คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6274/2558 ฉบับเต็ม

#587634
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6274/2558 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน โจทก์ นิติบุคคลอาคารชุด ทวิน ทาวเวอร์ ผู้ร้อง นายวิบูลย์ วัฒนาประสิทธิ์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 273 (1) ป.วิ.พ. มาตรา 280 (1), มาตรา 280 (2) พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 41 โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับจำนองแก่ห้องชุดเลขที่ 60/630 ซึ่งเป็นทรัพย์สินจำนองตามคำพิพากษา ส่วนผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทรัพย์ส่วนกลางที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของห้องชุดดังกล่าวค้างจ่ายแก่ผู้ร้อง ซึ่งตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 41 วรรคหนึ่ง (2) บัญญัติให้ถือว่าเป็นบุริมสิทธิลำดับเดียวกับบุริมสิทธิตามมาตรา 273 (1) แห่ง ป.พ.พ. และมีอยู่เหนือห้องชุดอันเป็นทรัพย์ส่วนบุคคลของจำเลย และเมื่อปรากฏว่าผู้จัดการผู้ร้องได้ส่งรายการหนี้ดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว บุริมสิทธิของผู้ร้องจึงอยู่ในลำดับก่อนจำนองตามที่บัญญัติไว้ในวรรคสองของมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์กับผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในวิธีการบังคับคดีอันเกี่ยวด้วยทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 280 (1) และ (2) และเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน โจทก์ย่อมมีสิทธิยกข้อต่อสู้ว่า หนี้ของผู้ร้องที่นำมาขอรับชำระหนี้นั้นขาดอายุความแล้วเพื่อมิให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้บุริมสิทธิจากทรัพย์สินจำนองก่อนโจทก์ในฐานะผู้รับจำนองซึ่งมีผลกระทบต่อส่วนได้เสียของโจทก์ในทรัพย์สินจำนองนั้น ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระเงิน 876,314.97 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปีโดยผ่อนชำระรายเดือน เดือนละ ไม่ต่ำกว่า 16,000 บาท เริ่มเดือนแรกภายในวันที่ 5 กรกฎาคม 2541 และเบี้ยประกันภัยครั้งละ 5,377 บาท ทุก 3 ปี ต่อครั้ง เริ่มชำระงวดแรกในวันที่ 5 มกราคม 2543 งวดต่อไปทุกวันที่ 5 ของสามปีถัดไปจนกว่าจะชำระหนี้ให้โจทก์เสร็จสิ้น หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาดชำระหนี้ หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยชำระจนกว่าจะครบ จำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองห้องชุดเลขที่ 60/629, 60/630 อาคารชุดทวิน ทาวเวอร์ ชั้นที่ 9 ตำบลสองห้อง (สีกัน) อำเภอปากเกร็ด (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี ของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลอาคารชุด และมีนายสมชาย เป็นผู้จัดการอาคารชุด มีอำนาจกระทำการแทนผู้ร้อง จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดเลขที่ 60/630 ในอาคารชุดของผู้ร้องและค้างชำระค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บเพื่อเป็นค่าดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางตามข้อบังคับตั้งแต่เดือนมกราคม 2540 ถึงปี 2554 เป็นค่าใช้จ่ายทรัพย์ส่วนกลาง เงินเพิ่มตามกฎหมายและข้อบังคับ ค่ารักษามิเตอร์น้ำประปารายปีพร้อมดอกเบี้ย ค่าเบี้ยประกันภัยอาคารรายปีพร้อมดอกเบี้ย และค่าทาสีอาคารตามมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 142,393.88 บาท ผู้ร้องนำส่งรายการหนี้ที่ค้างชำระส่วนกลางต่อเจ้าพนักงานที่ดินแล้ว ขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองก่อนโจทก์ผู้รับจำนอง หากโจทก์สละสิทธิถอนการยึดทรัพย์หรือถอนการบังคับคดี ให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิบังคับคดีแทนโจทก์ต่อไป โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ค่าใช้จ่ายที่ผู้ร้องกล่าวอ้างสูงเกินไป มูลหนี้ค่าใช้จ่ายมิได้เกิดจากการให้บริการส่วนรวมหรือการใช้ทรัพย์ส่วนกลางของจำเลยหรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน และค้างจ่ายเกิน 5 ปี นับแต่วันผิดนัด ผู้ร้องไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยและเงินเพิ่ม ยอดหนี้ไม่ถูกต้อง ขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระเงิน 44,388.62 บาท ที่ได้จากการขายทอดตลาดอาคารชุดเลขที่ 60/630 ชั้นที่ 9 อาคารเลขที่ 1 ชื่ออาคารชุดทวิน ทาวเวอร์ ก่อนผู้รับจำนอง กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท หากโจทก์สละสิทธิในการบังคับคดี ให้ผู้ร้องสวมสิทธิบังคับคดีแทนโจทก์ต่อไป ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาผู้ร้องในประการแรกที่ว่า โจทก์มีสิทธิยกอายุความแห่งสิทธิเรียกร้องเงินค้างจ่ายที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของห้องชุดค้างชำระค่าใช้จ่ายทรัพย์ส่วนกลางขึ้นเป็นข้อต่อสู้นิติบุคคลอาคารชุดผู้ร้องได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับจำนองแก่ห้องชุดเลขที่ 60/630 ซึ่งเป็นทรัพย์สินจำนองตามคำพิพากษา ส่วนผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทรัพย์ส่วนกลางที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของห้องชุดดังกล่าวค้างจ่ายแก่ผู้ร้อง ซึ่งตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 41 วรรคหนึ่ง (2) บัญญัติให้ถือว่าเป็นบุริมสิทธิลำดับเดียวกับบุริมสิทธิตามมาตรา 273 (1) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมีอยู่เหนือห้องชุดอันเป็นทรัพย์ส่วนบุคคลของจำเลย และเมื่อปรากฏว่าผู้จัดการผู้ร้องได้ส่งรายการหนี้ดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว บุริมสิทธิของผู้ร้องจึงอยู่ในลำดับก่อนจำนองตามที่บัญญัติไว้ในวรรคสองของมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์กับผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในวิธีการบังคับคดีอันเกี่ยวด้วยทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280 (1) และ (2) และเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน โจทก์ย่อมมีสิทธิยกข้อต่อสู้ว่า หนี้ของผู้ร้องที่นำมาขอรับชำระหนี้นั้นขาดอายุความแล้วเพื่อมิให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้บุริมสิทธิจากทรัพย์สินจำนองก่อนโจทก์ในฐานะผู้รับจำนองซึ่งมีผลกระทบต่อส่วนได้เสียของโจทก์ในทรัพย์สินจำนองนั้น ข้ออ้างของผู้ร้องที่ว่า ปัญหาเรื่องอายุความเป็นข้ออ้างของจำเลยที่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้เท่านั้น โจทก์ไม่มีสิทธิยกขึ้นต่อสู้ผู้ร้องจึงฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ไพโรจน์ วายุภาพ-กษิดิ์เดช จีนสลุต-สมพงษ์ เหมวิมล) ศาลแพ่ง - นางวรรณภร ลิ้มเฉลิมฉัตร ศาลอุทธรณ์ - นางจรรยา จีระเรืองรัตนา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.753/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ชธ34/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ชธ47/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
587634
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางวรรณภร ลิ้มเฉลิมฉัตร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางจรรยา จีระเรืองรัตนา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081971137"
    }
}
date
2558
deka_no
6274/2558
deka_running_no
6274
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "กษิดิ์เดช จีนสลุต",
    "สมพงษ์ เหมวิมล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 273 (1)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 280 (1)",
            "ม. 280 (2)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 41"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นิติบุคคลอาคารชุด ทวิน ทาวเวอร์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิบูลย์ วัฒนาประสิทธิ์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระเงิน 876,314.97 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปีโดยผ่อนชำระรายเดือน เดือนละ ไม่ต่ำกว่า 16,000 บาท เริ่มเดือนแรกภายในวันที่ 5 กรกฎาคม 2541 และเบี้ยประกันภัยครั้งละ 5,377 บาท ทุก 3 ปี ต่อครั้ง เริ่มชำระงวดแรกในวันที่ 5 มกราคม 2543 งวดต่อไปทุกวันที่ 5 ของสามปีถัดไปจนกว่าจะชำระหนี้ให้โจทก์เสร็จสิ้น หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาดชำระหนี้ หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยชำระจนกว่าจะครบ จำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองห้องชุดเลขที่ 60/629, 60/630 อาคารชุดทวิน ทาวเวอร์ ชั้นที่ 9 ตำบลสองห้อง (สีกัน) อำเภอปากเกร็ด (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี ของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลอาคารชุด และมีนายสมชาย เป็นผู้จัดการอาคารชุด มีอำนาจกระทำการแทนผู้ร้อง จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดเลขที่ 60/630 ในอาคารชุดของผู้ร้องและค้างชำระค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บเพื่อเป็นค่าดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางตามข้อบังคับตั้งแต่เดือนมกราคม 2540 ถึงปี 2554 เป็นค่าใช้จ่ายทรัพย์ส่วนกลาง เงินเพิ่มตามกฎหมายและข้อบังคับ ค่ารักษามิเตอร์น้ำประปารายปีพร้อมดอกเบี้ย ค่าเบี้ยประกันภัยอาคารรายปีพร้อมดอกเบี้ย และค่าทาสีอาคารตามมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 142,393.88 บาท ผู้ร้องนำส่งรายการหนี้ที่ค้างชำระส่วนกลางต่อเจ้าพนักงานที่ดินแล้ว ขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองก่อนโจทก์ผู้รับจำนอง หากโจทก์สละสิทธิถอนการยึดทรัพย์หรือถอนการบังคับคดี ให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิบังคับคดีแทนโจทก์ต่อไป

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ค่าใช้จ่ายที่ผู้ร้องกล่าวอ้างสูงเกินไป มูลหนี้ค่าใช้จ่ายมิได้เกิดจากการให้บริการส่วนรวมหรือการใช้ทรัพย์ส่วนกลางของจำเลยหรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน และค้างจ่ายเกิน 5 ปี นับแต่วันผิดนัด ผู้ร้องไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยและเงินเพิ่ม ยอดหนี้ไม่ถูกต้อง ขอให้ยกคำร้องขอ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระเงิน 44,388.62 บาท ที่ได้จากการขายทอดตลาดอาคารชุดเลขที่ 60/630 ชั้นที่ 9 อาคารเลขที่ 1 ชื่ออาคารชุดทวิน ทาวเวอร์ ก่อนผู้รับจำนอง กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท หากโจทก์สละสิทธิในการบังคับคดี ให้ผู้ร้องสวมสิทธิบังคับคดีแทนโจทก์ต่อไป

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาผู้ร้องในประการแรกที่ว่า โจทก์มีสิทธิยกอายุความแห่งสิทธิเรียกร้องเงินค้างจ่ายที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของห้องชุดค้างชำระค่าใช้จ่ายทรัพย์ส่วนกลางขึ้นเป็นข้อต่อสู้นิติบุคคลอาคารชุดผู้ร้องได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับจำนองแก่ห้องชุดเลขที่ 60/630 ซึ่งเป็นทรัพย์สินจำนองตามคำพิพากษา ส่วนผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทรัพย์ส่วนกลางที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของห้องชุดดังกล่าวค้างจ่ายแก่ผู้ร้อง ซึ่งตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 41 วรรคหนึ่ง (2) บัญญัติให้ถือว่าเป็นบุริมสิทธิลำดับเดียวกับบุริมสิทธิตามมาตรา 273 (1) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมีอยู่เหนือห้องชุดอันเป็นทรัพย์ส่วนบุคคลของจำเลย และเมื่อปรากฏว่าผู้จัดการผู้ร้องได้ส่งรายการหนี้ดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว บุริมสิทธิของผู้ร้องจึงอยู่ในลำดับก่อนจำนองตามที่บัญญัติไว้ในวรรคสองของมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์กับผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในวิธีการบังคับคดีอันเกี่ยวด้วยทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280 (1) และ (2) และเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน โจทก์ย่อมมีสิทธิยกข้อต่อสู้ว่า หนี้ของผู้ร้องที่นำมาขอรับชำระหนี้นั้นขาดอายุความแล้วเพื่อมิให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้บุริมสิทธิจากทรัพย์สินจำนองก่อนโจทก์ในฐานะผู้รับจำนองซึ่งมีผลกระทบต่อส่วนได้เสียของโจทก์ในทรัพย์สินจำนองนั้น ข้ออ้างของผู้ร้องที่ว่า ปัญหาเรื่องอายุความเป็นข้ออ้างของจำเลยที่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้เท่านั้น โจทก์ไม่มีสิทธิยกขึ้นต่อสู้ผู้ร้องจึงฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ชธ34/2555
primary_red_case_no
ชธ47/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000281.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.753/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558