คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13254/2555 ฉบับเต็ม

#585118
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13254/2555 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว โจทก์ร่วม นางสุกัญญา อินทรวิเชียรหรืออินทวิเชียร จำเลย ป.อ. มาตรา 352 วรรคแรก ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยได้รับเงินจากการจำหน่ายคูปองบริการให้แก่สมาชิกของโจทก์ร่วม หลายรายการ รวมเป็นเงิน 1,737,032,30 บาท อันเป็นเงินของโจทก์ร่วมไว้ในครอบครองของจำเลยแล้วเบียดบังเอาเงินจำนวนดังกล่าวของโจทก์ร่วมไปเป็นประโยชน์ส่วนตนหรือของบุคคลที่สามโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 352 และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,737,032,30 บาท แก่โจทก์ร่วม โดยไม่ได้บรรยายรายละเอียดการกระทำของจำเลยให้ปรากฏว่าเป็นความผิดหลายกรรม ทั้งตามคำขอท้ายฟ้องก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ต้องการให้ลงโทษจำเลยหลายกรรม ดังนี้แม้จะพิจารณาได้ความว่าจำเลยยักยอกเงินของโจทก์ร่วมหลายครั้งต่างกรรมต่างวาระกัน ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยเป็นหลายกรรม ศาลจึงไม่อาจลงโทษจำเลยหลายกระทงได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,737,032.30 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน รวม 49 กระทง ให้เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 1 เดือน รวมจำคุก 49 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,737,032.30 บาท แก่โจทก์ร่วม จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียว คงจำคุก 1 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,147,657.70 บาท แก่โจทก์ร่วม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยข้อแรกว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียวชอบหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องมาในข้อเดียวกันว่า เมื่อระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2541 ถึงวันที่ 18 ตุลาคม2543 ต่อเนื่องกันทั้งเวลากลางวันและกลางคืน จำเลยได้รับเงินจากการจำหน่ายคูปองบริการให้แก่สมาชิกของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว โจทก์ร่วม หลายรายการรวมเป็นเงิน 1,737,032.30 บาท อันเป็นเงินของโจทก์ร่วมไว้ในครอบครองของจำเลย ต่อมาระหว่างวันเวลาดังกล่าวติดต่อกัน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด ภายหลังจำเลยได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไว้ในครอบครองแล้ว จำเลยเบียดบังเอาเงินจำนวนนี้ของโจทก์ร่วมไปเป็นประโยชน์ส่วนตนหรือของบุคคลที่สามโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,737,032.30 บาท แก่โจทก์ร่วม จะเห็นได้ว่าตามฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายรายละเอียดการกระทำของจำเลยให้ปรากฏว่าเป็นความผิดหลายกรรม ทั้งตามคำขอท้ายฟ้องก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ต้องการให้ลงโทษจำเลยหลายกรรม ดังนี้ แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าจำเลยยักยอกเงินของโจทก์ร่วมหลายครั้งต่างกรรมต่างวาระกัน ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยเป็นหลายกรรม ศาลจึงไม่อาจลงโทษจำเลยหลายกระทงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียวชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ร่วมข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (อนันต์ ชุมวิสูตร-ชัยยุทธ ศรีจำนงค์-สมชาติ ธัญญาวินิชกุล) ศาลแขวงพระนครใต้ - นายวรุณ ชำนาญศรีเพ็ชร ศาลอุทธรณ์ - นางเสมอดาว เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1928/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ3658/2544 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ410/2547 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
585118
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระนครใต้",
        "judge": "นายวรุณ ชำนาญศรีเพ็ชร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางเสมอดาว เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081984641"
    }
}
date
2555
deka_no
13254/2555
deka_running_no
13254
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "อนันต์ ชุมวิสูตร",
    "ชัยยุทธ ศรีจำนงค์",
    "สมชาติ ธัญญาวินิชกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 352 วรรคแรก"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสุกัญญา อินทรวิเชียรหรืออินทวิเชียร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,737,032.30 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน รวม 49 กระทง ให้เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 1 เดือน รวมจำคุก 49 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,737,032.30 บาท แก่โจทก์ร่วม

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียว คงจำคุก 1 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,147,657.70 บาท แก่โจทก์ร่วม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ร่วมฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยข้อแรกว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียวชอบหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องมาในข้อเดียวกันว่า เมื่อระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2541 ถึงวันที่ 18 ตุลาคม2543 ต่อเนื่องกันทั้งเวลากลางวันและกลางคืน จำเลยได้รับเงินจากการจำหน่ายคูปองบริการให้แก่สมาชิกของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว โจทก์ร่วม หลายรายการรวมเป็นเงิน 1,737,032.30 บาท อันเป็นเงินของโจทก์ร่วมไว้ในครอบครองของจำเลย ต่อมาระหว่างวันเวลาดังกล่าวติดต่อกัน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด ภายหลังจำเลยได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไว้ในครอบครองแล้ว จำเลยเบียดบังเอาเงินจำนวนนี้ของโจทก์ร่วมไปเป็นประโยชน์ส่วนตนหรือของบุคคลที่สามโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,737,032.30 บาท แก่โจทก์ร่วม จะเห็นได้ว่าตามฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายรายละเอียดการกระทำของจำเลยให้ปรากฏว่าเป็นความผิดหลายกรรม ทั้งตามคำขอท้ายฟ้องก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ต้องการให้ลงโทษจำเลยหลายกรรม ดังนี้ แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าจำเลยยักยอกเงินของโจทก์ร่วมหลายครั้งต่างกรรมต่างวาระกัน ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยเป็นหลายกรรม ศาลจึงไม่อาจลงโทษจำเลยหลายกระทงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียวชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ร่วมข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ3658/2544
primary_red_case_no
อ410/2547
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000399.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1928/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555