทก์ไม่สามารถนำสืบให้เห็นชัดเจนว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำละเมิดในวันใด จึงให้คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2554 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเดือนมิถุนายน 2554

พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 325,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2554 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ไม่คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ2910/2554
primary_red_case_no
พ4823/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000290.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3212/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558