คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6904/2558 ฉบับเต็ม

#587113
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6904/2558 พันเอกสุทิน พงษ์พิทักษ์ ผู้ร้อง จ่าสิบเอกเทิน พงษ์พิทักษ์ ผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. มาตรา 21 (2), มาตรา 27 วรรคหนึ่ง การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องแก่ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดิน ผู้มีส่วนได้เสียหรือทายาท ย่อมทำให้ผู้คัดค้านซึ่งอ้างว่าเป็นทายาทที่มีสิทธิตามพินัยกรรมของ ช. ไม่ทราบถึงการร้องขอของผู้ร้อง และเสียสิทธิในการที่จะคัดค้านคำร้องขอของผู้ร้อง หากได้ความดังกล่าวย่อมแสดงว่า การส่งสำเนาคำร้องของผู้ร้องให้แก่ทายาทของ ช. กระทำโดยมิชอบ ทำให้ฝ่ายผู้คัดค้านไม่มีโอกาสที่จะคัดค้านคำร้องของผู้ร้องก่อน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 21 (2) จึงเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้เป็นไปด้วยความยุติธรรมในเรื่องการส่งคำคู่ความ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสีย หรือสั่งแก้ไข หรือมีคำสั่งในเรื่องนั้นอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เห็นสมควรตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 17881 ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ตั้งแต่คำสั่งให้ประกาศหน้าศาลแทนการส่งหมายโดยวิธีธรรมดาเป็นต้นไป และให้ส่งหมายเรียกสำเนาคำร้องให้ผู้คัดค้านทราบ หรืออนุญาตให้ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านภายใน 30 วัน มีหนังสือถึงเจ้าพนักงานที่ดินให้ยกเลิกรายการจดทะเบียนที่ดินที่เป็นของผู้ร้อง ให้ผู้ร้องส่งคืนต้นฉบับใบแทนโฉนดที่ดินแก่เจ้าพนักงานที่ดิน และห้ามผู้ร้องกระทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้คัดค้านมิได้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย การที่ผู้ร้องขอให้ศาลส่งสำเนาคำร้องในคดีนี้โดยวิธีประกาศหนังสือพิมพ์ จึงชอบด้วยกฎหมายแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 รวมทั้งศาลได้ส่งสำเนาคำร้องให้เจ้าพนักงานที่ดิน อันถือได้ว่าเป็นการประกาศให้บุคคลผู้มีส่วนได้เสีย และบุคคลภายนอกทราบแล้ว การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลจึงชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้องของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องขอแก่ผู้มีชื่อในโฉนด ผู้มีส่วนได้เสียหรือทายาท ตามคำแถลงฉบับลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 และเพิกถอนกระบวนพิจารณาหลังจากนั้นเป็นต้นไป ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นส่งคำคู่ความใหม่แล้วไต่สวนและมีคำสั่งต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่ง เมื่อมีคำสั่งใหม่ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องขอแก่ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดิน ผู้มีส่วนได้เสียหรือทายาท ตามคำแถลงลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 และให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาหลังจากนั้นเป็นต้นไป ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นส่งคำคู่ความใหม่ แล้วไต่สวนและมีคำสั่งต่อไปนั้น ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง หรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นรับคำร้องขอของผู้ร้องแล้วตรวจพบว่า นายชื่น ซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทถึงแก่ความตาย และมีคดีพิพาทเกี่ยวกับการขอจัดการมรดกนายชื่น เจ้ามรดกอยู่ในศาลชั้นต้นเดียวกัน ไม่ว่าคดีจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ก็ตาม ย่อมถือได้ว่า ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้รับพินัยกรรมเป็นผู้มีส่วนได้เสีย การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องแก่ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดิน ผู้มีส่วนได้เสียหรือทายาทตามคำแถลงลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 ย่อมทำให้ผู้คัดค้านซึ่งอ้างว่าเป็นทายาทที่มีสิทธิตามพินัยกรรมของนายชื่นไม่ทราบถึงการร้องขอของผู้ร้อง และเสียสิทธิในการที่จะคัดค้านคำร้องขอของผู้ร้อง หากได้ความดังกล่าวย่อมแสดงว่า การส่งสำเนาคำร้องของผู้ร้องให้แก่ทายาทของนายชื่นกระทำโดยมิชอบ ทำให้ฝ่ายผู้คัดค้านไม่มีโอกาสที่จะคัดค้านคำร้องของผู้ร้องก่อน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 (2) จึงเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้เป็นไปด้วยความยุติธรรมในเรื่องการส่งคำคู่ความ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสีย หรือสั่งแก้ไข หรือมีคำสั่งในเรื่องนั้นอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เห็นสมควรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (พิศาล อัยยะวรากูล-ประยูร ณ ระนอง-ภาติยะ ดวงมณี) ศาลจังหวัดนนทบุรี - นางสาวนฤภร จันทรักษ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายคมสัน ศรีทองสุก แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3653/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1688/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ171/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
587113
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนนทบุรี",
        "judge": "นางสาวนฤภร จันทรักษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายคมสัน ศรีทองสุก"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081970706"
    }
}
date
2558
deka_no
6904/2558
deka_running_no
6904
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "พิศาล อัยยะวรากูล",
    "ประยูร ณ ระนอง",
    "ภาติยะ ดวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 21 (2)",
            "ม. 27 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "พันเอกสุทิน พงษ์พิทักษ์"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "จ่าสิบเอกเทิน พงษ์พิทักษ์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 17881 ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ตั้งแต่คำสั่งให้ประกาศหน้าศาลแทนการส่งหมายโดยวิธีธรรมดาเป็นต้นไป และให้ส่งหมายเรียกสำเนาคำร้องให้ผู้คัดค้านทราบ หรืออนุญาตให้ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านภายใน 30 วัน มีหนังสือถึงเจ้าพนักงานที่ดินให้ยกเลิกรายการจดทะเบียนที่ดินที่เป็นของผู้ร้อง ให้ผู้ร้องส่งคืนต้นฉบับใบแทนโฉนดที่ดินแก่เจ้าพนักงานที่ดิน และห้ามผู้ร้องกระทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้คัดค้านมิได้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย การที่ผู้ร้องขอให้ศาลส่งสำเนาคำร้องในคดีนี้โดยวิธีประกาศหนังสือพิมพ์ จึงชอบด้วยกฎหมายแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 รวมทั้งศาลได้ส่งสำเนาคำร้องให้เจ้าพนักงานที่ดิน อันถือได้ว่าเป็นการประกาศให้บุคคลผู้มีส่วนได้เสีย และบุคคลภายนอกทราบแล้ว การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลจึงชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้องของผู้คัดค้าน

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องขอแก่ผู้มีชื่อในโฉนด ผู้มีส่วนได้เสียหรือทายาท ตามคำแถลงฉบับลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 และเพิกถอนกระบวนพิจารณาหลังจากนั้นเป็นต้นไป ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นส่งคำคู่ความใหม่แล้วไต่สวนและมีคำสั่งต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่ง เมื่อมีคำสั่งใหม่

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องขอแก่ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดิน ผู้มีส่วนได้เสียหรือทายาท ตามคำแถลงลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 และให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาหลังจากนั้นเป็นต้นไป ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นส่งคำคู่ความใหม่ แล้วไต่สวนและมีคำสั่งต่อไปนั้น ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง หรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นรับคำร้องขอของผู้ร้องแล้วตรวจพบว่า นายชื่น ซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทถึงแก่ความตาย และมีคดีพิพาทเกี่ยวกับการขอจัดการมรดกนายชื่น เจ้ามรดกอยู่ในศาลชั้นต้นเดียวกัน ไม่ว่าคดีจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ก็ตาม ย่อมถือได้ว่า ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้รับพินัยกรรมเป็นผู้มีส่วนได้เสีย การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องแก่ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดิน ผู้มีส่วนได้เสียหรือทายาทตามคำแถลงลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 ย่อมทำให้ผู้คัดค้านซึ่งอ้างว่าเป็นทายาทที่มีสิทธิตามพินัยกรรมของนายชื่นไม่ทราบถึงการร้องขอของผู้ร้อง และเสียสิทธิในการที่จะคัดค้านคำร้องขอของผู้ร้อง หากได้ความดังกล่าวย่อมแสดงว่า การส่งสำเนาคำร้องของผู้ร้องให้แก่ทายาทของนายชื่นกระทำโดยมิชอบ ทำให้ฝ่ายผู้คัดค้านไม่มีโอกาสที่จะคัดค้านคำร้องของผู้ร้องก่อน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 (2) จึงเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้เป็นไปด้วยความยุติธรรมในเรื่องการส่งคำคู่ความ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสีย หรือสั่งแก้ไข หรือมีคำสั่งในเรื่องนั้นอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เห็นสมควรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1688/2553
primary_red_case_no
พ171/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000277.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3653/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558