คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12156/2558 ฉบับเต็ม

#586562
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12156/2558 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายวิทูรย์ ทาแกง จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 160, มาตรา 190 ป.อ. มาตรา 91 เมื่อศาลฎีกาได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าศาลชั้นต้นนับโทษจำคุกคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาอีกคดีชอบหรือไม่ และถึงที่สุดแล้ว จำเลยจะยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้เพิกถอนการนับโทษต่อและออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยใหม่โดยอ้าง ป.วิ.อ. มาตรา 160 และ ป.อ. มาตรา 91 อีกไม่ได้ เพราะหากศาลฎีกาฟังตามที่จำเลยอ้างแล้ววินิจฉัยให้เพิกถอนการนับโทษต่อและออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยใหม่ ย่อมมีผลเป็นการแก้ไขคำพิพากษาศาลฎีกา ขัดต่อ ป.วิ.อ. มาตรา 190 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2553 ว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (3), 66 วรรคสาม, 102 ให้ประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) คงจำคุกตลอดชีวิต นับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2328/2548 ของศาลชั้นต้น ริบของกลาง เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2557 จำเลยยื่นคำร้อง ขอให้เพิกถอนการนับโทษต่อและแก้ไขหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุที่จะเพิกถอนการนับโทษต่อและออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยใหม่หรือไม่ เห็นว่า จำเลยได้ยกปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าศาลชั้นต้นนับโทษจำคุกคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2328/2548 ของศาลชั้นต้นไม่ชอบ ขึ้นอุทธรณ์และฎีกาด้วย ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวและคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยจะยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้เพิกถอนการนับโทษต่อและออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยใหม่โดยอ้างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 160 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 อีกไม่ได้ เพราะหากศาลฎีกาฟังตามที่จำเลยอ้างแล้ววินิจฉัยให้เพิกถอนการนับโทษต่อและออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยใหม่ ย่อมมีผลเป็นการแก้ไขคำพิพากษาศาลฎีกา ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190 ซึ่งห้ามมิให้แก้ไขคำพิพากษาหรือคำสั่งซึ่งอ่านแล้วนอกจากถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน (นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี-สมยศ เข็มทอง-ปกรณ์ มหรรณพ) ศาลจังหวัดเชียงราย - นายคมศักดิ์ โตโภคชนพันธุ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายเลิศชัย ภักดีฉนวน แหล่งที่มา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2334/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ452/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ4081/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
586562
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงราย",
        "judge": "นายคมศักดิ์ โตโภคชนพันธุ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายเลิศชัย ภักดีฉนวน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081968414"
    }
}
date
2558
deka_no
12156/2558
deka_running_no
12156
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี",
    "สมยศ เข็มทอง",
    "ปกรณ์ มหรรณพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 160",
            "ม. 190"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิทูรย์ ทาแกง"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2553 ว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (3), 66 วรรคสาม, 102 ให้ประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) คงจำคุกตลอดชีวิต นับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2328/2548 ของศาลชั้นต้น ริบของกลาง

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2557 จำเลยยื่นคำร้อง ขอให้เพิกถอนการนับโทษต่อและแก้ไขหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดใหม่

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุที่จะเพิกถอนการนับโทษต่อและออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยใหม่หรือไม่ เห็นว่า จำเลยได้ยกปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าศาลชั้นต้นนับโทษจำคุกคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2328/2548 ของศาลชั้นต้นไม่ชอบ ขึ้นอุทธรณ์และฎีกาด้วย ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวและคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยจะยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้เพิกถอนการนับโทษต่อและออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยใหม่โดยอ้างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 160 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 อีกไม่ได้ เพราะหากศาลฎีกาฟังตามที่จำเลยอ้างแล้ววินิจฉัยให้เพิกถอนการนับโทษต่อและออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยใหม่ ย่อมมีผลเป็นการแก้ไขคำพิพากษาศาลฎีกา ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190 ซึ่งห้ามมิให้แก้ไขคำพิพากษาหรือคำสั่งซึ่งอ่านแล้วนอกจากถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ452/2548
primary_red_case_no
อ4081/2548
remark
หมายเหตุ
source
แหล่งที่มา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000257.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2334/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558