คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12142/2558 ฉบับเต็ม

#586441
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12142/2558 นางภาพร อุดมโพธิพร โดยนางสาวนันจาหรือ เขมจิรา บัณฑูรนิพิท ผู้เข้าดำเนินคดีต่างผู้ตาย โจทก์ นายบุญช่วย เจริญสถาพร กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 196, มาตรา 170 ป.วิ.พ. มาตรา 27 คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่เพิกถอนกระบวนพิจารณาคำสั่งคดีมีมูล เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีของจำเลยเสร็จสิ้นไป เพราะศาลชั้นต้นยังต้องดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์และจำเลยต่อไป จึงห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นจนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญตาม ป.วิ.อ. มาตรา 196 ___________________________ คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 180, 264, 265, 267, 334, 335, 341, 352, 353, 357, 358 และขอให้ริบทรัพย์ ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเพื่อรอผลคำพิพากษาถึงที่สุดของคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 630/2554 ของศาลชั้นต้นก่อนแล้วให้คู่ความแถลงเพื่อยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคดีขึ้นไต่สวนมูลฟ้องต่อไป ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ถึงแก่ความตาย นางสาวนันจาหรือเขมจิรา บุตรโจทก์ ยื่นคำร้องขอเข้าดำเนินคดีต่างผู้ตาย ศาลชั้นต้นอนุญาต เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องเสร็จแล้ว มีคำสั่งว่า พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า พยานบุคคลและพยานเอกสารเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงถึงจำเลยทั้งหก คดีมีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 180, 264, 265, 334, 335, 341, 352, 353, 357, 358 จึงให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 167, 187 และคำแนะนำของประธานศาลฎีกา ขอให้เพิกถอนคำสั่งคดีมีมูล แล้วมีคำสั่งใหม่ให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและประมวลกฎหมายอาญา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว จึงได้มีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 167, 187 โดยได้แสดงเหตุผลตามสมควรประกอบ ตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการไต่สวนมูลฟ้องด้วยแล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุให้เพิกถอนคำสั่งเดิม ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งคดีมีมูลโดยอ้างว่าเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ แล้วมีคำสั่งใหม่ให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและประมวลกฎหมายอาญา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ดังนี้ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่เพิกถอนกระบวนพิจารณาคำสั่งคดีมีมูล เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีของจำเลยที่ 1 เสร็จสิ้นไป เพราะศาลชั้นต้นต้องดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งหกต่อไป กรณีต้องด้วยบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 ที่ห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นจนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญแก่คดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ไว้วินิจฉัย จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่มีผลให้จำเลยที่ 1 มีสิทธิฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 1 พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และยกฎีกาของจำเลยที่ 1 (สิริรัตน์ จันทรา-สมยศ เข็มทอง-ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์) ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายภิญณชาตก์ คูหากาญจน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายศิริศักดิ์ เหมาะทอง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
586441
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดจันทบุรี",
        "judge": "นายภิญณชาตก์ คูหากาญจน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายศิริศักดิ์ เหมาะทอง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081968508"
    }
}
date
2558
deka_no
12142/2558
deka_running_no
12142
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "สิริรัตน์ จันทรา",
    "สมยศ เข็มทอง",
    "ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 196",
            "ม. 170"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 27"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นางภาพร อุดมโพธิพร โดยนางสาวนันจาหรือ"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "เขมจิรา บัณฑูรนิพิท ผู้เข้าดำเนินคดีต่างผู้ตาย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบุญช่วย เจริญสถาพร กับพวก"
    }
]
long_text
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 180, 264, 265, 267, 334, 335, 341, 352, 353, 357, 358 และขอให้ริบทรัพย์ ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเพื่อรอผลคำพิพากษาถึงที่สุดของคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 630/2554 ของศาลชั้นต้นก่อนแล้วให้คู่ความแถลงเพื่อยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคดีขึ้นไต่สวนมูลฟ้องต่อไป ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ถึงแก่ความตาย นางสาวนันจาหรือเขมจิรา บุตรโจทก์ ยื่นคำร้องขอเข้าดำเนินคดีต่างผู้ตาย ศาลชั้นต้นอนุญาต เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องเสร็จแล้ว มีคำสั่งว่า พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า พยานบุคคลและพยานเอกสารเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงถึงจำเลยทั้งหก คดีมีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 180, 264, 265, 334, 335, 341, 352, 353, 357, 358 จึงให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา

จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 167, 187 และคำแนะนำของประธานศาลฎีกา ขอให้เพิกถอนคำสั่งคดีมีมูล แล้วมีคำสั่งใหม่ให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและประมวลกฎหมายอาญา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว จึงได้มีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 167, 187 โดยได้แสดงเหตุผลตามสมควรประกอบ ตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการไต่สวนมูลฟ้องด้วยแล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุให้เพิกถอนคำสั่งเดิม ยกคำร้อง

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งคดีมีมูลโดยอ้างว่าเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ แล้วมีคำสั่งใหม่ให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและประมวลกฎหมายอาญา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ดังนี้ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่เพิกถอนกระบวนพิจารณาคำสั่งคดีมีมูล เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีของจำเลยที่ 1 เสร็จสิ้นไป เพราะศาลชั้นต้นต้องดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งหกต่อไป กรณีต้องด้วยบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 ที่ห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นจนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญแก่คดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ไว้วินิจฉัย จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่มีผลให้จำเลยที่ 1 มีสิทธิฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 1

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และยกฎีกาของจำเลยที่ 1
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000258.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558