คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6901/2558 ฉบับเต็ม

#587385
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6901/2558 บริษัทเจ้าพระยาหินอ่อน - แกรนิต จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทถนอมวงศ์บริการ จำกัด จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/20 วรรคหนึ่ง, มาตรา 90/39 คำสั่งศาลล้มละลายกลางที่ให้ฟื้นฟูกิจการของโจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ไม่มีผลทำให้อำนาจหน้าที่โจทก์ที่มีอยู่ในกิจการและทรัพย์สินของโจทก์สิ้นสุดลงเช่นอย่างคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลาย เพียงแต่มีผลให้อำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของผู้บริหารของโจทก์สิ้นสุดลงตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/20 วรรคหนึ่ง ดังนั้น ทนายความที่โจทก์แต่งตั้งไว้แล้วโดยชอบก่อนศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของโจทก์ ย่อมมีสิทธิยื่นฎีกาแทนโจทก์ ฎีกาที่ยื่นจึงมิใช่ฎีกาที่ไม่ชอบอันจะมีผลให้คำพิพากษาศาลฎีกาไม่ผูกพันจำเลย ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงิน 7,081,807.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 5,604,244.74 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับ โจทก์ฎีกาเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2552 ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 1,953,549.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2543 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนโจทก์ สำหรับค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นฎีกา โดยกำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้ 50,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นออกคำบังคับแก่จำเลย วันที่ 21 มีนาคม 2556 จำเลยยื่นคำร้องว่า ขณะโจทก์ยื่นฎีกาวันที่ 12 มกราคม 2552 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของโจทก์เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2547 และตั้งนายวรายุทธ์ เป็นผู้บริหารแผนเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2549 ตามคดีหมายเลขแดงที่ 4403/2549 ของศาลล้มละลายกลาง ต่อมาศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2549 โจทก์ไม่มีอำนาจติดตามหนี้และฟ้องคดีนี้ซึ่งมูลหนี้เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของโจทก์ คำฟ้องฎีกาของโจทก์จึงไม่ชอบ คำพิพากษาศาลฎีกาไม่ผูกพันจำเลย ขอให้มีคำสั่งว่าโจทก์ไม่มีอำนาจบังคับคดีตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2552 ซึ่งอยู่ในระหว่างที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของโจทก์จะมีผลให้คำพิพากษาศาลฎีกาไม่ผูกพันจำเลยหรือไม่ เห็นว่า คำสั่งศาลล้มละลายกลางที่ให้ฟื้นฟูกิจการของโจทก์หาได้มีผลทำให้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ในกิจการและทรัพย์สินของโจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการนั้นสิ้นสุดลงเช่นอย่างคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายไม่ เพียงมีผลให้อำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของผู้บริหารของโจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้สิ้นสุดลงตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/20 วรรคหนึ่ง และตามบทบัญญัติดังกล่าวยังให้ศาลมีคำสั่งตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือหลายคนหรือผู้บริหารของลูกหนี้เป็นผู้บริหารชั่วคราว มีอำนาจหน้าที่จัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อไป ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จนกว่าจะมีการตั้งผู้ทำแผน ส่วนมาตรา 90/39 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 เป็นเพียงบทบัญญัติกำหนดวิธีปฏิบัติภายหลังเมื่อมีผู้ทำแผนหรือผู้บริหารแผนแล้ว ในกรณีที่ปรากฏว่าลูกหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดชำระหนี้หรือส่งมอบทรัพย์สินแก่ลูกหนี้และบุคคลนั้นไม่ได้รับว่าเป็นหนี้หรือมีทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่ในครอบครอง ก็ให้ผู้ทำแผนหรือผู้บริหารแผนนั้นแจ้งต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อดำเนินการเท่านั้น ดังนั้น ทนายความที่โจทก์แต่งตั้งไว้แล้วโดยชอบก่อนศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของโจทก์ ย่อมมีสิทธิยื่นฎีกาแทนโจทก์ อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาแทนคู่ความได้ตามที่เห็นสมควรเพื่อรักษาผลประโยชน์ของคู่ความนั้น ฎีกาที่ยื่นจึงมิใช่เป็นฎีกาที่ไม่ชอบอันจะมีผลให้คำพิพากษาศาลฎีกาไม่ผูกพันจำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของจำเลยนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของจำเลย มีผลเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดคดี จึงต้องมีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม เมื่อศาลอุทธรณ์มิได้แก้ไข ศาลฎีกาเห็นสมควรมีคำสั่งเสียด้วย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาและในศาลชั้นต้นให้เป็นพับ (จิรนิติ หะวานนท์-พรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว-พิศิฏฐ์ สุดลาภา) ศาลแพ่ง - นางสาวสุกัลยา ตรีเนตร ศาลอุทธรณ์ - นายอนันต์ เสนคุ้ม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1352/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ4973/2545 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ4506/2547 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
587385
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางสาวสุกัลยา ตรีเนตร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายอนันต์ เสนคุ้ม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081970707"
    }
}
date
2558
deka_no
6901/2558
deka_running_no
6901
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "จิรนิติ หะวานนท์",
    "พรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว",
    "พิศิฏฐ์ สุดลาภา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 90/20 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 90/39"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเจ้าพระยาหินอ่อน - แกรนิต จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทถนอมวงศ์บริการ จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงิน 7,081,807.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 5,604,244.74 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับ โจทก์ฎีกาเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2552 ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 1,953,549.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2543 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนโจทก์ สำหรับค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นฎีกา โดยกำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้ 50,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นออกคำบังคับแก่จำเลย

วันที่ 21 มีนาคม 2556 จำเลยยื่นคำร้องว่า ขณะโจทก์ยื่นฎีกาวันที่ 12 มกราคม 2552 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของโจทก์เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2547 และตั้งนายวรายุทธ์ เป็นผู้บริหารแผนเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2549 ตามคดีหมายเลขแดงที่ 4403/2549 ของศาลล้มละลายกลาง ต่อมาศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2549 โจทก์ไม่มีอำนาจติดตามหนี้และฟ้องคดีนี้ซึ่งมูลหนี้เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของโจทก์ คำฟ้องฎีกาของโจทก์จึงไม่ชอบ คำพิพากษาศาลฎีกาไม่ผูกพันจำเลย ขอให้มีคำสั่งว่าโจทก์ไม่มีอำนาจบังคับคดีตามกฎหมาย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2552 ซึ่งอยู่ในระหว่างที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของโจทก์จะมีผลให้คำพิพากษาศาลฎีกาไม่ผูกพันจำเลยหรือไม่ เห็นว่า คำสั่งศาลล้มละลายกลางที่ให้ฟื้นฟูกิจการของโจทก์หาได้มีผลทำให้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ในกิจการและทรัพย์สินของโจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการนั้นสิ้นสุดลงเช่นอย่างคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายไม่ เพียงมีผลให้อำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของผู้บริหารของโจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้สิ้นสุดลงตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/20 วรรคหนึ่ง และตามบทบัญญัติดังกล่าวยังให้ศาลมีคำสั่งตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือหลายคนหรือผู้บริหารของลูกหนี้เป็นผู้บริหารชั่วคราว มีอำนาจหน้าที่จัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อไป ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จนกว่าจะมีการตั้งผู้ทำแผน ส่วนมาตรา 90/39 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 เป็นเพียงบทบัญญัติกำหนดวิธีปฏิบัติภายหลังเมื่อมีผู้ทำแผนหรือผู้บริหารแผนแล้ว ในกรณีที่ปรากฏว่าลูกหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดชำระหนี้หรือส่งมอบทรัพย์สินแก่ลูกหนี้และบุคคลนั้นไม่ได้รับว่าเป็นหนี้หรือมีทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่ในครอบครอง ก็ให้ผู้ทำแผนหรือผู้บริหารแผนนั้นแจ้งต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อดำเนินการเท่านั้น ดังนั้น ทนายความที่โจทก์แต่งตั้งไว้แล้วโดยชอบก่อนศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของโจทก์ ย่อมมีสิทธิยื่นฎีกาแทนโจทก์ อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาแทนคู่ความได้ตามที่เห็นสมควรเพื่อรักษาผลประโยชน์ของคู่ความนั้น ฎีกาที่ยื่นจึงมิใช่เป็นฎีกาที่ไม่ชอบอันจะมีผลให้คำพิพากษาศาลฎีกาไม่ผูกพันจำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของจำเลยนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของจำเลย มีผลเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดคดี จึงต้องมีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม เมื่อศาลอุทธรณ์มิได้แก้ไข ศาลฎีกาเห็นสมควรมีคำสั่งเสียด้วย

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาและในศาลชั้นต้นให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ4973/2545
primary_red_case_no
พ4506/2547
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000277.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1352/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558