คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9004/2558 ฉบับเต็ม

#585469
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9004/2558 นางสุจิตรา เสสะเวช โดยนายชัยวัฒน์ เสสะเวช ผู้อนุบาล และนายสมศักดิ์ เสสะเวช ผู้อนุบาล ซึ่งดำเนินคดีต่างนางสุจิตรา ผู้ตาย โจทก์ นางสาวศรีศักดิ์ เสสะเวช จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 40, มาตรา 176 การที่ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเพราะโจทก์ทิ้งฟ้องย่อมลบล้างผลแห่งการยื่นคำฟ้อง รวมทั้งกระบวนพิจารณาอื่นๆ อันมีมาภายหลังยื่นคำฟ้อง ทำให้คู่ความกลับคืนสู่ฐานะเดิมเสมือนหนึ่งมิได้มีการยื่นฟ้องเลย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 176 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 จึงไม่มีคดีของโจทก์อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอีก ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268, 341 ระหว่างพิจารณา นายชัยวัฒน์ ผู้อนุบาลโจทก์ถึงแก่ความตาย นายสมศักดิ์ ผู้อนุบาลโจทก์อีกคนหนึ่ง เข้าดำเนินคดีแทน ต่อมาโจทก์ถึงแก่ความตาย นายสมศักดิ์จึงดำเนินคดีต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 29 วรรคสอง ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้องโจทก์ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268, 341 เฉพาะกระทงความผิดตามคำฟ้องข้อ 2 ในส่วนข้อ 1.1, 1.2, 1.5 ถึง 1.7, 1.11, 1.14, 1.19, 1.21 ถึง 1.31 ไว้พิจารณา หมายเรียกจำเลยให้การแก้คดี สืบพยานโจทก์ หรือนัดพร้อมเพื่อกำหนดวันนัดพิจารณาคดีต่อเนื่องวันที่ 14 พฤษภาคม 2557 เวลา 9 นาฬิกา ให้โจทก์นำส่งหมายภายใน 3 วัน นับแต่วันนี้ มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฟ้อง การส่งหมายหากไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิด หากจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตอำนาจศาลนี้ให้แจ้งศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาจัดการให้ เมื่อถึงวันนัดดังกล่าว โจทก์ไม่มาศาล และจำเลยยื่นคำร้องว่าโจทก์ไม่ได้นำส่งหมายเรียกให้จำเลยแก้คดี ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ไม่ได้ดำเนินการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทราบตามคำสั่งศาล ประกอบกับวันนี้โจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ถือว่าโจทก์มีเจตนาทิ้งฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (1) (2) (ที่ถูก ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ให้จำหน่ายคดีของโจทก์ออกจากสารบบความ ในวันเดียวกันช่วงบ่าย โจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์ถอนนายอภิชาติ จากการเป็นทนายความโจทก์ แต่โจทก์เจ็บป่วยจึงไม่สามารถหาทนายความคนใหม่ได้ทัน โจทก์ตั้งใจจะมาศาลเพื่อขอเลื่อนคดี แต่ในช่วงเช้าโจทก์มีอาการปวดในช่องท้องอย่างเฉียบพลันและรุนแรงไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ และไม่สามารถติดต่อหาบุคคลไปเลื่อนคดีแทน ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนการพิจารณาออกไป ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องขอเลื่อนคดีของโจทก์ชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเพราะโจทก์ทิ้งฟ้องย่อมลบล้างผลแห่งการยื่นคำฟ้อง รวมทั้งกระบวนพิจารณาอื่น ๆ อันมีมาภายหลังยื่นคำฟ้อง กระทำให้คู่ความกลับคืนสู่ฐานะเดิมเสมือนหนึ่งมิได้มีการยื่นฟ้องเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 176 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ซึ่งหากโจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าว โจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์ หรือขอให้ศาลเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในกรณีที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์โดยผิดหลง ซึ่งมีบทกฎหมายที่จะยกขึ้นปรับแก่คดีได้โดยเฉพาะอยู่แล้ว แต่โจทก์ไม่ดำเนินการดังกล่าวกลับยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่าเจ็บป่วย ดังนี้ เมื่อศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความของศาลชั้นต้นแล้ว จึงไม่มีคดีของโจทก์อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นอีกต่อไป โจทก์จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอีก หากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีแก่จำเลยต่อไปก็ชอบที่จะใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (อดิศักดิ์ ปัตรวลี-ทวีศักดิ์ ทองภักดี-เฉลิมศักดิ์ ภัทรสุมันต์) ศาลแขวงธนบุรี - นางสาวสุปราณี สุวรรณกุล ศาลอุทธรณ์ - นายณรงค์ ธนะปกรณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1820/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ8725/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ5345/2557 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
585469
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงธนบุรี",
        "judge": "นางสาวสุปราณี สุวรรณกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายณรงค์ ธนะปกรณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081970006"
    }
}
date
2558
deka_no
9004/2558
deka_running_no
9004
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "อดิศักดิ์ ปัตรวลี",
    "ทวีศักดิ์ ทองภักดี",
    "เฉลิมศักดิ์ ภัทรสุมันต์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 40",
            "ม. 176"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นางสุจิตรา เสสะเวช โดยนายชัยวัฒน์ เสสะเวช ผู้อนุบาล"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "และนายสมศักดิ์ เสสะเวช ผู้อนุบาล"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ซึ่งดำเนินคดีต่างนางสุจิตรา ผู้ตาย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวศรีศักดิ์ เสสะเวช"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268, 341 ระหว่างพิจารณา นายชัยวัฒน์ ผู้อนุบาลโจทก์ถึงแก่ความตาย นายสมศักดิ์ ผู้อนุบาลโจทก์อีกคนหนึ่ง เข้าดำเนินคดีแทน ต่อมาโจทก์ถึงแก่ความตาย นายสมศักดิ์จึงดำเนินคดีต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 29 วรรคสอง ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้องโจทก์ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268, 341 เฉพาะกระทงความผิดตามคำฟ้องข้อ 2 ในส่วนข้อ 1.1, 1.2, 1.5 ถึง 1.7, 1.11, 1.14, 1.19, 1.21 ถึง 1.31 ไว้พิจารณา หมายเรียกจำเลยให้การแก้คดี สืบพยานโจทก์ หรือนัดพร้อมเพื่อกำหนดวันนัดพิจารณาคดีต่อเนื่องวันที่ 14 พฤษภาคม 2557 เวลา 9 นาฬิกา ให้โจทก์นำส่งหมายภายใน 3 วัน นับแต่วันนี้ มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฟ้อง การส่งหมายหากไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิด หากจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตอำนาจศาลนี้ให้แจ้งศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาจัดการให้ เมื่อถึงวันนัดดังกล่าว โจทก์ไม่มาศาล และจำเลยยื่นคำร้องว่าโจทก์ไม่ได้นำส่งหมายเรียกให้จำเลยแก้คดี ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ไม่ได้ดำเนินการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทราบตามคำสั่งศาล ประกอบกับวันนี้โจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ถือว่าโจทก์มีเจตนาทิ้งฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (1) (2) (ที่ถูก ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ให้จำหน่ายคดีของโจทก์ออกจากสารบบความ ในวันเดียวกันช่วงบ่าย โจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์ถอนนายอภิชาติ จากการเป็นทนายความโจทก์ แต่โจทก์เจ็บป่วยจึงไม่สามารถหาทนายความคนใหม่ได้ทัน โจทก์ตั้งใจจะมาศาลเพื่อขอเลื่อนคดี แต่ในช่วงเช้าโจทก์มีอาการปวดในช่องท้องอย่างเฉียบพลันและรุนแรงไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ และไม่สามารถติดต่อหาบุคคลไปเลื่อนคดีแทน ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนการพิจารณาออกไป ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว ให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องขอเลื่อนคดีของโจทก์ชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเพราะโจทก์ทิ้งฟ้องย่อมลบล้างผลแห่งการยื่นคำฟ้อง รวมทั้งกระบวนพิจารณาอื่น ๆ อันมีมาภายหลังยื่นคำฟ้อง กระทำให้คู่ความกลับคืนสู่ฐานะเดิมเสมือนหนึ่งมิได้มีการยื่นฟ้องเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 176 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ซึ่งหากโจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าว โจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์ หรือขอให้ศาลเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในกรณีที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์โดยผิดหลง ซึ่งมีบทกฎหมายที่จะยกขึ้นปรับแก่คดีได้โดยเฉพาะอยู่แล้ว แต่โจทก์ไม่ดำเนินการดังกล่าวกลับยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่าเจ็บป่วย ดังนี้ เมื่อศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความของศาลชั้นต้นแล้ว จึงไม่มีคดีของโจทก์อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นอีกต่อไป โจทก์จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอีก หากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีแก่จำเลยต่อไปก็ชอบที่จะใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ8725/2556
primary_red_case_no
อ5345/2557
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000271.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1820/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558