คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2396/2558 ฉบับเต็ม

#585458
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2396/2558 จ่าสิบเอกสำเนาว์ เกษสังข์ โจทก์ นายอนนท์หรือชานนท์หรือปรีชานนท์ จันทร์ไพศรี หรือจันทรไพศรีหรือจันทร์ไพรศรี กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 225 ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ให้การไว้ว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้ขอออกโฉนดที่ดินพิพาทโดยถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้นำชี้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ส่วนเรื่องแย่งการครอบครองนั้นเป็นคำให้การของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ปฏิเสธว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 72673 ย่อมไม่อาจถือได้ว่า ข้อต่อสู้ดังกล่าวเป็นข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 4 ด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ในข้อที่ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยแย่งการครอบครองมาจากโจทก์แล้วจึงเป็นเรื่องที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 และโฉนดที่ดินเลขที่ 76274 เลขที่ดิน 227 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ให้จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนในที่ดินโฉนดเลขที่ 76274 เลขที่ดิน 227 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ให้โจทก์ หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 และห้ามมิให้จำเลยที่ 1 เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงดังกล่าว ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 โอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนในที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ให้โจทก์ หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 และห้ามมิให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงดังกล่าว ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายในอัตราปีละ 100,000 บาท นับแต่ปี 2553 ไปจนกว่าจำเลยทั้งสี่จะดำเนินการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี กลับคืนสภาพเป็นที่นาตามเดิม จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 และโฉนดที่ดินเลขที่ 76274 เลขที่ดิน 227 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ห้ามมิให้จำเลยทั้งสี่เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงดังกล่าว ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ดำเนินการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี กลับคืนสภาพเป็นที่นาตามเดิม ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้เงินจำนวน 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จะดำเนินการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี กลับคืนสภาพเป็นที่นาตามเดิม และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 10,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีได้ความว่า ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ขอออกโฉนดที่ดินเลขที่ 76273 และ 76274 ทับที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 42 ซึ่งโจทก์มีสิทธิครอบครอง และรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 แย่งการครอบครองที่ดินพิพาทจากโจทก์แล้ว จำเลยที่ 1 ไม่อุทธรณ์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ว่า ตามพยานหลักฐานควรรับฟังว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยการแย่งการครอบครองที่ดินพิพาทมาจากโจทก์ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่วินิจฉัยนั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ให้การไว้ว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้ขอออกโฉนดที่ดินพิพาทโดยถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้นำชี้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ส่วนเรื่องแย่งการครอบครองนั้นเป็นคำให้การของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ปฏิเสธว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 ย่อมไม่อาจถือได้ว่าข้อต่อสู้ดังกล่าวเป็นข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ข้อนี้ จึงเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยให้ชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สมศักดิ์ จันทรา-ปดารณี ลัดพลี-แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์) ศาลจังหวัดลพบุรี - นายสมชาย อติกรจุฑาศิริ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุพัฒน์ บุญยุบล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.785/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ147/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ730/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
585458
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลพบุรี",
        "judge": "นายสมชาย อติกรจุฑาศิริ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายสุพัฒน์ บุญยุบล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081973061"
    }
}
date
2558
deka_no
2396/2558
deka_running_no
2396
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ จันทรา",
    "ปดารณี ลัดพลี",
    "แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "จ่าสิบเอกสำเนาว์ เกษสังข์"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นายอนนท์หรือชานนท์หรือปรีชานนท์ จันทร์ไพศรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "หรือจันทรไพศรีหรือจันทร์ไพรศรี กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 และโฉนดที่ดินเลขที่ 76274 เลขที่ดิน 227 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ให้จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนในที่ดินโฉนดเลขที่ 76274 เลขที่ดิน 227 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ให้โจทก์ หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 และห้ามมิให้จำเลยที่ 1 เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงดังกล่าว ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 โอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนในที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ให้โจทก์ หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 และห้ามมิให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงดังกล่าว ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายในอัตราปีละ 100,000 บาท นับแต่ปี 2553 ไปจนกว่าจำเลยทั้งสี่จะดำเนินการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี กลับคืนสภาพเป็นที่นาตามเดิม

จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 และโฉนดที่ดินเลขที่ 76274 เลขที่ดิน 227 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ห้ามมิให้จำเลยทั้งสี่เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงดังกล่าว ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ดำเนินการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี กลับคืนสภาพเป็นที่นาตามเดิม ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้เงินจำนวน 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จะดำเนินการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี กลับคืนสภาพเป็นที่นาตามเดิม และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 10,000 บาท แทนโจทก์

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีได้ความว่า ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ขอออกโฉนดที่ดินเลขที่ 76273 และ 76274 ทับที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 42 ซึ่งโจทก์มีสิทธิครอบครอง และรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 แย่งการครอบครองที่ดินพิพาทจากโจทก์แล้ว จำเลยที่ 1 ไม่อุทธรณ์

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ว่า ตามพยานหลักฐานควรรับฟังว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยการแย่งการครอบครองที่ดินพิพาทมาจากโจทก์ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่วินิจฉัยนั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ให้การไว้ว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้ขอออกโฉนดที่ดินพิพาทโดยถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้นำชี้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ส่วนเรื่องแย่งการครอบครองนั้นเป็นคำให้การของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ปฏิเสธว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 ย่อมไม่อาจถือได้ว่าข้อต่อสู้ดังกล่าวเป็นข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ข้อนี้ จึงเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยให้ชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ147/2553
primary_red_case_no
พ730/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000298.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.785/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558