คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8755/2558 ฉบับเต็ม

#587393
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8755/2558 บริษัทไวซ์ แมเนชเมนท์ จำกัด โจทก์ นางชุลีพร วัฒนารมย์ หรือนางปทิตตยา สุขห่วง กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/12, มาตรา 193/30 เมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อย่อมอาจบังคับให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อชดใช้ราคารถที่เช่าซื้อส่วนที่ขาดหรือค่าขาดราคาได้นับแต่วันเลิกสัญญาตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/12 ซึ่งเป็นวันที่อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้ มิใช่นับแต่วันที่ประมูลขายทอดตลาดรถที่เช่าซื้อ เมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2539 และโจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2550 ฟ้องของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับค่าขาดราคาจึงขาดอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 208,027.90 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 151,293 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายของศาลฎีกา จำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วว่า จำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถที่เช่าซื้อแล้วผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อสองงวดติดต่อกันตามฟ้อง สัญญาเช่าซื้อเลิกกันตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2539 ต่อมาวันที่ 28 พฤษภาคม 2540 ผู้ให้เช่าซื้อยึดรถที่เช่าซื้อคืนมา แล้วได้ประมูลขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2540 ได้เงิน 402,000 บาท น้อยกว่าค่าเช่าซื้อที่ยังไม่ได้ชำระอีก 511,293 บาท อยู่ 109,293 บาท ต่อมาผู้ให้เช่าซื้อล้มละลาย โจทก์ซื้อสิทธิเรียกร้องของผู้ให้เช่าซื้อจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งรวมทั้งสิทธิเรียกร้องคดีนี้ด้วย โจทก์มาฟ้องคดีนี้เรียกค่าขาดราคา 109,293 บาท กับค่าขาดประโยชน์ โดยฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2550 สำหรับค่าขาดประโยชน์โจทก์ไม่ฎีกาจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ มีปัญหาข้อกฎหมายวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า ฟ้องของโจทก์ส่วนที่เกี่ยวกับค่าขาดราคาขาดอายุความ 10 ปี หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า การนับอายุความต้องนับแต่วันถัดจากวันที่ประมูลขายทอดตลาด เพราะผู้ให้เช่าซื้อทราบถึงจำนวนค่าขาดราคาเมื่อได้มีการนำรถที่เช่าซื้อขายทอดตลาดในวันที่ 28 กรกฎาคม 2540 ซึ่งเมื่อนับถึงวันฟ้องไม่เกิน 10 ปี ฟ้องของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความนั้น เห็นว่า เมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อย่อมอาจบังคับให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อชดใช้ราคารถที่เช่าซื้อส่วนที่ขาดหรือค่าขาดราคาได้นับแต่วันเลิกสัญญา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 ซึ่งเป็นวันที่อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้ มิใช่นับแต่วันที่โจทก์ฎีกา เมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2539 และโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2550 ฟ้องของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับค่าขาดราคาจึงขาดอายุความ 10 ปี ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้ว ซึ่งศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ประทีป ดุลพินิจธรรมา-วิรุฬห์ แสงเทียน-ปกรณ์ มหรรณพ) ศาลจังหวัดพระโขนง - นายวัชรพล หมายสวัสดิ์ ศาลอุทธรณ์ - นายขจรศักดิ์ บุญเกษม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก พาณิชย์และเศรษฐกิจ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.140/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ252/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ996/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
587393
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพระโขนง",
        "judge": "นายวัชรพล หมายสวัสดิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายขจรศักดิ์ บุญเกษม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081970124"
    }
}
date
2558
deka_no
8755/2558
deka_running_no
8755
deka_year
2558
department
พาณิชย์และเศรษฐกิจ
judges
[
    "ประทีป ดุลพินิจธรรมา",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "ปกรณ์ มหรรณพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/12",
            "ม. 193/30"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทไวซ์ แมเนชเมนท์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางชุลีพร วัฒนารมย์ หรือนางปทิตตยา สุขห่วง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 208,027.90 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 151,293 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายของศาลฎีกา จำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วว่า จำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถที่เช่าซื้อแล้วผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อสองงวดติดต่อกันตามฟ้อง สัญญาเช่าซื้อเลิกกันตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2539 ต่อมาวันที่ 28 พฤษภาคม 2540 ผู้ให้เช่าซื้อยึดรถที่เช่าซื้อคืนมา แล้วได้ประมูลขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2540 ได้เงิน 402,000 บาท น้อยกว่าค่าเช่าซื้อที่ยังไม่ได้ชำระอีก 511,293 บาท อยู่ 109,293 บาท ต่อมาผู้ให้เช่าซื้อล้มละลาย โจทก์ซื้อสิทธิเรียกร้องของผู้ให้เช่าซื้อจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งรวมทั้งสิทธิเรียกร้องคดีนี้ด้วย โจทก์มาฟ้องคดีนี้เรียกค่าขาดราคา 109,293 บาท กับค่าขาดประโยชน์ โดยฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2550 สำหรับค่าขาดประโยชน์โจทก์ไม่ฎีกาจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

มีปัญหาข้อกฎหมายวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า ฟ้องของโจทก์ส่วนที่เกี่ยวกับค่าขาดราคาขาดอายุความ 10 ปี หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า การนับอายุความต้องนับแต่วันถัดจากวันที่ประมูลขายทอดตลาด เพราะผู้ให้เช่าซื้อทราบถึงจำนวนค่าขาดราคาเมื่อได้มีการนำรถที่เช่าซื้อขายทอดตลาดในวันที่ 28 กรกฎาคม 2540 ซึ่งเมื่อนับถึงวันฟ้องไม่เกิน 10 ปี ฟ้องของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความนั้น เห็นว่า เมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อย่อมอาจบังคับให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อชดใช้ราคารถที่เช่าซื้อส่วนที่ขาดหรือค่าขาดราคาได้นับแต่วันเลิกสัญญา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 ซึ่งเป็นวันที่อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้ มิใช่นับแต่วันที่โจทก์ฎีกา เมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2539 และโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2550 ฟ้องของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับค่าขาดราคาจึงขาดอายุความ 10 ปี ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้ว ซึ่งศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ252/2550
primary_red_case_no
พ996/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000272.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พณ.140/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558