คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9718/2558 ฉบับเต็ม

#587399
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9718/2558 บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด โจทก์ บริษัทกัส แอพพาเรล จำกัด ผู้ร้อง นายพงศ์ศักดิ์ วชิรศักดิ์พานิช ผู้ซื้อทรัพย์ นายชวัลวิทย์หรือสมชาย ลิมปนิธิวัฒน์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 309 ตรี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดที่ดินพร้อมอาคารของจำเลยแก่ผู้ซื้อทรัพย์แล้ว จำเลยและบริวารจำต้องออกไปจากทรัพย์สินดังกล่าว ส่วนการที่ผู้ร้องอ้างว่า ผู้ร้องจ่ายค่าเซ้งอาคารชั้นที่ 3 ให้แก่จำเลยและทำการซ่อมแซมตกแต่งอาคารชั้นที่ 3 ดังกล่าวนั้น แม้ผู้ร้องจะจ่ายเงินดังกล่าวไปจริง แต่เมื่อผู้ร้องมิได้มีการจดทะเบียนหรือเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน สิทธิดังกล่าวของผู้ร้องหากมีก็เป็นเพียงบุคคลสิทธิระหว่างผู้ร้องกับจำเลย มิใช่ทรัพยสิทธิ จึงไม่มีผลไปถึงผู้ซื้อทรัพย์ของจำเลยจากการขายทอดตลาด ผู้ร้องมีฐานะเป็นบริวารจำเลย ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจาก ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ตามลำดับ ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 10345 ตำบลหนองค้างพลู (หลักสอง) อำเภอหนองแขม (ภาษีเจริญ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขทะเบียนที่ 3/9 ให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ แต่จำเลยและบริวารยังครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ผู้ซื้อทรัพย์จึงขอให้ศาลล้มละลายกลางดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ตรี เพื่อให้จำเลยและบริวารออกไปจากทรัพย์สิน ศาลล้มละลายกลางออกคำบังคับและหมายบังคับคดีตามคำขอของผู้ซื้อทรัพย์ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องมิได้เป็นบริวารของจำเลย ผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิเหนือที่ดินและอาคารสิ่งปลูกสร้าง โดยผู้ร้องได้ให้เงินตอบแทนแก่จำเลยเป็นจำนวนมาก เพื่อใช้ที่ดินและอาคารประกอบกิจการตัดเย็บเสื้อผ้า ปัจจุบันผู้ร้องยังคงประกอบกิจการอยู่ที่ชั้นสามของอาคาร ขอให้มีคำสั่งว่าผู้ร้องมิใช่บริวารของจำเลยและมีสิทธิอยู่ในที่ดินและอาคาร ศาลล้มละลายกลางพิเคราะห์คำร้องแล้วเห็นว่า ข้อกล่าวอ้างตามคำร้องไม่ใช่อำนาจพิเศษแต่ถือว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลย กรณีจึงไม่จำต้องไต่สวนคำร้อง ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า ผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ ที่ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องมิได้เป็นบริวารของจำเลยเนื่องจากผู้ร้องจ่ายค่าเซ้งตึกชั้นที่ 3 ให้แก่จำเลย 300,000 บาท และซ่อมแซมตกแต่งตึกชั้นที่ 3 อีกเป็นเงิน 100,000 บาท นั้น เห็นว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 10345 ตำบลหนองค้างพลู (หลักสอง) อำเภอหนองแขม (ภาษีเจริญ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขทะเบียนที่ 3/9 เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยจึงต้องรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยนำออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาแบ่งเฉลี่ยให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามกฎหมายล้มละลาย ดังนั้น เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่ผู้ซื้อทรัพย์แล้ว จำเลยและบริวารจึงจำต้องออกไปจากทรัพย์สินส่วนการที่ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่า ผู้ร้องจ่ายค่าเซ้งตึกชั้นที่ 3 ให้แก่จำเลยและซ่อมแซมตกแต่งตึกชั้นที่ 3 นั้น แม้ผู้ร้องจะจ่ายเงินไปจริง แต่สิทธิของผู้ร้องหากมีก็เป็นเพียงบุคคลสิทธิระหว่างผู้ร้องกับจำเลย มิใช่ทรัพยสิทธิ จึงไม่มีผลไปถึงผู้ซื้อทรัพย์ของจำเลยจากการขายทอดตลาด ผู้ร้องจึงมีฐานะเป็นบริวารจำเลย ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องโดยไม่ไต่สวนคำร้อง จึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ (อดิศักดิ์ ปัตรวลี-ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์-ทวีศักดิ์ ทองภักดี) ศาลล้มละลายกลาง - นายชยันต์ เต็มเปี่ยม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ล้มละลาย หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ล.307/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ล10327/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ล13/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
587399
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นายชยันต์ เต็มเปี่ยม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081969656"
    }
}
date
2558
deka_no
9718/2558
deka_running_no
9718
deka_year
2558
department
ล้มละลาย
judges
[
    "อดิศักดิ์ ปัตรวลี",
    "ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์",
    "ทวีศักดิ์ ทองภักดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 309 ตรี"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 14"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทกัส แอพพาเรล จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้ซื้อทรัพย์",
        "name": "นายพงศ์ศักดิ์ วชิรศักดิ์พานิช"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชวัลวิทย์หรือสมชาย ลิมปนิธิวัฒน์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจาก ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ตามลำดับ ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 10345 ตำบลหนองค้างพลู (หลักสอง) อำเภอหนองแขม (ภาษีเจริญ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขทะเบียนที่ 3/9 ให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ แต่จำเลยและบริวารยังครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ผู้ซื้อทรัพย์จึงขอให้ศาลล้มละลายกลางดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ตรี เพื่อให้จำเลยและบริวารออกไปจากทรัพย์สิน ศาลล้มละลายกลางออกคำบังคับและหมายบังคับคดีตามคำขอของผู้ซื้อทรัพย์

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องมิได้เป็นบริวารของจำเลย ผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิเหนือที่ดินและอาคารสิ่งปลูกสร้าง โดยผู้ร้องได้ให้เงินตอบแทนแก่จำเลยเป็นจำนวนมาก เพื่อใช้ที่ดินและอาคารประกอบกิจการตัดเย็บเสื้อผ้า ปัจจุบันผู้ร้องยังคงประกอบกิจการอยู่ที่ชั้นสามของอาคาร ขอให้มีคำสั่งว่าผู้ร้องมิใช่บริวารของจำเลยและมีสิทธิอยู่ในที่ดินและอาคาร

ศาลล้มละลายกลางพิเคราะห์คำร้องแล้วเห็นว่า ข้อกล่าวอ้างตามคำร้องไม่ใช่อำนาจพิเศษแต่ถือว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลย กรณีจึงไม่จำต้องไต่สวนคำร้อง ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า ผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ ที่ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องมิได้เป็นบริวารของจำเลยเนื่องจากผู้ร้องจ่ายค่าเซ้งตึกชั้นที่ 3 ให้แก่จำเลย 300,000 บาท และซ่อมแซมตกแต่งตึกชั้นที่ 3 อีกเป็นเงิน 100,000 บาท นั้น เห็นว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 10345 ตำบลหนองค้างพลู (หลักสอง) อำเภอหนองแขม (ภาษีเจริญ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขทะเบียนที่ 3/9 เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยจึงต้องรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยนำออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาแบ่งเฉลี่ยให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามกฎหมายล้มละลาย ดังนั้น เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่ผู้ซื้อทรัพย์แล้ว จำเลยและบริวารจึงจำต้องออกไปจากทรัพย์สินส่วนการที่ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่า ผู้ร้องจ่ายค่าเซ้งตึกชั้นที่ 3 ให้แก่จำเลยและซ่อมแซมตกแต่งตึกชั้นที่ 3 นั้น แม้ผู้ร้องจะจ่ายเงินไปจริง แต่สิทธิของผู้ร้องหากมีก็เป็นเพียงบุคคลสิทธิระหว่างผู้ร้องกับจำเลย มิใช่ทรัพยสิทธิ จึงไม่มีผลไปถึงผู้ซื้อทรัพย์ของจำเลยจากการขายทอดตลาด ผู้ร้องจึงมีฐานะเป็นบริวารจำเลย ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องโดยไม่ไต่สวนคำร้อง จึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ล10327/2550
primary_red_case_no
ล13/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000268.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ล.307/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558