คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6068/2557 ฉบับเต็ม

#588131
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6068/2557 พลตรีทวี สังขโอภาส โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.สิรินาฎ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1012, มาตรา 1078, มาตรา 1084 พฤติการณ์ที่โจทก์ จำเลยที่ 2 และ พ. ร่วมกันยื่นคำร้องขอจดทะเบียนตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ถือว่าบุคคลดังกล่าวยอมผูกพันกันตามกฎหมายเพื่อทำกิจการร่วมกันด้วยจะประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำในฐานะผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัดตาม ป.พ.พ. มาตรา 1012 แล้ว ต่างจากที่บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนโดยไม่จดทะเบียนซึ่งต้องพิจารณาด้วยว่าการตกลงนั้นมีลักษณะเป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนหรือไม่ การแบ่งเงินปันผลกำไรให้ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดต้องเป็นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1084 ส่วนจะมีการแบ่งกันเมื่อใด อย่างไร ย่อมเป็นไปตามสัญญาห้างหุ้นส่วน หากสัญญาห้างหุ้นส่วนไม่กำหนดไว้ก็ย่อมเป็นไปตามที่หุ้นส่วนผู้จัดการผู้มีอำนาจเห็นสมควร และถ้าหากผู้เป็นหุ้นส่วนตกลงกันไม่ได้ในเรื่องการจ่ายเงินปันผลและมีเหตุให้เลิกห้างหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วนนั้นอาจร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งเลิกห้างหุ้นส่วนและชำระบัญชีต่อไป เงินส่วนกำไรของห้างหุ้นส่วนจะยังไม่เป็นเงินปันผลจนกว่าจะมีการตกลงให้จ่ายเงินกำไรนั้นเป็นเงินปันผล ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 421,747.87 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 411,461.87 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 จดทะเบียนโดยมีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ลงหุ้นด้วยเงิน 300,000 บาท โจทก์และนายพงษ์ศักดิ์ เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด ลงหุ้นด้วยเงินคนละ 100,000 บาท ตามหนังสือรับรองและรายการจดทะเบียนจัดตั้ง โจทก์ไม่ได้เป็นผู้ชำระเงินค่าหุ้นดังกล่าวเอง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า การเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือไม่นั้น ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าต้องมีการตกลงเข้ากันเพื่อทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้นและต้องจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดต่อนายทะเบียน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1078 ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า โจทก์ จำเลยที่ 2 และนายพงษ์ศักดิ์ มีเจตนาร่วมกันจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ตามรายการจดทะเบียนจัดตั้ง ดังนี้ เมื่อเป็นความสมัครใจของโจทก์ จำเลยที่ 2 และนายพงศักดิ์ที่ร่วมกันยื่นคำร้องขอจดทะเบียนตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 พฤติการณ์แห่งคดีถือได้ว่า โจทก์ จำเลยที่ 2 และนายพงษ์ศักดิ์ยอมผูกพันกันตามกฎหมาย เพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำในฐานะผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012 แล้ว ซึ่งต่างจากกรณีที่บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนโดยไม่ได้จดทะเบียนซึ่งต้องพิจารณาว่าการตกลงนั้นมีลักษณะเป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนตามบทบัญญัติดังกล่าวหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ต่อไปว่า จำเลยทั้งสองต้องแบ่งเงินปันผลให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า การแบ่งเงินปันผลแก่ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1084 ส่วนจะมีการแบ่งเงินปันผลกันเมื่อใด อย่างใด ย่อมเป็นไปตามสัญญาหุ้นส่วน หากสัญญาหุ้นส่วนไม่กำหนดไว้ย่อมเป็นไปตามที่หุ้นส่วนผู้จัดการซึ่งเป็นผู้มีอำนาจจัดการงานของห้างเห็นสมควร ที่โจทก์ฎีกาขอให้แบ่งเงินปันผล 311,461.87 บาท แก่โจทก์นั้น โจทก์อ้างว่าเป็นเงินกำไรของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ซึ่งแบ่งตามส่วนแล้วโจทก์จะได้เงินเท่ากับจำนวนดังกล่าว เห็นว่า เงินกำไรของห้างหุ้นส่วนจะยังไม่เป็นเงินปันผลจนกว่าจะมีการตกลงให้จ่ายเงินกำไรนั้นเป็นเงินปันผลแก่ผู้เป็นหุ้นส่วน ซึ่งการจะให้จ่ายเงินปันผลจากกำไรของห้างหุ้นส่วนในอัตราเท่าใด เมื่อใด ย่อมเป็นไปตามสัญญาหุ้นส่วน หากไม่ได้ตกลงกันไว้ก็ต้องเป็นไปตามที่หุ้นส่วนผู้จัดการซึ่งมีสิทธิจัดการงานของห้างเห็นสมควร โจทก์ซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดจึงไม่อาจขอให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดจ่ายเงินปันผลจากกำไรของห้าง หากผู้เป็นหุ้นส่วนตกลงกันไม่ได้ในเรื่องการจ่ายเงินปันผลและมีเหตุขอให้เลิกห้างหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วนนั้นอาจร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งเลิกห้างหุ้นส่วนและชำระบัญชีต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สุทธินันท์ เสียมสกุล-วีระวัฒน์ ปวราจารย์-ปิยกุล บุญเพิ่ม) ศาลจังหวัดพระโขนง - นายอนันต์ ลิขิตธนสมบัติ ศาลอุทธรณ์ - นายจักรกฤษณ์ เจนเจษฎา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก พาณิชย์และเศรษฐกิจ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.29/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ7029/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ9397/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
588131
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพระโขนง",
        "judge": "นายอนันต์ ลิขิตธนสมบัติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายจักรกฤษณ์ เจนเจษฎา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081977589"
    }
}
date
2557
deka_no
6068/2557
deka_running_no
6068
deka_year
2557
department
พาณิชย์และเศรษฐกิจ
judges
[
    "สุทธินันท์ เสียมสกุล",
    "วีระวัฒน์ ปวราจารย์",
    "ปิยกุล บุญเพิ่ม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1012",
            "ม. 1078",
            "ม. 1084"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พลตรีทวี สังขโอภาส"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.สิรินาฎ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 421,747.87 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 411,461.87 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 จดทะเบียนโดยมีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ลงหุ้นด้วยเงิน 300,000 บาท โจทก์และนายพงษ์ศักดิ์ เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด ลงหุ้นด้วยเงินคนละ 100,000 บาท ตามหนังสือรับรองและรายการจดทะเบียนจัดตั้ง โจทก์ไม่ได้เป็นผู้ชำระเงินค่าหุ้นดังกล่าวเอง

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า การเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือไม่นั้น ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าต้องมีการตกลงเข้ากันเพื่อทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้นและต้องจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดต่อนายทะเบียน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1078 ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า โจทก์ จำเลยที่ 2 และนายพงษ์ศักดิ์ มีเจตนาร่วมกันจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ตามรายการจดทะเบียนจัดตั้ง ดังนี้ เมื่อเป็นความสมัครใจของโจทก์ จำเลยที่ 2 และนายพงศักดิ์ที่ร่วมกันยื่นคำร้องขอจดทะเบียนตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 พฤติการณ์แห่งคดีถือได้ว่า โจทก์ จำเลยที่ 2 และนายพงษ์ศักดิ์ยอมผูกพันกันตามกฎหมาย เพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำในฐานะผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012 แล้ว ซึ่งต่างจากกรณีที่บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนโดยไม่ได้จดทะเบียนซึ่งต้องพิจารณาว่าการตกลงนั้นมีลักษณะเป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนตามบทบัญญัติดังกล่าวหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ต่อไปว่า จำเลยทั้งสองต้องแบ่งเงินปันผลให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า การแบ่งเงินปันผลแก่ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1084 ส่วนจะมีการแบ่งเงินปันผลกันเมื่อใด อย่างใด ย่อมเป็นไปตามสัญญาหุ้นส่วน หากสัญญาหุ้นส่วนไม่กำหนดไว้ย่อมเป็นไปตามที่หุ้นส่วนผู้จัดการซึ่งเป็นผู้มีอำนาจจัดการงานของห้างเห็นสมควร ที่โจทก์ฎีกาขอให้แบ่งเงินปันผล 311,461.87 บาท แก่โจทก์นั้น โจทก์อ้างว่าเป็นเงินกำไรของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ซึ่งแบ่งตามส่วนแล้วโจทก์จะได้เงินเท่ากับจำนวนดังกล่าว เห็นว่า เงินกำไรของห้างหุ้นส่วนจะยังไม่เป็นเงินปันผลจนกว่าจะมีการตกลงให้จ่ายเงินกำไรนั้นเป็นเงินปันผลแก่ผู้เป็นหุ้นส่วน ซึ่งการจะให้จ่ายเงินปันผลจากกำไรของห้างหุ้นส่วนในอัตราเท่าใด เมื่อใด ย่อมเป็นไปตามสัญญาหุ้นส่วน หากไม่ได้ตกลงกันไว้ก็ต้องเป็นไปตามที่หุ้นส่วนผู้จัดการซึ่งมีสิทธิจัดการงานของห้างเห็นสมควร โจทก์ซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดจึงไม่อาจขอให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดจ่ายเงินปันผลจากกำไรของห้าง หากผู้เป็นหุ้นส่วนตกลงกันไม่ได้ในเรื่องการจ่ายเงินปันผลและมีเหตุขอให้เลิกห้างหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วนนั้นอาจร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งเลิกห้างหุ้นส่วนและชำระบัญชีต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ7029/2550
primary_red_case_no
พ9397/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000337.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พณ.29/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557