คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9535/2558 ฉบับเต็ม

#588129
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9535/2558 บริษัทเงินทุนสินเอเซีย จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา พระราม 2 จำกัด ผู้ร้อง บริษัทบ้านเจริญสุข จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 280, มาตรา 311 ป.พ.พ. มาตรา 569 วรรคสอง ผู้ร้องเป็นผู้ถูกอายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าเช่าที่ดิน ซึ่งผู้ร้องจะต้องส่งมอบเงินค่าเช่าที่ดินให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี ณ เวลา หรือภายในเวลาตามที่กำหนดไว้ในคำสั่ง และเป็นลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องที่มีการอายัด จึงถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียในสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 280, 311 ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้อง เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าเช่าที่ดินของจำเลยที่ 2 มิได้อายัดที่ดินดังกล่าว จึงไม่ต้องห้ามที่จำเลยที่ 2 จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องให้แก่บุคคลภายนอก เมื่อจำเลยที่ 2 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่บุคคลภายนอกแล้ว สิทธิในเงินค่าเช่าที่ดินย่อมโอนไปยังบุคคลภายนอกนับแต่วันที่จดทะเบียนการโอนตาม ป.พ.พ. มาตรา 569 วรรคสอง จำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิรับเงินค่าเช่าอีกต่อไป จึงมีเหตุที่จะต้องเพิกถอนการอายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าเช่าที่ดินดังกล่าว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 36,969,329.07 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม จำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ดำเนินการบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสืออายัดเงินค่าเช่าที่ดินโฉนดเลขที่ 4313, 4314, 5479, 6798, 112468, 112469, 126017 และ 126018 ตำบลแสมดำ (บางบอน) อำเภอบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เฉพาะส่วนของจำเลยที่ 2 จำนวน 3,767.54 ตารางวา ที่จำเลยที่ 2 มีต่อผู้ร้อง ผู้ร้องได้ส่งเงินค่าเช่าให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำสั่งอายัดและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายและจ่ายเงินที่อายัดมาทั้งหมดให้โจทก์ไปรวม 7 ครั้ง แล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องว่า จำเลยที่ 2 ได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในส่วนของตนทั้ง 8 แปลง ให้แก่บุคคลภายนอกไปแล้ว ผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เช่าด้วย สิทธิในการรับเงินค่าเช่าของจำเลยที่ 2 จึงสิ้นสุดลง ขอให้เพิกถอนการอายัดและให้โจทก์คืนเงินค่าเช่าที่รับเกินไปจำนวน 527,456 บาท แก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดเงินค่าเช่าและทำบัญชีแสดงรายการรับ-จ่าย และได้จ่ายเงินให้โจทก์ไปรวม 7 ครั้ง โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่มีเหตุที่โจทก์จะต้องจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้ร้องและไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนการอายัด ผู้ร้องเป็นเพียงผู้เช่าไม่มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย ไม่มีสิทธิยื่นคำร้อง ขอให้ยกคำร้อง เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานข้อเท็จจริงว่า ได้ทำบัญชีแสดงรายการรับ-จ่ายและได้จ่ายเงินที่อายัดมาทั้งหมดให้โจทก์ไปรวม 7 ครั้ง เสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 เงินจำนวน 527,456 บาท ที่ผู้ร้องขอคืนคือ เงินค่าเช่าของเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ให้เพิกถอนการอายัด ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เดิมจำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์และกรรมสิทธิ์รวมในที่ดิน 8 แปลง ตามคำร้อง ผู้ร้องเป็นผู้เช่าที่ดินโดยจดทะเบียนการเช่ามีกำหนด 30 ปี และเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2549 เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าเช่าที่ดิน ต่อมาจำเลยที่ 2 จดทะเบียนโอนที่ดินให้แก่บุคคลภายนอก เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 จำนวน 2 แปลง วันที่ 14 ธันวาคม 2552 จำนวน 1 แปลง และวันที่ 15 ธันวาคม 2552 จำนวน 5 แปลง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องเป็นผู้ถูกอายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าเช่าที่ดิน ซึ่งผู้ร้องจะต้องส่งมอบเงินค่าเช่าที่ดินให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี ณ เวลาหรือภายในเวลาตามที่กำหนดไว้ในคำสั่งและเป็นลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องที่มีการอายัด จึงถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียในสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280, 311 ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้อง ฎีกาโจทก์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการสุดท้ายว่า มีเหตุที่จะเพิกถอนการอายัดเงินค่าเช่าที่ดินหรือไม่ เห็นว่า กรณีตามคำร้อง เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าเช่าที่ดิน มิได้อายัดที่ดิน จึงไม่ต้องห้ามที่จำเลยที่ 2 จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องให้แก่บุคคลภายนอก เมื่อจำเลยที่ 2 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่บุคคลภายนอกแล้ว สิทธิในเงินค่าเช่าที่ดินย่อมโอนไปยังบุคคลภายนอกนับแต่วันที่จดทะเบียนการโอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 วรรคสอง จำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิรับเงินค่าเช่าอีกต่อไป จึงมีเหตุที่จะต้องเพิกถอนการอายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าเช่าที่ดิน ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (รัถยา สัตยาบัน-อนันต์ วงษ์ประภารัตน์-ประสิทธิ์ สนามชวด) ศาลแพ่ง - นางสาวดุษดี พิชยภิญโญ ศาลอุทธรณ์ - นายชวลิต ยงพาณิชย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.764/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ง34/2545 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ง194/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
588129
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางสาวดุษดี พิชยภิญโญ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายชวลิต ยงพาณิชย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081969767"
    }
}
date
2558
deka_no
9535/2558
deka_running_no
9535
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "รัถยา สัตยาบัน",
    "อนันต์ วงษ์ประภารัตน์",
    "ประสิทธิ์ สนามชวด"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 280",
            "ม. 311"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 569 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเงินทุนสินเอเซีย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา พระราม 2 จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทบ้านเจริญสุข จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 36,969,329.07 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม จำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ดำเนินการบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสืออายัดเงินค่าเช่าที่ดินโฉนดเลขที่ 4313, 4314, 5479, 6798, 112468, 112469, 126017 และ 126018 ตำบลแสมดำ (บางบอน) อำเภอบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เฉพาะส่วนของจำเลยที่ 2 จำนวน 3,767.54 ตารางวา ที่จำเลยที่ 2 มีต่อผู้ร้อง ผู้ร้องได้ส่งเงินค่าเช่าให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำสั่งอายัดและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายและจ่ายเงินที่อายัดมาทั้งหมดให้โจทก์ไปรวม 7 ครั้ง แล้ว

ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องว่า จำเลยที่ 2 ได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในส่วนของตนทั้ง 8 แปลง ให้แก่บุคคลภายนอกไปแล้ว ผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เช่าด้วย สิทธิในการรับเงินค่าเช่าของจำเลยที่ 2 จึงสิ้นสุดลง ขอให้เพิกถอนการอายัดและให้โจทก์คืนเงินค่าเช่าที่รับเกินไปจำนวน 527,456 บาท แก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดเงินค่าเช่าและทำบัญชีแสดงรายการรับ-จ่าย และได้จ่ายเงินให้โจทก์ไปรวม 7 ครั้ง โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่มีเหตุที่โจทก์จะต้องจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้ร้องและไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนการอายัด ผู้ร้องเป็นเพียงผู้เช่าไม่มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย ไม่มีสิทธิยื่นคำร้อง ขอให้ยกคำร้อง

เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานข้อเท็จจริงว่า ได้ทำบัญชีแสดงรายการรับ-จ่ายและได้จ่ายเงินที่อายัดมาทั้งหมดให้โจทก์ไปรวม 7 ครั้ง เสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 เงินจำนวน 527,456 บาท ที่ผู้ร้องขอคืนคือ เงินค่าเช่าของเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ 2553

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ให้เพิกถอนการอายัด ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เดิมจำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์และกรรมสิทธิ์รวมในที่ดิน 8 แปลง ตามคำร้อง ผู้ร้องเป็นผู้เช่าที่ดินโดยจดทะเบียนการเช่ามีกำหนด 30 ปี และเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2549 เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าเช่าที่ดิน ต่อมาจำเลยที่ 2 จดทะเบียนโอนที่ดินให้แก่บุคคลภายนอก เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 จำนวน 2 แปลง วันที่ 14 ธันวาคม 2552 จำนวน 1 แปลง และวันที่ 15 ธันวาคม 2552 จำนวน 5 แปลง

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องเป็นผู้ถูกอายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าเช่าที่ดิน ซึ่งผู้ร้องจะต้องส่งมอบเงินค่าเช่าที่ดินให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี ณ เวลาหรือภายในเวลาตามที่กำหนดไว้ในคำสั่งและเป็นลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องที่มีการอายัด จึงถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียในสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280, 311 ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้อง ฎีกาโจทก์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการสุดท้ายว่า มีเหตุที่จะเพิกถอนการอายัดเงินค่าเช่าที่ดินหรือไม่ เห็นว่า กรณีตามคำร้อง เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าเช่าที่ดิน มิได้อายัดที่ดิน จึงไม่ต้องห้ามที่จำเลยที่ 2 จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องให้แก่บุคคลภายนอก เมื่อจำเลยที่ 2 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่บุคคลภายนอกแล้ว สิทธิในเงินค่าเช่าที่ดินย่อมโอนไปยังบุคคลภายนอกนับแต่วันที่จดทะเบียนการโอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 วรรคสอง จำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิรับเงินค่าเช่าอีกต่อไป จึงมีเหตุที่จะต้องเพิกถอนการอายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าเช่าที่ดิน ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ง34/2545
primary_red_case_no
ง194/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000269.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.764/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558