คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11555/2557 ฉบับเต็ม

#588110
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11555/2557 นายณรงค์ พรหมลักขโณ โจทก์ นายวินัย พันธุมจินดา จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1037, 1080 ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญมีความรับผิดอย่างไม่จำกัด และ ป.พ.พ. มาตรา 1038 วรรคหนึ่ง บัญญัติห้ามมิให้ผู้เป็นหุ้นส่วนประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งมีสภาพดุจเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างโดยมิได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่น ๆ แตกต่างจากผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนรับจะลงหุ้นในห้าง และตามมาตรา 1090 ผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดจะประกอบกิจการค้าขายอย่างใด ๆ เพื่อประโยชน์ของตนหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอกก็ได้ แม้ว่าการงานเช่นนั้นจะมีสภาพเป็นอย่างเดียวกับการค้าขายของห้างก็ไม่ห้าม ดังนั้น แม้ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดอาจไต่ถามการงานของห้างหุ้นส่วนจำกัด ตรวจดูและคัดสมุดบัญชี เอกสารของห้างหุ้นส่วนจำกัดได้ทุกเมื่อตามมาตรา 1037 ประกอบมาตรา 1080 แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่ามีเหตุสมควรหรือไม่ ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป เมื่อจำเลยให้การว่า โจทก์มีตำแหน่งในการบริหารห้างหุ้นส่วนจำกัดอยู่ด้วย ย่อมทราบกิจการงานของห้างอยู่แล้ว การที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้โดยจำเลยปฏิเสธว่าโจทก์ไม่เคยขอจำเลยตรวจสอบเอกสารตามฟ้องมาก่อนโจทก์มีจุดประสงค์เพื่อให้จำเลยเสียหาย เสียชื่อเสียงทางการค้า เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต จึงต้องฟังพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายให้ทราบข้อเท็จจริงเสียก่อน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยยินยอมให้โจทก์ไต่ถาม ตรวจ คัดสำเนาสมุดบัญชี เอกสารใด ๆ อาทิ สมุดบัญชีแสดงรายรับ จ่าย เอกสารประกอบการบันทึกทางบัญชีทุกเล่มทุกฉบับ ทุกรอบระยะเวลาบัญชี สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารทุกแห่ง ทุกบัญชีที่เกี่ยวข้องกับรายรับ จ่าย เอกสารรายละเอียดต่าง ๆ ในการดำเนินกิจการรวมถึงเอกสารที่เป็นลูกหนี้และเจ้าหนี้บุคคลอื่น เอกสารรายรับ จ่าย ที่แสดงและไม่แสดงต่อหน่วยงานรัฐทุกเล่มทุกฉบับที่มีอยู่ของห้างหุ้นส่วนจำกัดพรเกษม นับแต่โจทก์และจำเลยเข้าร่วมหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดพรเกษมถึงปัจจุบัน และเอกสารแสดงรายการทรัพย์สินทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนจำกัดพรเกษม ที่ระบุรายละเอียด ชนิด ประเภทของทรัพย์สิน รวมทั้งสถานะของทรัพย์สินนับแต่เริ่มครอบครองถึงปัจจุบัน จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีไม่จำต้องสืบพยาน จึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแสดงบัญชีรายการรับ จ่ายเงิน พร้อมทั้งหลักฐานใบสำคัญการรับ จ่ายเงิน เอกสารประกอบการบันทึกทางบัญชี สมุดบัญชีเงินฝาก เอกสารที่แสดงถึงการเป็นลูกหนี้และเจ้าหนี้บุคคลอื่น สถานะทางการเงินและทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดพรเกษม นับแต่เริ่มครอบครองจนถึงปัจจุบัน ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีชอบหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1037 ให้สิทธิผู้เป็นหุ้นส่วนไต่ถามถึงกิจการงานของห้างหุ้นส่วนได้ทุกเมื่อ และมีสิทธิตรวจ คัดสำเนาสมุดบัญชี เอกสารใด ๆ ของห้างหุ้นส่วนได้ ข้อกล่าวอ้างของจำเลยว่า จำเลยไม่ได้จัดการงานของห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยไม่โปร่งใส จึงไม่เป็นประเด็นที่จะต้องพิจารณาว่าผู้เป็นหุ้นส่วนจะใช้สิทธิตรวจสอบได้หรือไม่ เป็นเพียงเหตุที่โจทก์อ้างถึงความประสงค์ใช้สิทธิตรวจสอบเพราะจำเลยอ้างว่ากิจการขาดทุน ข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง คำให้การ และคำแถลงของโจทก์และจำเลยได้ความแล้วว่าจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดพรเกษม ส่วนโจทก์เป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิด หากมีการสืบพยานข้อเท็จจริงก็ไม่เป็นอย่างอื่น จึงไม่จำต้องมีการสืบพยานนั้น เห็นว่า ตามมาตรา 1037 ที่บัญญัติในหมวด 2 ห้างหุ้นส่วนสามัญ ส่วนที่ 2 ความเกี่ยวพันระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกันเองว่า "ถึงแม้ว่าผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหลายได้ตกลงให้ผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคนเป็นผู้จัดการห้างหุ้นส่วนก็ดี ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนนอกจากผู้จัดการย่อมมีสิทธิที่จะไต่ถามถึงการงานของห้างหุ้นส่วนที่จัดอยู่นั้นได้ทุกเมื่อและมีสิทธิที่จะตรวจและคัดสำเนาสมุดบัญชีและเอกสารใด ๆ ของห้างหุ้นส่วนได้ด้วย" โดยมาตรา 1080 ของหมวด 3 ห้างหุ้นส่วนจำกัดบัญญัติให้นำมาใช้บังคับแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดด้วยก็ตาม แต่ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญมีความรับผิดอย่างไม่จำกัดและมาตรา 1038 วรรคหนึ่ง บัญญัติห้ามมิให้ผู้เป็นหุ้นส่วนประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งมีสภาพดุจเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนนั้น... โดยมิได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่น ๆ แตกต่างจากผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนรับจะลงหุ้นให้ห้างและตามมาตรา 1090 ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดจะประกอบการค้าขายอย่างใด ๆ เพื่อประโยชน์ของตนหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอกก็ได้ แม้ว่าการงานเช่นนั้นจะมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันกับการค้าขายของห้างหุ้นส่วนก็ไม่ห้าม ดังนั้น แม้ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดอาจไต่ถามการงานของห้างหุ้นส่วนจำกัด ตรวจดูและคัดสมุดบัญชี เอกสารของห้างหุ้นส่วนจำกัดได้ทุกเมื่อ แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่ามีเหตุสมควรหรือไม่ ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป เมื่อจำเลยให้การว่า โจทก์มีตำแหน่งในการบริหารห้างหุ้นส่วนจำกัดอยู่ด้วย ย่อมทราบกิจการงานของห้างหุ้นส่วนจำกัดอยู่แล้ว การที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้โดยจำเลยปฏิเสธว่าโจทก์ไม่เคยขอจำเลยตรวจสอบเอกสารตามฟ้องมาก่อน โจทก์มีจุดประสงค์เพื่อให้จำเลยเสียหาย เสียชื่อเสียงทางการค้า เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ดังนี้ จึงต้องฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายให้ทราบข้อเท็จจริงเสียก่อน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ปิยกุล บุญเพิ่ม-วิรุฬห์ แสงเทียน-วาสนา หงส์เจริญ) ศาลจังหวัดนนทบุรี - นางนพมาศ ดุลภัทร ปิ่นกระจาย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสันติชัย วัฒนวิกย์กรรม์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก พาณิชย์และเศรษฐกิจ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.160/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ส1533/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ส1491/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
588110
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนนทบุรี",
        "judge": "นางนพมาศ ดุลภัทร ปิ่นกระจาย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายสันติชัย วัฒนวิกย์กรรม์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081976353"
    }
}
date
2557
deka_no
11555/2557
deka_running_no
11555
deka_year
2557
department
พาณิชย์และเศรษฐกิจ
judges
[
    "ปิยกุล บุญเพิ่ม",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "วาสนา หงส์เจริญ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1037, 1080"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายณรงค์ พรหมลักขโณ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวินัย พันธุมจินดา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยยินยอมให้โจทก์ไต่ถาม ตรวจ คัดสำเนาสมุดบัญชี เอกสารใด ๆ อาทิ สมุดบัญชีแสดงรายรับ จ่าย เอกสารประกอบการบันทึกทางบัญชีทุกเล่มทุกฉบับ ทุกรอบระยะเวลาบัญชี สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารทุกแห่ง ทุกบัญชีที่เกี่ยวข้องกับรายรับ จ่าย เอกสารรายละเอียดต่าง ๆ ในการดำเนินกิจการรวมถึงเอกสารที่เป็นลูกหนี้และเจ้าหนี้บุคคลอื่น เอกสารรายรับ จ่าย ที่แสดงและไม่แสดงต่อหน่วยงานรัฐทุกเล่มทุกฉบับที่มีอยู่ของห้างหุ้นส่วนจำกัดพรเกษม นับแต่โจทก์และจำเลยเข้าร่วมหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดพรเกษมถึงปัจจุบัน และเอกสารแสดงรายการทรัพย์สินทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนจำกัดพรเกษม ที่ระบุรายละเอียด ชนิด ประเภทของทรัพย์สิน รวมทั้งสถานะของทรัพย์สินนับแต่เริ่มครอบครองถึงปัจจุบัน

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีไม่จำต้องสืบพยาน จึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลย

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแสดงบัญชีรายการรับ จ่ายเงิน พร้อมทั้งหลักฐานใบสำคัญการรับ จ่ายเงิน เอกสารประกอบการบันทึกทางบัญชี สมุดบัญชีเงินฝาก เอกสารที่แสดงถึงการเป็นลูกหนี้และเจ้าหนี้บุคคลอื่น สถานะทางการเงินและทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดพรเกษม นับแต่เริ่มครอบครองจนถึงปัจจุบัน ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีชอบหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1037 ให้สิทธิผู้เป็นหุ้นส่วนไต่ถามถึงกิจการงานของห้างหุ้นส่วนได้ทุกเมื่อ และมีสิทธิตรวจ คัดสำเนาสมุดบัญชี เอกสารใด ๆ ของห้างหุ้นส่วนได้ ข้อกล่าวอ้างของจำเลยว่า จำเลยไม่ได้จัดการงานของห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยไม่โปร่งใส จึงไม่เป็นประเด็นที่จะต้องพิจารณาว่าผู้เป็นหุ้นส่วนจะใช้สิทธิตรวจสอบได้หรือไม่ เป็นเพียงเหตุที่โจทก์อ้างถึงความประสงค์ใช้สิทธิตรวจสอบเพราะจำเลยอ้างว่ากิจการขาดทุน ข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง คำให้การ และคำแถลงของโจทก์และจำเลยได้ความแล้วว่าจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดพรเกษม ส่วนโจทก์เป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิด หากมีการสืบพยานข้อเท็จจริงก็ไม่เป็นอย่างอื่น จึงไม่จำต้องมีการสืบพยานนั้น เห็นว่า ตามมาตรา 1037 ที่บัญญัติในหมวด 2 ห้างหุ้นส่วนสามัญ ส่วนที่ 2 ความเกี่ยวพันระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกันเองว่า "ถึงแม้ว่าผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหลายได้ตกลงให้ผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคนเป็นผู้จัดการห้างหุ้นส่วนก็ดี ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนนอกจากผู้จัดการย่อมมีสิทธิที่จะไต่ถามถึงการงานของห้างหุ้นส่วนที่จัดอยู่นั้นได้ทุกเมื่อและมีสิทธิที่จะตรวจและคัดสำเนาสมุดบัญชีและเอกสารใด ๆ ของห้างหุ้นส่วนได้ด้วย" โดยมาตรา 1080 ของหมวด 3 ห้างหุ้นส่วนจำกัดบัญญัติให้นำมาใช้บังคับแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดด้วยก็ตาม แต่ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญมีความรับผิดอย่างไม่จำกัดและมาตรา 1038 วรรคหนึ่ง บัญญัติห้ามมิให้ผู้เป็นหุ้นส่วนประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งมีสภาพดุจเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนนั้น... โดยมิได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่น ๆ แตกต่างจากผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนรับจะลงหุ้นให้ห้างและตามมาตรา 1090 ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดจะประกอบการค้าขายอย่างใด ๆ เพื่อประโยชน์ของตนหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอกก็ได้ แม้ว่าการงานเช่นนั้นจะมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันกับการค้าขายของห้างหุ้นส่วนก็ไม่ห้าม ดังนั้น แม้ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดอาจไต่ถามการงานของห้างหุ้นส่วนจำกัด ตรวจดูและคัดสมุดบัญชี เอกสารของห้างหุ้นส่วนจำกัดได้ทุกเมื่อ แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่ามีเหตุสมควรหรือไม่ ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป เมื่อจำเลยให้การว่า โจทก์มีตำแหน่งในการบริหารห้างหุ้นส่วนจำกัดอยู่ด้วย ย่อมทราบกิจการงานของห้างหุ้นส่วนจำกัดอยู่แล้ว การที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้โดยจำเลยปฏิเสธว่าโจทก์ไม่เคยขอจำเลยตรวจสอบเอกสารตามฟ้องมาก่อน โจทก์มีจุดประสงค์เพื่อให้จำเลยเสียหาย เสียชื่อเสียงทางการค้า เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ดังนี้ จึงต้องฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายให้ทราบข้อเท็จจริงเสียก่อน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ส1533/2550
primary_red_case_no
ส1491/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000326.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พณ.160/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557