คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5755/2558 ฉบับเต็ม

#585758
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5755/2558 บริษัทนัยน์ภัค จำกัด กับพวก โจทก์ บริษัทคีรีคาม จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (1), มาตรา 193/15, มาตรา 474 เมื่อโจทก์ที่ 2 พบบ้านชำรุดบกพร่องในเดือนมกราคม 2552 จำเลยเข้าไปแก้ไขซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดบกพร่อง เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (1) แต่ต่อมาโจทก์ที่ 2 ให้ทนายความมีหนังสือลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 แจ้งให้จำเลยหยุดทำการแก้ไขชำรุดบกพร่องโดยโจทก์ที่ 2 จะหาบุคคลภายนอกมาแก้ไขเอง จึงเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดลง อายุความจึงเริ่มนับใหม่นับแต่เวลานั้นคือวันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/15 วรรคสอง โจทก์ที่ 2 มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ดังนั้น เมื่อโจทก์ที่ 2 นำคดีมาฟ้องวันที่ 13 มกราคม 2554 เกินกว่า 1 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 474 ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ___________________________ โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 2,118,909.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 2,027,266.30 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยให้การและแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 900,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 13 มกราคม 2554) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ที่ 2 โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท ยกฟ้องโจทก์ที่ 1 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 ด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ที่ 2 กับจำเลยทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ที่ 2 ว่า คดีโจทก์ที่ 2 ขาดอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 474 หรือไม่ เห็นว่าเมื่อโจทก์ที่ 2 พบบ้านชำรุดบกพร่องในเดือนมกราคม 2552 จำเลยได้เข้าไปทำการแก้ไขซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดบกพร่อง เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 (1) ทำให้ระยะเวลาที่ล่วงไปก่อนนั้นไม่นับเข้าในอายุความตามมาตรา 193/15 วรรคหนึ่ง ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ที่ 2 ให้ทนายความมีหนังสือลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 แจ้งให้จำเลยหยุดทำการแก้ไขชำรุดบกพร่องโดยโจทก์ที่ 2 จะหาบุคคลภายนอกมาทำการแก้ไขเอง กรณีจึงเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดลง อายุความจึงเริ่มนับใหม่นับแต่เวลานั้นคือวันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/15 วรรคสอง โจทก์ที่ 2 มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ส่วนหนังสือลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 เป็นหนังสือที่ทนายโจทก์ที่ 2 ทวงถามให้จำเลยชำระเงินค่าใช้จ่ายที่โจทก์ที่ 2 ได้ทำการแก้ไขข้อชำรุดบกพร่องเรียบร้อยแล้วเป็นเงิน 2,027,266.30 บาท ไม่ใช่เหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดลง ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยปัญหาข้อนี้โดยให้เหตุและรายละเอียดต่าง ๆ ไว้ชอบแล้ว ดังนั้น เมื่อโจทก์ที่ 2 นำคดีมาฟ้องวันที่ 13 มกราคม 2554 เกินกว่า 1 ปี นับแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ฎีกาโจทก์ที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ประยูร ณ ระนอง-ภาติยะ ดวงมณี-กึกก้อง สมเกียรติเจริญ) ศาลจังหวัดพัทยา - นายเกรียงไกร นาคสิงห์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายชาตรี ศิริรักษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.790/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ48/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ74/2557 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
585758
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพัทยา",
        "judge": "นายเกรียงไกร นาคสิงห์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายชาตรี ศิริรักษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081971377"
    }
}
date
2558
deka_no
5755/2558
deka_running_no
5755
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "ประยูร ณ ระนอง",
    "ภาติยะ ดวงมณี",
    "กึกก้อง สมเกียรติเจริญ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/14 (1)",
            "ม. 193/15",
            "ม. 474"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทนัยน์ภัค จำกัด กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทคีรีคาม จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 2,118,909.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 2,027,266.30 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยให้การและแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 900,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 13 มกราคม 2554) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ที่ 2 โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท ยกฟ้องโจทก์ที่ 1

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 ด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ที่ 2 กับจำเลยทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ที่ 2 ว่า คดีโจทก์ที่ 2 ขาดอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 474 หรือไม่ เห็นว่าเมื่อโจทก์ที่ 2 พบบ้านชำรุดบกพร่องในเดือนมกราคม 2552 จำเลยได้เข้าไปทำการแก้ไขซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดบกพร่อง เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 (1) ทำให้ระยะเวลาที่ล่วงไปก่อนนั้นไม่นับเข้าในอายุความตามมาตรา 193/15 วรรคหนึ่ง ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ที่ 2 ให้ทนายความมีหนังสือลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 แจ้งให้จำเลยหยุดทำการแก้ไขชำรุดบกพร่องโดยโจทก์ที่ 2 จะหาบุคคลภายนอกมาทำการแก้ไขเอง กรณีจึงเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดลง อายุความจึงเริ่มนับใหม่นับแต่เวลานั้นคือวันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/15 วรรคสอง โจทก์ที่ 2 มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ส่วนหนังสือลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 เป็นหนังสือที่ทนายโจทก์ที่ 2 ทวงถามให้จำเลยชำระเงินค่าใช้จ่ายที่โจทก์ที่ 2 ได้ทำการแก้ไขข้อชำรุดบกพร่องเรียบร้อยแล้วเป็นเงิน 2,027,266.30 บาท ไม่ใช่เหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดลง ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยปัญหาข้อนี้โดยให้เหตุและรายละเอียดต่าง ๆ ไว้ชอบแล้ว ดังนั้น เมื่อโจทก์ที่ 2 นำคดีมาฟ้องวันที่ 13 มกราคม 2554 เกินกว่า 1 ปี นับแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ฎีกาโจทก์ที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ48/2554
primary_red_case_no
พ74/2557
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000283.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.790/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558