คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9450/2558 ฉบับเต็ม

#585108
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9450/2558 นายสมนึก ไชยศิริสุโรจน์ โจทก์ บริษัทศรีสยามมงคล (อุดมสุข) จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 271 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 2 มีข้อความว่า จำเลยทั้งสองจะทำหนังสือแจ้งประกันสังคมโดยระบุว่าจำเลยทั้งสองเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด...ปรากฏว่าภายหลังศาลแรงงานกลางพิพากษาตามยอม จำเลยทั้งสองได้ทำหนังสือแจ้งเปลี่ยนแปลงการให้ออกของพนักงาน ลงวันที่ 19 เมษายน 2553 ถึงผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 8 แจ้งเปลี่ยนแปลงการให้ออกของโจทก์จาก "ไล่ออกโดยมีความผิด" เป็น "ไล่ออกโดยไม่มีความผิด" ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาประนีประนอมยอมความนำมายื่นต่อศาลและให้โจทก์รับไปแล้ว แม้หนังสือดังกล่าวจะมีข้อความอื่นนอกเหนือจากที่ระบุตาม ข้อ 2 ของสัญญาประนีประนอมยอมความรวมอยู่ด้วย แต่เมื่อโจทก์นำไปยื่นต่อสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 8 เจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการแก้ไขฐานข้อมูลการเลิกจ้างให้ว่าเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิด ตรงตามเจตนารมณ์ของคู่ความที่ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน เช่นนี้จะถือว่าจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมหาได้ไม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสอง ดังนี้ ข้อ 1 จำเลยทั้งสองตกลงจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่โจทก์จำนวน 456,000 บาท (เป็นส่วนของจำเลยที่ 1 จำนวน 342,000 บาท และเป็นส่วนของจำเลยที่ 2 จำนวน 114,000 บาท) ซึ่งจำเลยทั้งสองจะผ่อนชำระทุกวันที่ 21 ของทุกเดือน เริ่มเดือนแรกเดือนเมษายน 2553 โดยงวดแรกจะชำระเป็นเงิน370,500 บาท งวดที่ 2 ถึงงวดที่ 4 จะชำระงวดละ 28,500 บาท และเงินที่ผ่อนดังกล่าวจะนำเงินมาวางศาล ข้อ 2 จำเลยทั้งสองจะทำหนังสือแจ้งประกันสังคมโดยระบุว่าจำเลยทั้งสองเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด ซึ่งหนังสือดังกล่าวจำเลยทั้งสองจะนำมายื่นต่อศาลภายในวันที่ 21 เมษายน 2553 ข้อ 3 โจทก์จะถอนฟ้องคดีดำที่ 7423/2552 ของศาลนี้ โดยเป็นคู่ความเดียวกันกับคดีนี้ และโจทก์จะไม่นำคดีมาฟ้องในคดีดังกล่าวอีก ข้อ 4 หากจำเลยทั้งสองผิดนัดในข้อ 1 และข้อ 2 ยินยอมให้โจทก์คิดค่าปรับเป็นเงิน 800,000 บาท โดยไม่รวมเงินที่จำเลยทั้งสองได้ชำระมาก่อน ข้อ 5 โจทก์และจำเลยทั้งสองจะไม่ติดใจดำเนินคดีไม่ว่าแพ่งและคดีอาญารวมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ต่อกันอีก ข้อ 6 โจทก์และจำเลยทั้งสองยอมตามข้อ 1 ถึงข้อ 5 โจทก์ยื่นคำขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี ศาลแรงงานกลางมีคำสั่ง ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมหรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 2 มีข้อความว่า จำเลยทั้งสองจะทำหนังสือแจ้งประกันสังคมโดยระบุว่าจำเลยทั้งสองเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด...ปรากฏว่าภายหลังศาลแรงงานกลางพิพากษาตามยอม จำเลยทั้งสองได้ทำหนังสือแจ้งเปลี่ยนแปลงการให้ออกของพนักงาน ลงวันที่ 19 เมษายน 2553 ถึงผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 8 แจ้งเปลี่ยนแปลงการให้ออกของโจทก์จาก "ไล่ออกโดยมีความผิด" เป็น "ไล่ออกโดยไม่มีความผิด" ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาประนีประนอมยอมความนำมายื่นต่อศาลและให้โจทก์รับไปแล้ว แม้หนังสือดังกล่าวจะมีข้อความอื่นนอกเหนือจากที่ระบุตาม ข้อ 2 ของสัญญาประนีประนอมยอมความรวมอยู่ด้วยแต่เมื่อโจทก์นำไปยื่นต่อสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 8 เจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการแก้ไขฐานข้อมูลการเลิกจ้างให้ว่าเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิด ตรงตามเจตนารมณ์ของคู่ความที่ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน เช่นนี้จะถือว่าจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมหาได้ไม่ ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำขอให้ออกหมายบังคับคดีนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ธีระ เบญจรัศมีโรจน์-นิยุต สุภัทรพาหิรผล-ภาติยะ ดวงมณี) ศาลแรงงานกลาง - นางพัชรินทร์ โชติวรานนท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.26/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ523/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1283/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
585108
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นางพัชรินทร์ โชติวรานนท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081969784"
    }
}
date
2558
deka_no
9450/2558
deka_running_no
9450
deka_year
2558
department
แรงงาน
judges
[
    "ธีระ เบญจรัศมีโรจน์",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "ภาติยะ ดวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 31"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมนึก ไชยศิริสุโรจน์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทศรีสยามมงคล (อุดมสุข) จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสอง ดังนี้

ข้อ 1 จำเลยทั้งสองตกลงจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่โจทก์จำนวน 456,000 บาท (เป็นส่วนของจำเลยที่ 1 จำนวน 342,000 บาท และเป็นส่วนของจำเลยที่ 2 จำนวน 114,000 บาท) ซึ่งจำเลยทั้งสองจะผ่อนชำระทุกวันที่ 21 ของทุกเดือน เริ่มเดือนแรกเดือนเมษายน 2553 โดยงวดแรกจะชำระเป็นเงิน370,500 บาท งวดที่ 2 ถึงงวดที่ 4 จะชำระงวดละ 28,500 บาท และเงินที่ผ่อนดังกล่าวจะนำเงินมาวางศาล

ข้อ 2 จำเลยทั้งสองจะทำหนังสือแจ้งประกันสังคมโดยระบุว่าจำเลยทั้งสองเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด ซึ่งหนังสือดังกล่าวจำเลยทั้งสองจะนำมายื่นต่อศาลภายในวันที่ 21 เมษายน 2553

ข้อ 3 โจทก์จะถอนฟ้องคดีดำที่ 7423/2552 ของศาลนี้ โดยเป็นคู่ความเดียวกันกับคดีนี้ และโจทก์จะไม่นำคดีมาฟ้องในคดีดังกล่าวอีก

ข้อ 4 หากจำเลยทั้งสองผิดนัดในข้อ 1 และข้อ 2 ยินยอมให้โจทก์คิดค่าปรับเป็นเงิน 800,000 บาท โดยไม่รวมเงินที่จำเลยทั้งสองได้ชำระมาก่อน

ข้อ 5 โจทก์และจำเลยทั้งสองจะไม่ติดใจดำเนินคดีไม่ว่าแพ่งและคดีอาญารวมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ต่อกันอีก

ข้อ 6 โจทก์และจำเลยทั้งสองยอมตามข้อ 1 ถึงข้อ 5

โจทก์ยื่นคำขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่ง ให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมหรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 2 มีข้อความว่า จำเลยทั้งสองจะทำหนังสือแจ้งประกันสังคมโดยระบุว่าจำเลยทั้งสองเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด...ปรากฏว่าภายหลังศาลแรงงานกลางพิพากษาตามยอม จำเลยทั้งสองได้ทำหนังสือแจ้งเปลี่ยนแปลงการให้ออกของพนักงาน ลงวันที่ 19 เมษายน 2553 ถึงผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 8 แจ้งเปลี่ยนแปลงการให้ออกของโจทก์จาก "ไล่ออกโดยมีความผิด" เป็น "ไล่ออกโดยไม่มีความผิด" ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาประนีประนอมยอมความนำมายื่นต่อศาลและให้โจทก์รับไปแล้ว แม้หนังสือดังกล่าวจะมีข้อความอื่นนอกเหนือจากที่ระบุตาม ข้อ 2 ของสัญญาประนีประนอมยอมความรวมอยู่ด้วยแต่เมื่อโจทก์นำไปยื่นต่อสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 8 เจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการแก้ไขฐานข้อมูลการเลิกจ้างให้ว่าเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิด ตรงตามเจตนารมณ์ของคู่ความที่ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน เช่นนี้จะถือว่าจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมหาได้ไม่ ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำขอให้ออกหมายบังคับคดีนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
พ523/2553
primary_red_case_no
พ1283/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000269.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.26/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558