คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4097/2558 ฉบับเต็ม

#585453
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4097/2558 บริษัทไทยจิวเวลรี่ แมนูแฟคเจอร์เรอร์ จำกัด โจทก์ นายวิชัย อัศรัสกร กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 100, มาตรา 420 การที่โจทก์อ้างในคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ลงมติออกเสียงในที่ประชุมลำพัง ซึ่งไม่ถูกต้องตรงตามกับความจริง เท่ากับโจทก์โต้แย้งว่ามติของที่ประชุมไม่ชอบ โจทก์ในฐานะสมาชิกของสมาคมย่อมมีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่ในคราวนั้นได้ ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 100 เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมดังกล่าวเกินหนึ่งเดือน มติที่ประชุมใหญ่จึงมีผลใช้บังคับหาเสียไปไม่ และการที่จำเลยทั้งห้าร่วมประชุมและลงมติในการประชุมดังกล่าวจึงมิได้เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันใช้เงินจำนวน 160,819,497.59 บาท แก่สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งหกให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ในเบื้องต้นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่าการที่โจทก์อ้างในคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ลงมติออกเสียงในที่ประชุมลำพังจึงไม่ถูกต้องตรงกับความจริง เพราะในวันดังกล่าวยังมีกรรมการคนอื่นเข้าประชุมและบางคนไม่เข้าประชุมแต่ก็ได้มอบอำนาจให้ผู้อื่นเข้าประชุมแทน ข้ออ้างดังกล่าวจึงเท่ากับว่าโจทก์โต้แย้งว่ามติของที่ประชุมในวันดังกล่าวที่ให้โอนเงินตามฟ้องให้จำเลยที่ 6 ไม่ชอบ โจทก์ในฐานะสมาชิกของสมาคมย่อมมีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่ในคราวนั้นได้ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 100 เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ดังกล่าววันที่ 24 พฤษภาคม 2553 จึงเกินหนึ่งเดือนนับแต่วันที่มีการประชุมครั้งที่ 1 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2551 และครั้งที่ 2 วันที่ 22 ตุลาคม 2551 มติที่ประชุมใหญ่จึงมีผลใช้บังคับหาเสียไปไม่ จำเลยทั้งห้าร่วมประชุมและลงมติในการประชุมดังกล่าวจึงมิได้เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา คดีไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นข้ออื่นต่อไป ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (พิทักษ์ คงจันทร์-ธีระพงศ์ จิระภาค-ศรีอัมพร ศาลิคุปต์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายชวลิต ชัยโชดก ศาลอุทธรณ์ - นายจำรัส เพ็ชรสุวรรณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3475/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ845/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1404/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
585453
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายชวลิต ชัยโชดก"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายจำรัส เพ็ชรสุวรรณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081972275"
    }
}
date
2558
deka_no
4097/2558
deka_running_no
4097
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "พิทักษ์ คงจันทร์",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค",
    "ศรีอัมพร ศาลิคุปต์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 100",
            "ม. 420"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทไทยจิวเวลรี่ แมนูแฟคเจอร์เรอร์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิชัย อัศรัสกร กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันใช้เงินจำนวน 160,819,497.59 บาท แก่สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งหกให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ในเบื้องต้นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่าการที่โจทก์อ้างในคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ลงมติออกเสียงในที่ประชุมลำพังจึงไม่ถูกต้องตรงกับความจริง เพราะในวันดังกล่าวยังมีกรรมการคนอื่นเข้าประชุมและบางคนไม่เข้าประชุมแต่ก็ได้มอบอำนาจให้ผู้อื่นเข้าประชุมแทน ข้ออ้างดังกล่าวจึงเท่ากับว่าโจทก์โต้แย้งว่ามติของที่ประชุมในวันดังกล่าวที่ให้โอนเงินตามฟ้องให้จำเลยที่ 6 ไม่ชอบ โจทก์ในฐานะสมาชิกของสมาคมย่อมมีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่ในคราวนั้นได้ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 100 เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ดังกล่าววันที่ 24 พฤษภาคม 2553 จึงเกินหนึ่งเดือนนับแต่วันที่มีการประชุมครั้งที่ 1 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2551 และครั้งที่ 2 วันที่ 22 ตุลาคม 2551 มติที่ประชุมใหญ่จึงมีผลใช้บังคับหาเสียไปไม่ จำเลยทั้งห้าร่วมประชุมและลงมติในการประชุมดังกล่าวจึงมิได้เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา คดีไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นข้ออื่นต่อไป ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ845/2553
primary_red_case_no
พ1404/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000291.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3475/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558