คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9696/2558 ฉบับเต็ม

#586565
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9696/2558 บริษัทณุศาศิริ กรุ๊ป จำกัด หรือ ณุศาพลาญ่า โฮเทล แอนด์ สปา จำกัด กับพวก โจทก์ บริษัทธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 95, มาตรา 96, มาตรา 175 การกระทำอันจะเป็นความผิดฐานฟ้องเท็จตาม ป.อ. มาตรา 175 ต้องเป็นการนำความเท็จในส่วนที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอาญาไปแกล้งฟ้องผู้อื่นให้รับโทษ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ส่วนเรื่องอายุความนั้น ป.อ. มาตรา 95 และมาตรา 96 ได้บัญญัติไว้ต่างหากเพื่อเป็นหลักเกณฑ์ในการฟ้องคดี ซึ่งเป็นเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอาญาโดยตรง ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 กล่าวอ้างในฟ้องคดีก่อนว่าคดีของจำเลยที่ 1 ยังไม่ขาดอายุความนั้นแม้จะไม่เป็นความจริง จำเลยทั้งหกก็หามีความผิดฐานฟ้องเท็จไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 175 ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงมีคำสั่งงดไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ คดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ร่วมกันจัดการให้จำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ทั้งสองเป็นคดีอาญาฐานร่วมกันฉ้อโกง ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1527/2552 หมายเลขแดงที่ 2817/2552 ของศาลแขวงปทุมวันโดยจำเลยทั้งหกรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดในคดีดังกล่าวมาก่อนวันที่ 2 มีนาคม 2552 นานแล้ว แต่จำเลยทั้งหกกลับนำคดีที่ขาดอายุความมาฟ้องโจทก์ทั้งสองเป็นคดีอาญา โดยอ้างว่าคดียังไม่ขาดอายุความซึ่งเป็นความเท็จ จึงเป็นการร่วมกันนำความเท็จมาฟ้องโจทก์ทั้งสองนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 บัญญัติว่า "ผู้ใดเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา หรือว่ากระทำความผิดอาญาแรงกว่าที่เป็นความจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท" ดังนั้น การกระทำอันจะเป็นความผิดฐานฟ้องเท็จตามมาตรานี้ ต้องเป็นการนำความเท็จในส่วนที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอาญาไปแกล้งฟ้องผู้อื่นให้รับโทษ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง เมื่อจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ทั้งสองในคดีก่อนกล่าวหาว่าโจทก์ทั้งสองร่วมกันฉ้อโกงจำเลยที่ 1 องค์ประกอบของการกระทำความผิดคือ การหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ แต่คดีนี้โจทก์ทั้งสองกล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 ยื่นฟ้องโจทก์ทั้งสองโดยอ้างว่าคดีของจำเลยที่ 1 ยังไม่ขาดอายุความซึ่งเป็นความเท็จ เห็นได้ว่าข้อที่โจทก์ทั้งสองอ้างดังกล่าวมิใช่เนื้อหาที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามที่จำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ทั้งสอง ส่วนเรื่องอายุความนั้น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 และมาตรา 96 ได้บัญญัติไว้ต่างหากเพื่อเป็นหลักเกณฑ์ในการฟ้องคดี ซึ่งเป็นเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอาญาโดยตรง ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 กล่าวอ้างในฟ้องว่าคดีของจำเลยที่ 1 ยังไม่ขาดอายุความนั้นแม้จะไม่เป็นความจริง จำเลยทั้งหกก็หามีความผิดฐานฟ้องเท็จไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ชาติชาย โฆษิตวัฒนฤกษ์-จินดา ปัณฑะโชติ-ตั้งใจ ศาสตร์ศศิ) ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นางสาวพนิดา ศกุนตะประเสริฐ ศาลอุทธรณ์ - นายณรงค์พล ทองจีน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.341/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ156/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2723/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
586565
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญากรุงเทพใต้",
        "judge": "นางสาวพนิดา ศกุนตะประเสริฐ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายณรงค์พล ทองจีน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081969658"
    }
}
date
2558
deka_no
9696/2558
deka_running_no
9696
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "ชาติชาย โฆษิตวัฒนฤกษ์",
    "จินดา ปัณฑะโชติ",
    "ตั้งใจ ศาสตร์ศศิ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 95",
            "ม. 96",
            "ม. 175"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทณุศาศิริ กรุ๊ป จำกัด หรือ ณุศาพลาญ่า"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "โฮเทล แอนด์ สปา จำกัด กับพวก"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 175

ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงมีคำสั่งงดไต่สวนมูลฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ คดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ร่วมกันจัดการให้จำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ทั้งสองเป็นคดีอาญาฐานร่วมกันฉ้อโกง ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1527/2552 หมายเลขแดงที่ 2817/2552 ของศาลแขวงปทุมวันโดยจำเลยทั้งหกรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดในคดีดังกล่าวมาก่อนวันที่ 2 มีนาคม 2552 นานแล้ว แต่จำเลยทั้งหกกลับนำคดีที่ขาดอายุความมาฟ้องโจทก์ทั้งสองเป็นคดีอาญา โดยอ้างว่าคดียังไม่ขาดอายุความซึ่งเป็นความเท็จ จึงเป็นการร่วมกันนำความเท็จมาฟ้องโจทก์ทั้งสองนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 บัญญัติว่า "ผู้ใดเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา หรือว่ากระทำความผิดอาญาแรงกว่าที่เป็นความจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท" ดังนั้น การกระทำอันจะเป็นความผิดฐานฟ้องเท็จตามมาตรานี้ ต้องเป็นการนำความเท็จในส่วนที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอาญาไปแกล้งฟ้องผู้อื่นให้รับโทษ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง เมื่อจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ทั้งสองในคดีก่อนกล่าวหาว่าโจทก์ทั้งสองร่วมกันฉ้อโกงจำเลยที่ 1 องค์ประกอบของการกระทำความผิดคือ การหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ แต่คดีนี้โจทก์ทั้งสองกล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 ยื่นฟ้องโจทก์ทั้งสองโดยอ้างว่าคดีของจำเลยที่ 1 ยังไม่ขาดอายุความซึ่งเป็นความเท็จ เห็นได้ว่าข้อที่โจทก์ทั้งสองอ้างดังกล่าวมิใช่เนื้อหาที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามที่จำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ทั้งสอง ส่วนเรื่องอายุความนั้น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 และมาตรา 96 ได้บัญญัติไว้ต่างหากเพื่อเป็นหลักเกณฑ์ในการฟ้องคดี ซึ่งเป็นเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอาญาโดยตรง ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 กล่าวอ้างในฟ้องว่าคดีของจำเลยที่ 1 ยังไม่ขาดอายุความนั้นแม้จะไม่เป็นความจริง จำเลยทั้งหกก็หามีความผิดฐานฟ้องเท็จไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ156/2556
primary_red_case_no
อ2723/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000268.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.341/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558