คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7201/2558 ฉบับเต็ม

#588596
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7201/2558 นางมัลลิกา วิมุกตะลพ โจทก์ บริษัทเดอะคราฟท์ จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 27 ป.พ.พ. มาตรา 1273/3 โจทก์ฟ้องก่อนที่จำเลยที่ 1 จะถูกนายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียน จำเลยที่ 1 จึงมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 แต่งตั้งทนายความต่อสู้คดี แม้ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ถูกนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางมีคำสั่งขีดชื่อจำเลยที่ 1 อันมีผลให้จำเลยที่ 1 สิ้นสภาพนิติบุคคลนับแต่นั้นก็ตาม แต่ ป.พ.พ. มาตรา 1273/3 บัญญัติไว้ว่า แต่ความรับผิดของหุ้นส่วนผู้จัดการผู้เป็นหุ้นส่วน กรรมการ ผู้จัดการ และผู้ถือหุ้นมีอยู่เท่าไรก็คงมีอยู่อย่างนั้น และพึงเรียกบังคับได้เสมือนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น ยังมิได้สิ้นสภาพนิติบุคคล ฉะนั้นจำเลยที่ 1 ยังคงต้องรับผิดชอบในคดีดังกล่าวต่อไป ทนายความของจำเลยที่ 1 ย่อมมีอำนาจดำเนินคดีตามที่ได้รับแต่งตั้งต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ฉะนั้น การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 หลังจากถูกนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางมีคำสั่งขีดชื่อออกจากทะเบียนจึงมิใช่กระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบอันจะต้องเพิกถอนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2555 ต่อมาวันที่ 16 พฤศจิกายน 2555 โจทก์ยื่นคำร้องว่า หลังจากโจทก์ยื่นฟ้องแล้ว เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางมีคำสั่งขีดชื่อจำเลยที่ 1 ออกจากทะเบียน ตามมาตรา 1273/3 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำเลยที่ 1 จึงสิ้นสภาพนิติบุคคล การดำเนินกระบวนพิจารณาของทนายความจำเลยที่ 1 และศาลชั้นต้นนับแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2555 ตลอดจนการพิพากษา จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นนับแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2555 และคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2554 ขณะจำเลยที่ 1 ยังเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย และจำเลยที่ 1 ได้แต่งตั้งนายนพดล เป็นทนายความต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2555 โดยปรากฏในภายหลังว่าระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ถูกนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางมีคำสั่งขีดชื่อจำเลยที่ 1 ออกจากทะเบียนเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 ตามมาตรา 1273/3 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ถูกนายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียนในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย และโจทก์ฟ้องก่อนที่จำเลยที่ 1 จะถูกนายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียน จำเลยที่ 1 จึงมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย แม้ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ถูกนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางมีคำสั่งขีดชื่อจำเลยที่ 1 อันมีผลให้จำเลยที่ 1 สิ้นสภาพนิติบุคคลนับแต่นั้นก็ตาม แต่บทบัญญัติมาตรา 1273/3 ได้บัญญัติไว้ว่า แต่ความรับผิดของหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้เป็นหุ้นส่วน กรรมการ ผู้จัดการ และผู้ถือหุ้นมีอยู่เท่าไรก็ให้คงมีอยู่อย่างนั้นและพึงเรียกบังคับได้เสมือนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นยังมิได้สิ้นสภาพนิติบุคคล ฉะนั้น จำเลยที่ 1 ยังคงต้องรับผิดชอบในคดีดังกล่าวต่อไป ทนายความของจำเลยที่ 1 ย่อมมีอำนาจดำเนินคดีตามที่ได้รับแต่งตั้งต่อไปได้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ฉะนั้น การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 หลังจากถูกนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางมีคำสั่งขีดชื่อออกจากทะเบียนจึงมิใช่กระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบอันจะต้องเพิกถอนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย-สมศรี หรูจิตตวิวัฒน์-ธีระ เบญจรัศมีโรจน์) ศาลแพ่ง - นางอัฐมา ยงพาณิชย์ ศาลอุทธรณ์ - นางวาสนา อัจฉรานุวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.758/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1478/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ3190/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
588596
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางอัฐมา ยงพาณิชย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางวาสนา อัจฉรานุวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081970581"
    }
}
date
2558
deka_no
7201/2558
deka_running_no
7201
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย",
    "สมศรี หรูจิตตวิวัฒน์",
    "ธีระ เบญจรัศมีโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 27"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1273/3"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางมัลลิกา วิมุกตะลพ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเดอะคราฟท์ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2555 ต่อมาวันที่ 16 พฤศจิกายน 2555 โจทก์ยื่นคำร้องว่า หลังจากโจทก์ยื่นฟ้องแล้ว เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางมีคำสั่งขีดชื่อจำเลยที่ 1 ออกจากทะเบียน ตามมาตรา 1273/3 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำเลยที่ 1 จึงสิ้นสภาพนิติบุคคล การดำเนินกระบวนพิจารณาของทนายความจำเลยที่ 1 และศาลชั้นต้นนับแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2555 ตลอดจนการพิพากษา จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นนับแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2555 และคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2554 ขณะจำเลยที่ 1 ยังเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย และจำเลยที่ 1 ได้แต่งตั้งนายนพดล เป็นทนายความต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2555 โดยปรากฏในภายหลังว่าระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ถูกนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางมีคำสั่งขีดชื่อจำเลยที่ 1 ออกจากทะเบียนเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 ตามมาตรา 1273/3 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ถูกนายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียนในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย และโจทก์ฟ้องก่อนที่จำเลยที่ 1 จะถูกนายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียน จำเลยที่ 1 จึงมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย แม้ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ถูกนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางมีคำสั่งขีดชื่อจำเลยที่ 1 อันมีผลให้จำเลยที่ 1 สิ้นสภาพนิติบุคคลนับแต่นั้นก็ตาม แต่บทบัญญัติมาตรา 1273/3 ได้บัญญัติไว้ว่า แต่ความรับผิดของหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้เป็นหุ้นส่วน กรรมการ ผู้จัดการ และผู้ถือหุ้นมีอยู่เท่าไรก็ให้คงมีอยู่อย่างนั้นและพึงเรียกบังคับได้เสมือนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นยังมิได้สิ้นสภาพนิติบุคคล ฉะนั้น จำเลยที่ 1 ยังคงต้องรับผิดชอบในคดีดังกล่าวต่อไป ทนายความของจำเลยที่ 1 ย่อมมีอำนาจดำเนินคดีตามที่ได้รับแต่งตั้งต่อไปได้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ฉะนั้น การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 หลังจากถูกนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางมีคำสั่งขีดชื่อออกจากทะเบียนจึงมิใช่กระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบอันจะต้องเพิกถอนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1478/2554
primary_red_case_no
พ3190/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000276.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.758/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558