คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19772/2557 ฉบับเต็ม

#585750
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19772/2557 นางประจวบ ชาติพจน์หรืออัจฉะกาญจน์ โจทก์ นายเจริญรักษ์ อัจฉะกาญจน์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1474, มาตรา 1501, มาตรา 1532, มาตรา 1533 การสมรสสิ้นสุดด้วยความตาย การหย่าหรือศาลพิพากษาให้เพิกถอน เมื่อโจทก์กับผู้ตายจดทะเบียนสมรสกันวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2517 และจดทะเบียนหย่ากันเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2545 ดังนี้ ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2517 ถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2545 การสมรสของโจทก์กับผู้ตายยังมีอยู่ เมื่อคู่ความรับว่าทรัพย์สินตามฟ้องผู้ตายได้มาระหว่างสมรสกับโจทก์ ย่อมเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับผู้ตาย และในทะเบียนหย่าก็ไม่มีบันทึกเป็นหลักฐานลงลายมือชื่อโจทก์ระบุข้อความว่าโจทก์สละสินสมรสที่ตนมีสิทธิได้ ทั้งกรณีเป็นที่สงสัยว่าทรัพย์สินอย่างหนึ่งเป็นสินสมรสหรือไม่ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส เมื่อโจทก์กับผู้ตายจดทะเบียนหย่ากัน ต้องแบ่งทรัพย์สินดังกล่าวในวันจดทะเบียนหย่าให้โจทก์และผู้ตายคนละครึ่งหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยแบ่งที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 23193, 23196 และ น.ส. 3 ก. เลขที่ 14051 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และแบ่งเงินในบัญชีเงินฝากของธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสัตหีบ บัญชีเลขที่ 302 - 2 - 44489 - 1 ให้แก่โจทก์ และให้นำรถยนต์หมายเลขทะเบียน กค - 8620 ชลบุรี อาวุธปืนชนิดรีวอลเวอร์ ขนาด .38 ออกขายทอดตลาด แล้วนำเงินที่ขายได้มาแบ่งในส่วนเท่า ๆ กัน หากจำเลยไม่ยอมแบ่งทรัพย์สินขอให้นำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดและนำเงินมาแบ่งกัน จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนาวาเอกจำรักษ์ผู้ตายแบ่งที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 23193, 23196 และ น.ส. 3 ก.เลขที่ 14051 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้าง รถยนต์หมายเลขทะเบียน กค - 8620 ชลบุรี และอาวุธปืนชนิดรีวอลเวอร์ ขนาด .38 ซึ่งเป็นสินสมรสให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง หากแบ่งไม่ได้ให้นำทรัพย์ออกขายทอดตลาดนำเงินมาปันกันคนละครึ่ง ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 6,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นตามที่คู่ความรับและไม่โต้แย้งกันฟังได้ว่า โจทก์กับผู้ตายจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2517 จดทะเบียนหย่าขาดกันเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2545 ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกตามฎีกาข้อ 3.1 มีว่า ทรัพย์สินเป็นสินสมรสหรือไม่ เห็นว่า ระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม 2517 ถึง 1 กุมภาพันธ์ 2545 การสมรสระหว่างโจทก์กับผู้ตายยังคงมีอยู่เพราะการสมรสจะสิ้นสุดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1501 ซึ่งบัญญัติว่า การสมรสย่อมสิ้นสุดด้วยความตาย การหย่าหรือศาลพิพากษาให้เพิกถอน เท่านั้น และตามมาตรา 1474 สินสมรสได้แก่ทรัพย์สิน... (1) ที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส... ตามทางนำสืบของคู่ความก็รับกันว่าทรัพย์สินผู้ตายได้มาระหว่างสมรสกับโจทก์ จึงเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับผู้ตาย ทั้งตามมาตรา 1474 วรรคท้ายก็ยังบัญญัติว่า ถ้ากรณีเป็นที่สงสัยว่าทรัพย์สินอย่างหนึ่งเป็นสินสมรสหรือมิใช่ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังว่า ทรัพย์สินเป็นสินสมรสนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความแทนโจทก์ในชั้นฎีกา 6,000 บาท (จักร อุตตโม-สุรทิน สาเรือง-ประเสริฐ นิชโรจน์) ศาลจังหวัดพัทยา - นายสิงห์พิทักษ์ ละมูลมอญ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายอริยะ นาวินธรรม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1840/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ4286/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ514/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
585750
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพัทยา",
        "judge": "นายสิงห์พิทักษ์ ละมูลมอญ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายอริยะ นาวินธรรม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081974123"
    }
}
date
2557
deka_no
19772/2557
deka_running_no
19772
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "จักร อุตตโม",
    "สุรทิน สาเรือง",
    "ประเสริฐ นิชโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1474",
            "ม. 1501",
            "ม. 1532",
            "ม. 1533"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางประจวบ ชาติพจน์หรืออัจฉะกาญจน์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเจริญรักษ์ อัจฉะกาญจน์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยแบ่งที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 23193, 23196 และ น.ส. 3 ก. เลขที่ 14051 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และแบ่งเงินในบัญชีเงินฝากของธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสัตหีบ บัญชีเลขที่ 302 - 2 - 44489 - 1 ให้แก่โจทก์ และให้นำรถยนต์หมายเลขทะเบียน กค - 8620 ชลบุรี อาวุธปืนชนิดรีวอลเวอร์ ขนาด .38 ออกขายทอดตลาด แล้วนำเงินที่ขายได้มาแบ่งในส่วนเท่า ๆ กัน หากจำเลยไม่ยอมแบ่งทรัพย์สินขอให้นำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดและนำเงินมาแบ่งกัน

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนาวาเอกจำรักษ์ผู้ตายแบ่งที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 23193, 23196 และ น.ส. 3 ก.เลขที่ 14051 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้าง รถยนต์หมายเลขทะเบียน กค - 8620 ชลบุรี และอาวุธปืนชนิดรีวอลเวอร์ ขนาด .38 ซึ่งเป็นสินสมรสให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง หากแบ่งไม่ได้ให้นำทรัพย์ออกขายทอดตลาดนำเงินมาปันกันคนละครึ่ง ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 6,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นตามที่คู่ความรับและไม่โต้แย้งกันฟังได้ว่า โจทก์กับผู้ตายจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2517 จดทะเบียนหย่าขาดกันเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2545 ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกตามฎีกาข้อ 3.1 มีว่า ทรัพย์สินเป็นสินสมรสหรือไม่ เห็นว่า ระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม 2517 ถึง 1 กุมภาพันธ์ 2545 การสมรสระหว่างโจทก์กับผู้ตายยังคงมีอยู่เพราะการสมรสจะสิ้นสุดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1501 ซึ่งบัญญัติว่า การสมรสย่อมสิ้นสุดด้วยความตาย การหย่าหรือศาลพิพากษาให้เพิกถอน เท่านั้น และตามมาตรา 1474 สินสมรสได้แก่ทรัพย์สิน... (1) ที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส... ตามทางนำสืบของคู่ความก็รับกันว่าทรัพย์สินผู้ตายได้มาระหว่างสมรสกับโจทก์ จึงเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับผู้ตาย ทั้งตามมาตรา 1474 วรรคท้ายก็ยังบัญญัติว่า ถ้ากรณีเป็นที่สงสัยว่าทรัพย์สินอย่างหนึ่งเป็นสินสมรสหรือมิใช่ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังว่า ทรัพย์สินเป็นสินสมรสนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความแทนโจทก์ในชั้นฎีกา 6,000 บาท
opensearch_id
primary_black_case_no
พ4286/2550
primary_red_case_no
พ514/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000307.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1840/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557