คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13650/2558 ฉบับเต็ม

#588117
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13650/2558 พนักงานอัยการจังหวัดนางรอง โจทก์ นายแสนคำ สินชัยยา จำเลย ป.อ. มาตรา 149 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 มาตรา 15, มาตรา 23 วรรคท้าย แม้ก่อนบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้าทำงานในเทศบาลตำบลหนองปล่อง จำเลยจะมิได้เกี่ยวข้องหรือมีอำนาจหน้าที่ในการสอบคัดเลือก ควบคุมการสอบ การตรวจข้อสอบ และการให้คะแนนก็ตาม แต่เมื่อจำเลยมีอำนาจออกคำสั่งเกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานเทศบาลหรือการอื่นใดที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของเทศบาล ทั้งนี้ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 มาตรา 23 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 15 การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานเทศบาลซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของจำเลย เมื่อจำเลยเรียกเงินและรับเงินจำนวน 330,000 บาท จาก ป. เพื่อช่วยเหลือให้ น. บุตร ป. เข้าทำงานเป็นพนักงานเทศบาลตำบลหนองปล่อง จำเลยจึงเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ออกคำสั่งเกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานเทศบาลตำบลหนองปล่องเรียกและรับทรัพย์สินสำหรับตนเองโดยมิชอบแล้วกระทำการในตำแหน่งเพื่อช่วยเหลือ น. ให้เข้าทำงานเป็นพนักงานเทศบาลตำบลหนองปล่อง อันเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ครบองค์ประกอบของความผิดตาม ป.อ. มาตรา 149 แล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ 157 จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้การปฏิเสธ แต่ก่อนศาลชั้นต้นไต่สวน จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 จำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและรับผิดชอบในการบริหารราชการของเทศบาลให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เทศบัญญัติและ นโยบาย สั่ง อนุญาตและอนุมัติเกี่ยวกับราชการของเทศบาลตำบลหนองปล่อง วางระเบียบเพื่อให้งานของเทศบาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัติ ควบคุม และรับผิดชอบในการบริหารกิจการของเทศบาล เป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานและลูกจ้างเทศบาลตำบลหนองปล่อง ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ และยังมีอำนาจออกคำสั่งเกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานเทศบาลหรือการอื่นใดที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของเทศบาล วันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องจำเลยเรียกเงินและรับเงินจำนวน 330,000 บาท จากนางปราณี เพื่อช่วยเหลือให้นายนพรัตน์ บุตรนางปราณี เข้าทำงานเป็นพนักงานเทศบาลตำบลหนองปล่อง มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า การกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า ก่อนบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้าทำงานในเทศบาลตำบลหนองปล่องจะต้องผ่านการสอบคัดเลือกจากคณะกรรมการสอบแข่งขัน ซึ่งจำเลยมิได้เกี่ยวข้องหรือมีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการสอบ การตรวจข้อสอบและการให้คะแนน ทั้งจำเลยมิได้มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับบัญชาสั่งการคณะกรรมการสอบแข่งขัน จำเลยจึงยังมิได้เป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับการนั้น เห็นว่า แม้ก่อนบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้าทำงานในเทศบาลตำบลหนองปล่อง จำเลยจะมิได้เกี่ยวข้องหรือมีอำนาจหน้าที่ในการสอบคัดเลือก ควบคุมการสอบ การตรวจข้อสอบ และการให้คะแนนก็ตาม แต่เมื่อจำเลยมีอำนาจออกคำสั่งเกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานเทศบาลหรือการอื่นใดที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของเทศบาลทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 มาตรา 23 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 15 การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานเทศบาลซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของจำเลย เมื่อจำเลยเรียกเงินและรับเงินจำนวน 330,000 บาท จากนางปราณี เพื่อช่วยเหลือให้นายนพรัตน์ บุตรนางปราณีเข้าทำงานเป็นพนักงานเทศบาลตำบลหนองปล่อง จำเลยจึงเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ออกคำสั่งเกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานเทศบาลตำบลหนองปล่องเรียกและรับทรัพย์สินสำหรับตนเองโดยมิชอบแล้วกระทำการในตำแหน่งเพื่อช่วยเหลือนายนพรัตน์ให้เข้าทำงานเป็นพนักงานเทศบาลตำบลหนองปล่องอันเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ครบองค์ประกอบของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 แล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ไพโรจน์ นวานุช-ปิยกุล บุญเพิ่ม-สุรางคนา กมลละคร) ศาลจังหวัดนางรอง - นายสวัสดิ์ สมแก้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายเฉลิมพล ชอบธรรม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2996/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2687/2557 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1253/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
588117
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนางรอง",
        "judge": "นายสวัสดิ์ สมแก้ว"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายเฉลิมพล ชอบธรรม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081967407"
    }
}
date
2558
deka_no
13650/2558
deka_running_no
13650
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ นวานุช",
    "ปิยกุล บุญเพิ่ม",
    "สุรางคนา กมลละคร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 149"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 23 วรรคท้าย"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนางรอง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายแสนคำ สินชัยยา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ 157

จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้การปฏิเสธ แต่ก่อนศาลชั้นต้นไต่สวน จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 จำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและรับผิดชอบในการบริหารราชการของเทศบาลให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เทศบัญญัติและ นโยบาย สั่ง อนุญาตและอนุมัติเกี่ยวกับราชการของเทศบาลตำบลหนองปล่อง วางระเบียบเพื่อให้งานของเทศบาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัติ ควบคุม และรับผิดชอบในการบริหารกิจการของเทศบาล เป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานและลูกจ้างเทศบาลตำบลหนองปล่อง ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ และยังมีอำนาจออกคำสั่งเกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานเทศบาลหรือการอื่นใดที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของเทศบาล วันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องจำเลยเรียกเงินและรับเงินจำนวน 330,000 บาท จากนางปราณี เพื่อช่วยเหลือให้นายนพรัตน์ บุตรนางปราณี เข้าทำงานเป็นพนักงานเทศบาลตำบลหนองปล่อง มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า การกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า ก่อนบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้าทำงานในเทศบาลตำบลหนองปล่องจะต้องผ่านการสอบคัดเลือกจากคณะกรรมการสอบแข่งขัน ซึ่งจำเลยมิได้เกี่ยวข้องหรือมีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการสอบ การตรวจข้อสอบและการให้คะแนน ทั้งจำเลยมิได้มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับบัญชาสั่งการคณะกรรมการสอบแข่งขัน จำเลยจึงยังมิได้เป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับการนั้น เห็นว่า แม้ก่อนบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้าทำงานในเทศบาลตำบลหนองปล่อง จำเลยจะมิได้เกี่ยวข้องหรือมีอำนาจหน้าที่ในการสอบคัดเลือก ควบคุมการสอบ การตรวจข้อสอบ และการให้คะแนนก็ตาม แต่เมื่อจำเลยมีอำนาจออกคำสั่งเกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานเทศบาลหรือการอื่นใดที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของเทศบาลทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 มาตรา 23 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 15 การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานเทศบาลซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของจำเลย เมื่อจำเลยเรียกเงินและรับเงินจำนวน 330,000 บาท จากนางปราณี เพื่อช่วยเหลือให้นายนพรัตน์ บุตรนางปราณีเข้าทำงานเป็นพนักงานเทศบาลตำบลหนองปล่อง จำเลยจึงเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ออกคำสั่งเกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานเทศบาลตำบลหนองปล่องเรียกและรับทรัพย์สินสำหรับตนเองโดยมิชอบแล้วกระทำการในตำแหน่งเพื่อช่วยเหลือนายนพรัตน์ให้เข้าทำงานเป็นพนักงานเทศบาลตำบลหนองปล่องอันเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ครบองค์ประกอบของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 แล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2687/2557
primary_red_case_no
อ1253/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000248.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2996/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558