คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13361/2558 ฉบับเต็ม

#587405
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13361/2558 พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี โจทก์ นางทองสุข จำนงค์ โจทก์ร่วม นายฉลองหรืออ้อ สีดำ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1), 40, 44/1 ป.วิ.พ. มาตรา 42 คดีอาญา จำเลยถึงแก่ความตายระหว่างพิจารณาคดีของศาลฎีกา สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ สำหรับคดีส่วนแพ่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตาม ป.วิ.พ. มาตรา 42 หากครบกำหนดหนึ่งปีนับแต่จำเลยถึงแก่ความตาย ไม่มีบุคคลใดร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทน หรือเข้ามาตามหมายเรียกของศาลก็ให้ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72, 33, 91, 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 8 ทวิ, 72 ทวิ พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 มาตรา 4, 15, 42 ริบอาวุธปืน หัวกระสุนปืนและเสื้อเกราะป้องกันกระสุนของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางทองสุข มารดาของนายชำนาญ ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต และโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่งขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ให้จำคุก 20 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและโดยไม่ได้รับใบอนุญาตการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 เดือน จำเลยนำอาวุธปืนของกลางมามอบให้พนักงานสอบสวนประกอบคดีเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษในความผิดเจตนาฆ่าผู้อื่นให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 15 ปี รวมสองกระทง เป็นจำคุก 15 ปี 3 เดือน กับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 26 สิงหาคม 2552 ) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ริบอาวุธปืน หัวกระสุนปืนและเสื้อเกราะป้องกันกระสุนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์และโจทก์ร่วมแถลงว่า จำเลยถึงแก่ความตายแล้วเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2558 ปรากฏหลักฐานตามสำเนาใบมรณบัตรท้ายหนังสือของสถานีตำรวจภูธรเขาบางแกรก ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ สำหรับคดีส่วนแพ่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 40 หากครบกำหนดหนึ่งปีนับแต่จำเลยถึงแก่ความตายไม่มีบุคคลใดร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนหรือเข้ามาตามหมายเรียกของศาลก็ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ (ปกรณ์ สุวรรณพรหมา-นพพร โพธิรังสิยากร-ปกรณ์ วงศาโรจน์) ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายธเนศ ตันวิรัช ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายอานัต อุเบกขานุกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2243/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ841/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ365/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
587405
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอุทัยธานี",
        "judge": "นายธเนศ ตันวิรัช"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายอานัต อุเบกขานุกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081967628"
    }
}
date
2558
deka_no
13361/2558
deka_running_no
13361
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "ปกรณ์ สุวรรณพรหมา",
    "นพพร โพธิรังสิยากร",
    "ปกรณ์ วงศาโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 39 (1), 40, 44/1"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 42"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางทองสุข จำนงค์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายฉลองหรืออ้อ สีดำ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72, 33, 91, 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 8 ทวิ, 72 ทวิ พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 มาตรา 4, 15, 42 ริบอาวุธปืน หัวกระสุนปืนและเสื้อเกราะป้องกันกระสุนของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นางทองสุข มารดาของนายชำนาญ ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต และโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่งขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ให้จำคุก 20 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและโดยไม่ได้รับใบอนุญาตการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 เดือน จำเลยนำอาวุธปืนของกลางมามอบให้พนักงานสอบสวนประกอบคดีเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษในความผิดเจตนาฆ่าผู้อื่นให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 15 ปี รวมสองกระทง เป็นจำคุก 15 ปี 3 เดือน กับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 26 สิงหาคม 2552 ) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ริบอาวุธปืน หัวกระสุนปืนและเสื้อเกราะป้องกันกระสุนของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์และโจทก์ร่วมแถลงว่า จำเลยถึงแก่ความตายแล้วเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2558 ปรากฏหลักฐานตามสำเนาใบมรณบัตรท้ายหนังสือของสถานีตำรวจภูธรเขาบางแกรก

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ สำหรับคดีส่วนแพ่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 40 หากครบกำหนดหนึ่งปีนับแต่จำเลยถึงแก่ความตายไม่มีบุคคลใดร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนหรือเข้ามาตามหมายเรียกของศาลก็ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ
opensearch_id
primary_black_case_no
อ841/2552
primary_red_case_no
อ365/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000250.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2243/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558