คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3754/2558 ฉบับเต็ม

#585992
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3754/2558 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางสาววิภาภรณ์ คุณาพัทธ์ ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กับพวก ผู้คัดค้าน นางสาวประภัสสร ทอราซองหรือศุภวิรุตม์ จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 122 ผู้ร้องได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและบ้านกับลูกหนี้และได้ชำระเงินค่าที่ดินและบ้านแก่ลูกหนี้ครบถ้วนแล้ว ผู้ร้องจึงมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขาย แต่เมื่อลูกหนี้ไม่สามารถจดทะเบียนโอนที่ดินและบ้านให้แก่ผู้ร้องได้เนื่องจากลูกหนี้ได้นำที่ดินและบ้านดังกล่าวไปจำนองแก่บริษัท บ. ซึ่งต่อมาบริษัทดังกล่าวได้โอนสิทธิการรับจำนองแก่ผู้คัดค้านที่ 2 แล้ว เมื่อลูกหนี้ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ผู้คัดค้านที่ 1 ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวได้ โดยลูกหนี้ไม่มีสิทธิอย่างใดตามสัญญาอีก คงเหลือเฉพาะหน้าที่ของลูกหนี้ที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญา สิทธิตามสัญญานั้นเป็นของผู้ร้องเพียงฝ่ายเดียว จึงไม่อยู่ในดุลพินิจของผู้คัดค้านที่ 1 ที่จะพิจารณาว่าสิทธิตามสัญญาที่ผู้ร้องจะพึงได้มีรับภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้แก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้หรือไม่ เพราะประโยชน์ที่จะพึงได้ในการที่ผู้ร้องใช้สิทธิเรียกร้องให้ปฏิบัติตามสัญญาตกได้แก่ผู้ร้อง หาตกได้แก่ลูกหนี้ไม่ ผู้คัดค้านที่ 1 ในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้จึงไม่อาจปฏิเสธไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายต่อผู้ร้องได้ ดังนั้น เมื่อผู้ร้องประสงค์จะขอรับโอนกรรมสิทธิ์พร้อมบ้านที่พิพาทจากผู้คัดค้านที่ 1 ผู้คัดค้านที่ 1 จึงชอบที่จะต้องจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมบ้านพิพาทให้แก่ผู้ร้อง โดยปลอดจำนอง โดยให้ผู้คัดค้านที่ 1 นำเงินจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ไถ่ถอนจำนองจากผู้คัดค้านที่ 2 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2551 โจทก์ฟ้องขอมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) เด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2552 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 1 ยอมรับสิทธิตามสัญญา โดยให้ลูกหนี้โดยผู้คัดค้านที่ 1 ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขาย จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้านที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องโดยปลอดภาระจำนอง ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้แก้ไขคำสั่งของผู้คัดค้านที่ 1 ให้ผู้คัดค้านที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 96209 ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีพร้อมบ้านเลขที่ 3/78 หมู่ 5 โครงการบ้านทาวน์เฮาส์ชั้นเดียว ซอยบงกช 29 ถนนเลียบคลองสอง ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ 17.8 ตารางวา ให้แก่ผู้ร้อง โดยติดจำนองผู้คัดค้านที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 มีว่า คำสั่งของศาลล้มละลายกลางชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยเห็นควรวินิจฉัยก่อนว่า ผู้ร้องมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายตามที่ผู้ร้องอ้างหรือไม่ เมื่อพิเคราะห์พยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบทั้งหมดแล้ว น่าเชื่อว่าผู้ร้องได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายกับลูกหนี้และได้ชำระเงินค่าที่ดินและบ้านที่พิพาทแก่ลูกหนี้ครบถ้วนแล้วจริง ดังนั้น ผู้ร้องจึงมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวได้ เมื่อลูกหนี้ไม่สามารถจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมบ้านที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องได้เนื่องจากลูกหนี้ได้นำที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าวไปจำนองแก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ออมทรัพย์ จำกัด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2545 ตามสำเนาหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน ซึ่งต่อมาบริษัทดังกล่าวได้โอนสิทธิการรับจำนองให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 แล้ว เมื่อลูกหนี้ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ผู้คัดค้านที่ 1 ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าว โดยลูกหนี้ไม่มีสิทธิอย่างใดตามสัญญาอีกคงเหลือเฉพาะหน้าที่ของลูกหนี้จะต้องปฏิบัติตามสัญญา สิทธิตามสัญญานั้นเป็นของผู้ร้องเพียงฝ่ายเดียว จึงไม่อยู่ในดุลพินิจของผู้คัดค้านที่ 1 ที่จะพิจารณาว่าสิทธิตามสัญญาที่ผู้ร้องจะพึงได้รับมีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้แก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้หรือไม่ เพราะประโยชน์ที่จะพึงได้ในการที่ผู้ร้องใช้สิทธิเรียกร้องให้ปฏิบัติตามสัญญาตกได้แก่ผู้ร้องหาตกได้แก่ลูกหนี้ไม่ ผู้คัดค้านที่ 1 ในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้จึงไม่อาจปฏิเสธไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายต่อผู้ร้องได้ ดังนั้น เมื่อผู้ร้องประสงค์จะขอรับโอนกรรมสิทธิ์พร้อมบ้านที่พิพาทจากผู้คัดค้านที่ 1 ผู้คัดค้านที่ 1 จึงชอบที่จะต้องจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมบ้านที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้านที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง โดยติดจำนองที่มีอยู่แก่ผู้คัดค้านที่ 2 มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น ส่วนอุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ 1 ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ผู้คัดค้านที่ 1 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 96209 ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้างคือบ้านเลขที่ 3/78 หมู่ที่ 5 โครงการบ้านทาวน์เฮาส์ชั้นเดียว ปทุมแลนด์ รังสิต คลองสอง ซอยบงกช 29 ถนนเลียบคลองสอง ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ 17.8 ตารางวา แก่ผู้ร้องโดยปลอดภาระจำนองของผู้คัดค้านที่ 2 โดยให้ผู้คัดค้านที่ 1 นำเงินจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ไปไถ่ถอนจำนองจากผู้คัดค้านที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง (ชัยยุทธ ศรีจำนงค์-ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์-ปิยกุล บุญเพิ่ม) ศาลล้มละลายกลาง - นายโชค จงสงวน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ล้มละลาย หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ล.725/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น สล2/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น สล208/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
585992
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นายโชค จงสงวน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081972403"
    }
}
date
2558
deka_no
3754/2558
deka_running_no
3754
deka_year
2558
department
ล้มละลาย
judges
[
    "ชัยยุทธ ศรีจำนงค์",
    "ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์",
    "ปิยกุล บุญเพิ่ม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 122"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาววิภาภรณ์ คุณาพัทธ์"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวประภัสสร ทอราซองหรือศุภวิรุตม์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2551 โจทก์ฟ้องขอมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) เด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2552

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 1 ยอมรับสิทธิตามสัญญา โดยให้ลูกหนี้โดยผู้คัดค้านที่ 1 ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขาย จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้านที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องโดยปลอดภาระจำนอง

ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้แก้ไขคำสั่งของผู้คัดค้านที่ 1 ให้ผู้คัดค้านที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 96209 ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีพร้อมบ้านเลขที่ 3/78 หมู่ 5 โครงการบ้านทาวน์เฮาส์ชั้นเดียว ซอยบงกช 29 ถนนเลียบคลองสอง ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ 17.8 ตารางวา ให้แก่ผู้ร้อง โดยติดจำนองผู้คัดค้านที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 มีว่า คำสั่งของศาลล้มละลายกลางชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยเห็นควรวินิจฉัยก่อนว่า ผู้ร้องมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายตามที่ผู้ร้องอ้างหรือไม่ เมื่อพิเคราะห์พยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบทั้งหมดแล้ว น่าเชื่อว่าผู้ร้องได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายกับลูกหนี้และได้ชำระเงินค่าที่ดินและบ้านที่พิพาทแก่ลูกหนี้ครบถ้วนแล้วจริง ดังนั้น ผู้ร้องจึงมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวได้ เมื่อลูกหนี้ไม่สามารถจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมบ้านที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องได้เนื่องจากลูกหนี้ได้นำที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าวไปจำนองแก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ออมทรัพย์ จำกัด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2545 ตามสำเนาหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน ซึ่งต่อมาบริษัทดังกล่าวได้โอนสิทธิการรับจำนองให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 แล้ว เมื่อลูกหนี้ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ผู้คัดค้านที่ 1 ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าว โดยลูกหนี้ไม่มีสิทธิอย่างใดตามสัญญาอีกคงเหลือเฉพาะหน้าที่ของลูกหนี้จะต้องปฏิบัติตามสัญญา สิทธิตามสัญญานั้นเป็นของผู้ร้องเพียงฝ่ายเดียว จึงไม่อยู่ในดุลพินิจของผู้คัดค้านที่ 1 ที่จะพิจารณาว่าสิทธิตามสัญญาที่ผู้ร้องจะพึงได้รับมีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้แก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้หรือไม่ เพราะประโยชน์ที่จะพึงได้ในการที่ผู้ร้องใช้สิทธิเรียกร้องให้ปฏิบัติตามสัญญาตกได้แก่ผู้ร้องหาตกได้แก่ลูกหนี้ไม่ ผู้คัดค้านที่ 1 ในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้จึงไม่อาจปฏิเสธไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายต่อผู้ร้องได้ ดังนั้น เมื่อผู้ร้องประสงค์จะขอรับโอนกรรมสิทธิ์พร้อมบ้านที่พิพาทจากผู้คัดค้านที่ 1 ผู้คัดค้านที่ 1 จึงชอบที่จะต้องจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมบ้านที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้านที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง โดยติดจำนองที่มีอยู่แก่ผู้คัดค้านที่ 2 มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น ส่วนอุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ผู้คัดค้านที่ 1 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 96209 ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้างคือบ้านเลขที่ 3/78 หมู่ที่ 5 โครงการบ้านทาวน์เฮาส์ชั้นเดียว ปทุมแลนด์ รังสิต คลองสอง ซอยบงกช 29 ถนนเลียบคลองสอง ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ 17.8 ตารางวา แก่ผู้ร้องโดยปลอดภาระจำนองของผู้คัดค้านที่ 2 โดยให้ผู้คัดค้านที่ 1 นำเงินจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ไปไถ่ถอนจำนองจากผู้คัดค้านที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง
opensearch_id
primary_black_case_no
สล2/2553
primary_red_case_no
สล208/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000292.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ล.725/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558