คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9093/2558 ฉบับเต็ม

#586566
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9093/2558 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายศุภชัย นาคทองอินทร์ จำเลย ป.อ. มาตรา 352, มาตรา 80 ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) จำเลยเป็นพนักงานแผนกห้องอาหารของบริษัท ก. ซึ่งประกอบกิจการโรงแรม มีหน้าที่นำใบเสร็จรับเงินไปเรียกเก็บเงินจากลูกค้าที่สั่งอาหารและเครื่องดื่มแล้วนำเงินค่าอาหารและเครื่องดื่มดังกล่าวส่งให้โรงแรม การที่จำเลยนำใบเสร็จรับเงินที่ใช้เรียกเก็บเงินไปแล้วมาลงวันที่และเขียนรายการใหม่ แล้วนำไปเรียกเก็บเงินจากลูกค้ารายใหม่ ก็เพื่อไม่ต้องนำเงินจำนวนที่จำเลยเรียกเก็บใหม่ดังกล่าวส่งมอบให้แก่ทางโรงแรมเพราะไม่มีหลักฐานการรับเงินที่แท้จริงและเก็บเงินจำนวนนั้นไว้เพื่อประโยชน์ของตนเอง ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของจำเลยคือโรงแรมที่ต้องเสียค่าแรงงานและค่าอาหาร เมื่อลูกค้าไม่ยอมชำระเงินค่าอาหาร บริษัท ก. จึงเป็นผู้เสียหายจากการกระทำผิดฐานพยายามฉ้อโกง สำหรับคำขอให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 6378/2555 ของศาลชั้นต้นนั้น เมื่อคดีนี้ศาลเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ทั้งคดีอาญาของศาลชั้นต้นที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลมีคำพิพากษาให้รอการลงโทษจำคุก จึงนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีดังกล่าวไม่ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 352 นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 6378/2555 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ประกอบมาตรา 80, 83 จำคุก 1 เดือน 10 วัน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 20 วัน ให้นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6416/2555 ของศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 80, 83 ข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ประกอบมาตรา 80, 83 ให้ยก โทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า บริษัทแกรนด์ซิทตี้ แมนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้เสียหายมีอำนาจร้องทุกข์หรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยมีตำแหน่งเป็นพนักงานแผนกห้องอาหารของบริษัทดังกล่าวซึ่งประกอบกิจการโรงแรม มีหน้าที่นำใบเสร็จรับเงินไปเรียกเก็บเงินจากลูกค้าแล้วนำส่งให้โรงแรม เห็นว่า การที่จำเลยนำใบเสร็จรับเงินที่ใช้เรียกเก็บเงินไปแล้ว มาลงวันที่แล้วเขียนรายการใหม่ แล้วนำไปเรียกเก็บเงินจากลูกค้าชาวเกาหลี จำนวน 211.86 บาท ก็เพื่อไม่ต้องนำเงินจำนวนดังกล่าวส่งมอบให้แก่ทางโรงแรม เพราะไม่มีหลักฐานการรับเงิน และเก็บเงินจำนวนนั้นไว้เพื่อประโยชน์ของตนเอง ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของจำเลยคือทางโรงแรมที่ต้องเสียค่าแรงงานและค่าอาหาร สำหรับคดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนว่าลูกค้าได้รับประทานอาหารไปแล้วแต่ไม่ยอมชำระเงินค่าอาหาร บริษัทแกรนด์ซิทตี้ แมนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จึงเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 เมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์ภายในอายุความ พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวนและส่งสำนวนให้อัยการฟ้องเป็นคดีนี้ได้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า สมควรรอการลงโทษจำคุกหรือลงโทษจำเลยสถานเบาหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยเคยกระทำความผิดทำนองเดียวกันนี้มาแล้ว และศาลพิพากษารอการลงโทษจำคุกมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อพิเคราะห์ถึงค่าอาหารประมาณ 211 บาท เป็นราคาไม่มากนัก ทั้งจำเลยยังไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไว้ การกระทำความผิดครั้งนี้น่าจะมีผลกระทบต่อการทำงานของจำเลยในอนาคต ทั้งน่าเชื่อว่าจำเลยมีบุตรอายุเพียง 3 เดือน มีภาระอื่นทางครอบครัว เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการจำคุกในระยะเวลาอันสั้น แต่ให้จำเลยหลาบจำ จึงให้ลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก และเมื่อเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนแล้ว ทั้งคดีอาญาหมายเลขดำที่ 6378/2555 ของศาลชั้นต้น ศาลมีคำพิพากษาให้รอการลงโทษจำคุก จึงนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีดังกล่าวไม่ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เปลี่ยนโทษจำคุก 20 วัน เป็นกักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 คำขออื่นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์-เมทินี ชโลธร-สุพจน์ กิตติรักษนนท์) ศาลแขวงพระนครใต้ - นายรติปกรณ์ จงอุตส่าห์ ศาลอุทธรณ์ - นายสมชัย วิชญไพศิฐสกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3522/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ6379/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ6417/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
586566
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระนครใต้",
        "judge": "นายรติปกรณ์ จงอุตส่าห์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสมชัย วิชญไพศิฐสกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081969999"
    }
}
date
2558
deka_no
9093/2558
deka_running_no
9093
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์",
    "เมทินี ชโลธร",
    "สุพจน์ กิตติรักษนนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 352",
            "ม. 80"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายศุภชัย นาคทองอินทร์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 352 นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 6378/2555 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ประกอบมาตรา 80, 83 จำคุก 1 เดือน 10 วัน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 20 วัน ให้นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6416/2555 ของศาลชั้นต้น

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 80, 83 ข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ประกอบมาตรา 80, 83 ให้ยก โทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า บริษัทแกรนด์ซิทตี้ แมนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้เสียหายมีอำนาจร้องทุกข์หรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยมีตำแหน่งเป็นพนักงานแผนกห้องอาหารของบริษัทดังกล่าวซึ่งประกอบกิจการโรงแรม มีหน้าที่นำใบเสร็จรับเงินไปเรียกเก็บเงินจากลูกค้าแล้วนำส่งให้โรงแรม เห็นว่า การที่จำเลยนำใบเสร็จรับเงินที่ใช้เรียกเก็บเงินไปแล้ว มาลงวันที่แล้วเขียนรายการใหม่ แล้วนำไปเรียกเก็บเงินจากลูกค้าชาวเกาหลี จำนวน 211.86 บาท ก็เพื่อไม่ต้องนำเงินจำนวนดังกล่าวส่งมอบให้แก่ทางโรงแรม เพราะไม่มีหลักฐานการรับเงิน และเก็บเงินจำนวนนั้นไว้เพื่อประโยชน์ของตนเอง ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของจำเลยคือทางโรงแรมที่ต้องเสียค่าแรงงานและค่าอาหาร สำหรับคดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนว่าลูกค้าได้รับประทานอาหารไปแล้วแต่ไม่ยอมชำระเงินค่าอาหาร บริษัทแกรนด์ซิทตี้ แมนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จึงเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 เมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์ภายในอายุความ พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวนและส่งสำนวนให้อัยการฟ้องเป็นคดีนี้ได้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า สมควรรอการลงโทษจำคุกหรือลงโทษจำเลยสถานเบาหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยเคยกระทำความผิดทำนองเดียวกันนี้มาแล้ว และศาลพิพากษารอการลงโทษจำคุกมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อพิเคราะห์ถึงค่าอาหารประมาณ 211 บาท เป็นราคาไม่มากนัก ทั้งจำเลยยังไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไว้ การกระทำความผิดครั้งนี้น่าจะมีผลกระทบต่อการทำงานของจำเลยในอนาคต ทั้งน่าเชื่อว่าจำเลยมีบุตรอายุเพียง 3 เดือน มีภาระอื่นทางครอบครัว เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการจำคุกในระยะเวลาอันสั้น แต่ให้จำเลยหลาบจำ จึงให้ลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก และเมื่อเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนแล้ว ทั้งคดีอาญาหมายเลขดำที่ 6378/2555 ของศาลชั้นต้น ศาลมีคำพิพากษาให้รอการลงโทษจำคุก จึงนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีดังกล่าวไม่ได้

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เปลี่ยนโทษจำคุก 20 วัน เป็นกักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 คำขออื่นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
อ6379/2555
primary_red_case_no
อ6417/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000271.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3522/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558