คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7062/2558 ฉบับเต็ม

#587389
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7062/2558 บริษัทโกเบิล ลิสซิ่ง จำกัด โดยบริษัทพรีเมียร์ แอลเอ็มเอส จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน โจทก์ บริษัทอัครมีเดีย จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5), มาตรา 144, มาตรา 246, มาตรา 247, มาตรา 296 วรรคห้า คำร้องของผู้ร้องที่อ้างว่ามีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นใหม่เกี่ยวกับการเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์เดิมของบริษัท พ. และมีผลให้บริษัทดังกล่าวไม่อยู่ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะบังคับคดีแก่จำเลยที่ 3 ได้ กับมีคำขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ และมีคำสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 มีผลเท่ากับเป็นการขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดีที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 3 ในเรื่องเดียวกันที่ขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 และคดีถึงที่สุดแล้ว ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคห้า จึงต้องห้ามมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้นอันเกี่ยวกับคดีที่ไว้วินิจฉัยไว้แล้วนั้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 ปัญหาที่ว่าคำร้องของจำเลยที่ 3 เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้างตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246, 247 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันส่งมอบทรัพย์ที่เช่าคืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ราคาแทนเป็นเงิน 290,000 บาท ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าเช่าที่ค้างและค่าขาดประโยชน์ 178,213.08 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 10,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบทรัพย์ที่เช่าคืนหรือใช้ราคาแทนแต่ไม่เกิน 19 เดือน กับค่าฤชาธรรมเนียม จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 99913 ตำบลปากเกร็ด (สีกัน) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้าง มีชื่อของนายสุรนาท บุตรจำเลยที่ 3 ถือกรรมสิทธิ์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2553 วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดและงดการขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 3 วางเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ จำเลยที่ 3 ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลโดยครบถ้วน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำสั่งศาลที่ยกคำร้องเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคห้า จึงไม่รับอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง วันที่ 28 มกราคม 2556 จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้ยกคดีนี้ขึ้นพิจารณาใหม่ และมีคำสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำร้องของผู้ร้องที่อ้างว่า มีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นใหม่เกี่ยวกับการเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์เดิมของบริษัทพรีเมียร์ แอลเอ็มเอส จำกัด และมีผลให้บริษัทดังกล่าวไม่อยู่ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะบังคับคดีแก่จำเลยที่ 3 ได้ กับมีคำขอให้ยกคดีนี้ขึ้นพิจารณาใหม่และมีคำสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 มีผลเท่ากับเป็นการขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดีที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 3 ในเรื่องเดียวกันที่ขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 และคดีถึงที่สุดแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคห้า จึงห้ามมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้นอันเกี่ยวกับคดีที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ปัญหาที่ว่าคำร้องของจำเลยที่ 3 เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้าง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246, 247 ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาต้องตามกันมาให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 3 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ไพโรจน์ วายุภาพ-กษิดิ์เดช จีนสลุต-จักรกฤช เจริญเลิศ) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางสาวเบญจพร รุ่งทรัพย์ไพบูลย์ ศาลอุทธรณ์ - นางจรรยา จีระเรืองรัตนา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3184/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ9847/2542 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ11640/2543 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
587389
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นางสาวเบญจพร รุ่งทรัพย์ไพบูลย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางจรรยา จีระเรืองรัตนา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081970596"
    }
}
date
2558
deka_no
7062/2558
deka_running_no
7062
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "กษิดิ์เดช จีนสลุต",
    "จักรกฤช เจริญเลิศ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142 (5)",
            "ม. 144",
            "ม. 246",
            "ม. 247",
            "ม. 296 วรรคห้า"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทโกเบิล ลิสซิ่ง จำกัด โดยบริษัทพรีเมียร์"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "แอลเอ็มเอส จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทอัครมีเดีย จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันส่งมอบทรัพย์ที่เช่าคืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ราคาแทนเป็นเงิน 290,000 บาท ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าเช่าที่ค้างและค่าขาดประโยชน์ 178,213.08 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 10,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบทรัพย์ที่เช่าคืนหรือใช้ราคาแทนแต่ไม่เกิน 19 เดือน กับค่าฤชาธรรมเนียม จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 99913 ตำบลปากเกร็ด (สีกัน) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้าง มีชื่อของนายสุรนาท บุตรจำเลยที่ 3 ถือกรรมสิทธิ์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2553

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดและงดการขายทอดตลาด

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 3 วางเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ จำเลยที่ 3 ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลโดยครบถ้วน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำสั่งศาลที่ยกคำร้องเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคห้า จึงไม่รับอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง

วันที่ 28 มกราคม 2556 จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้ยกคดีนี้ขึ้นพิจารณาใหม่ และมีคำสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 3

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำร้องของผู้ร้องที่อ้างว่า มีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นใหม่เกี่ยวกับการเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์เดิมของบริษัทพรีเมียร์ แอลเอ็มเอส จำกัด และมีผลให้บริษัทดังกล่าวไม่อยู่ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะบังคับคดีแก่จำเลยที่ 3 ได้ กับมีคำขอให้ยกคดีนี้ขึ้นพิจารณาใหม่และมีคำสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 มีผลเท่ากับเป็นการขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดีที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 3 ในเรื่องเดียวกันที่ขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 และคดีถึงที่สุดแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคห้า จึงห้ามมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้นอันเกี่ยวกับคดีที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ปัญหาที่ว่าคำร้องของจำเลยที่ 3 เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้าง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246, 247 ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาต้องตามกันมาให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 3 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 3

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ9847/2542
primary_red_case_no
พ11640/2543
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000276.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3184/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558