คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4786/2558 ฉบับเต็ม

#588597
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4786/2558 บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด โจทก์ นายวิสุทธิ์ จันทะ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 425 ความหมายของคำว่า "ในทางการที่จ้าง" มิได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะในเวลาทำงานของนายจ้างหรือระหว่างเวลาที่ต่อเนื่องคาบเกี่ยวใกล้ชิดกันกับการปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างดังที่จำเลยที่ 3 กล่าวอ้างมาเท่านั้น หากแต่เมื่อลูกจ้างที่มีหน้าที่ขับรถและได้กระทำไปในทางการที่จ้างแล้ว หลังจากนั้นแม้ลูกจ้างจะได้ขับรถไปทำธุรกิจส่วนตัวหรือประการใดก็ตาม ตราบใดที่ลูกจ้างยังมิได้นำรถกลับคืนสู่ความครอบครองของนายจ้าง ก็ยังคงถือว่าอยู่ในระหว่างทางการที่จ้างหรือต่อเนื่องกับทางการที่จ้างซึ่งนายจ้างยังคงต้องรับผิดในการกระทำละเมิดของลูกจ้าง ดังนั้น แม้ขณะเกิดเหตุคดีนี้จะเป็นเวลา 2 นาฬิกา นอกเวลาทำงานปกติและ ว. ขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุออกไปเที่ยว ก็ถือได้ว่า ว. ขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 ซึ่งจำเลยที่ 3 เป็นนายจ้างจึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความเสียหายที่เกิดจากการกระทำละเมิดของ ว. นั้นด้วย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 551,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 389,036.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 4 พฤษภาคม 2555) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ทั้งนี้ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 รับผิดไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกของนายวิศวะ ที่ตกทอดแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 3 ว่า นายวิศวะขับรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด หมายเลขทะเบียน บต 9370 ปทุมธานี คันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 อันทำให้จำเลยที่ 3 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาหรือไม่ ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า จำเลยที่ 3 มอบรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุดังกล่าวให้นายวิศวะ ใช้ในขณะไปทำการควบคุมงานที่บริษัทไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) สาขาหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำสั่งของจำเลยที่ 3 แต่นายวิศวะก็จะต้องนำรถยนต์กระบะดังกล่าวไปใช้ปฏิบัติงานเพื่อให้เป็นไปตามที่จำเลยที่ 3 มอบหมายหรือใช้ในระหว่างเวลาที่ต่อเนื่องคาบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 ตามพฤติการณ์ที่ควรจะเป็น เนื่องจากขณะเกิดเหตุพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้นายวิศวะส่งมอบรถยนต์กระบะดังกล่าวและกุญแจรถคืนแก่จำเลยที่ 3 ภายหลังเวลาเลิกงานได้ การที่นายวิศวะนำรถยนต์กระบะคันดังกล่าวไปใช้เที่ยวเตร่สถานบันเทิงและเชิงชู้สาวภายหลังจากเลิกงานแล้วนานถึง 9 ชั่วโมง จึงเป็นการกระทำในเรื่องส่วนตัวของนายวิศวะโดยแท้ไม่เกี่ยวกับการทำงานตามที่จำเลยที่ 3 ว่าจ้าง จำเลยที่ 3 ไม่จำต้องร่วมรับผิดด้วยแต่อย่างใดนั้น เห็นว่า ตามทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าขณะจำเลยที่ 3 มอบรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุของจำเลยที่ 3 ดังกล่าวให้นายวิศวะนำไปใช้ขณะไปทำการควบคุมงานที่จังหวัดสงขลาตามคำสั่งของจำเลยที่ 3 ได้มีการกำหนดให้นายวิศวะนำรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุไปเก็บรักษาไว้ ณ สถานที่ใด อย่างไร หรือมีการมอบหมายให้บุคคลใดเป็นผู้ทำหน้าที่ดูแลเก็บรักษารถยนต์กระบะคันเกิดเหตุ ภายหลังเวลาเลิกงานแล้ว แต่อย่างใด ทั้งตามคำเบิกความของนายทวี ผู้จัดการแผนกของบริษัทไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) พยานจำเลยที่ 3 ที่ตอบคำถามค้านทนายโจทก์ว่า ตลอดระยะเวลาตามสัญญาจ้าง พยานเห็นนายวิศวะใช้รถยนต์กระบะคันหมายเลขทะเบียน บต 9370 ปทุมธานี ในการรับส่งพนักงานและขนส่งสินค้าด้วย ตามคำเบิกความของนายทวีดังกล่าว นายวิศวะซึ่งเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำงานที่จังหวัดสงขลาตามคำสั่งจำเลยที่ 3 ย่อมมีสิทธิปฏิบัติงานนอกเวลาในเวลากลางคืนได้ และตามพฤติการณ์ระหว่างจำเลยที่ 3 กับนายวิศวะดังกล่าวเท่ากับจำเลยที่ 3 มอบรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุให้นายวิศวะเป็นผู้ครอบครองใช้และเก็บรักษารถภายหลังเลิกงานโดยสามารถนำรถออกปฏิบัติงานได้ตลอดเวลาของการทำงานที่จังหวัดสงขลา อันถือได้ว่า จำเลยที่ 3 ยินยอมให้นายวิศวะนำรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุออกไปใช้งานได้ตลอดเวลาแม้ในเวลากลางคืนนอกเวลาทำงานตามปกติข้อที่จำเลยที่ 3 ยกขึ้นกล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 3 มอบหมายให้นายวิศวะไปทำการควบคุมงานที่จังหวัดสงขลาซึ่งอยู่คนละจังหวัดกับสถานประกอบกิจการค้าของจำเลยที่ 3 ทำให้ไม่เปิดช่องที่จะให้นายวิศวะส่งมอบรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุและกุญแจรถคืนแก่จำเลยที่ 3 ภายหลังเวลาเลิกงานได้ ก็หาใช่เหตุจะอ้างเอาเป็นข้อปัดความรับผิดได้ไม่ เพราะเป็นเรื่องภายในระหว่างพนักงานของจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 3 ที่สามารถกำหนดมาตรการในการควบคุมดูแลการใช้รถนอกเขตสถานประกอบกิจการของจำเลยที่ 3 ได้ ที่สำคัญความหมายของคำว่า "ในทางการที่จ้าง" มิได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะในเวลาทำงานของนายจ้างหรือระหว่างเวลาที่ต่อเนื่องคาบเกี่ยวใกล้ชิดกันกับการปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างดังที่จำเลยที่ 3 กล่าวอ้างมาเท่านั้น หากแต่เมื่อลูกจ้างที่มีหน้าที่ขับรถและได้กระทำไปในทางการที่จ้างแล้วหลังจากนั้นแม้ลูกจ้างจะได้ขับรถไปทำธุรกิจส่วนตัวหรือประการใดก็ตาม ตราบใดที่ลูกจ้างยังมิได้นำรถกลับคืนสู่ความครอบครองของนายจ้าง ก็ยังคงถือว่าอยู่ในระหว่างทางการที่จ้างหรือต่อเนื่องกับทางการที่จ้างซึ่งนายจ้างยังคงต้องรับผิดในการกระทำละเมิดของลูกจ้างดังนั้น แม้ขณะเกิดเหตุคดีนี้จะเป็นเวลา 2 นาฬิกา นอกเวลาทำงานปกติและนายวิศวะขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุออกไปเที่ยว ก็ถือได้ว่านายวิศวะขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 ซึ่งจำเลยที่ 3 ผู้เป็นนายจ้างจึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความเสียหายที่เกิดจากการกระทำละเมิดของนายวิศวะนั้นด้วยที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีการะหว่างโจทก์และจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ (อรรณพ จุฬาพิมพ์พันธุ์-ประพาฬ อนมาน-ณฤทธิ์ บุญปริอาทร) ศาลจังหวัดสงขลา - นางบกวรรณ ธีระมงคลกุล ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นางนพวรรณ ทองวิทูโกมาลย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.862/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ593/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1194/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
588597
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสงขลา",
        "judge": "นางบกวรรณ ธีระมงคลกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นางนพวรรณ ทองวิทูโกมาลย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081971847"
    }
}
date
2558
deka_no
4786/2558
deka_running_no
4786
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "อรรณพ จุฬาพิมพ์พันธุ์",
    "ประพาฬ อนมาน",
    "ณฤทธิ์ บุญปริอาทร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 425"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิสุทธิ์ จันทะ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 551,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 389,036.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 4 พฤษภาคม 2555) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ทั้งนี้ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 รับผิดไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกของนายวิศวะ ที่ตกทอดแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 3 ว่า นายวิศวะขับรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด หมายเลขทะเบียน บต 9370 ปทุมธานี คันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 อันทำให้จำเลยที่ 3 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาหรือไม่ ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า จำเลยที่ 3 มอบรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุดังกล่าวให้นายวิศวะ ใช้ในขณะไปทำการควบคุมงานที่บริษัทไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) สาขาหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำสั่งของจำเลยที่ 3 แต่นายวิศวะก็จะต้องนำรถยนต์กระบะดังกล่าวไปใช้ปฏิบัติงานเพื่อให้เป็นไปตามที่จำเลยที่ 3 มอบหมายหรือใช้ในระหว่างเวลาที่ต่อเนื่องคาบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 ตามพฤติการณ์ที่ควรจะเป็น เนื่องจากขณะเกิดเหตุพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้นายวิศวะส่งมอบรถยนต์กระบะดังกล่าวและกุญแจรถคืนแก่จำเลยที่ 3 ภายหลังเวลาเลิกงานได้ การที่นายวิศวะนำรถยนต์กระบะคันดังกล่าวไปใช้เที่ยวเตร่สถานบันเทิงและเชิงชู้สาวภายหลังจากเลิกงานแล้วนานถึง 9 ชั่วโมง จึงเป็นการกระทำในเรื่องส่วนตัวของนายวิศวะโดยแท้ไม่เกี่ยวกับการทำงานตามที่จำเลยที่ 3 ว่าจ้าง จำเลยที่ 3 ไม่จำต้องร่วมรับผิดด้วยแต่อย่างใดนั้น เห็นว่า ตามทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าขณะจำเลยที่ 3 มอบรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุของจำเลยที่ 3 ดังกล่าวให้นายวิศวะนำไปใช้ขณะไปทำการควบคุมงานที่จังหวัดสงขลาตามคำสั่งของจำเลยที่ 3 ได้มีการกำหนดให้นายวิศวะนำรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุไปเก็บรักษาไว้ ณ สถานที่ใด อย่างไร หรือมีการมอบหมายให้บุคคลใดเป็นผู้ทำหน้าที่ดูแลเก็บรักษารถยนต์กระบะคันเกิดเหตุ ภายหลังเวลาเลิกงานแล้ว แต่อย่างใด ทั้งตามคำเบิกความของนายทวี ผู้จัดการแผนกของบริษัทไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) พยานจำเลยที่ 3 ที่ตอบคำถามค้านทนายโจทก์ว่า ตลอดระยะเวลาตามสัญญาจ้าง พยานเห็นนายวิศวะใช้รถยนต์กระบะคันหมายเลขทะเบียน บต 9370 ปทุมธานี ในการรับส่งพนักงานและขนส่งสินค้าด้วย ตามคำเบิกความของนายทวีดังกล่าว นายวิศวะซึ่งเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำงานที่จังหวัดสงขลาตามคำสั่งจำเลยที่ 3 ย่อมมีสิทธิปฏิบัติงานนอกเวลาในเวลากลางคืนได้ และตามพฤติการณ์ระหว่างจำเลยที่ 3 กับนายวิศวะดังกล่าวเท่ากับจำเลยที่ 3 มอบรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุให้นายวิศวะเป็นผู้ครอบครองใช้และเก็บรักษารถภายหลังเลิกงานโดยสามารถนำรถออกปฏิบัติงานได้ตลอดเวลาของการทำงานที่จังหวัดสงขลา อันถือได้ว่า จำเลยที่ 3 ยินยอมให้นายวิศวะนำรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุออกไปใช้งานได้ตลอดเวลาแม้ในเวลากลางคืนนอกเวลาทำงานตามปกติข้อที่จำเลยที่ 3 ยกขึ้นกล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 3 มอบหมายให้นายวิศวะไปทำการควบคุมงานที่จังหวัดสงขลาซึ่งอยู่คนละจังหวัดกับสถานประกอบกิจการค้าของจำเลยที่ 3 ทำให้ไม่เปิดช่องที่จะให้นายวิศวะส่งมอบรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุและกุญแจรถคืนแก่จำเลยที่ 3 ภายหลังเวลาเลิกงานได้ ก็หาใช่เหตุจะอ้างเอาเป็นข้อปัดความรับผิดได้ไม่ เพราะเป็นเรื่องภายในระหว่างพนักงานของจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 3 ที่สามารถกำหนดมาตรการในการควบคุมดูแลการใช้รถนอกเขตสถานประกอบกิจการของจำเลยที่ 3 ได้ ที่สำคัญความหมายของคำว่า "ในทางการที่จ้าง" มิได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะในเวลาทำงานของนายจ้างหรือระหว่างเวลาที่ต่อเนื่องคาบเกี่ยวใกล้ชิดกันกับการปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างดังที่จำเลยที่ 3 กล่าวอ้างมาเท่านั้น หากแต่เมื่อลูกจ้างที่มีหน้าที่ขับรถและได้กระทำไปในทางการที่จ้างแล้วหลังจากนั้นแม้ลูกจ้างจะได้ขับรถไปทำธุรกิจส่วนตัวหรือประการใดก็ตาม ตราบใดที่ลูกจ้างยังมิได้นำรถกลับคืนสู่ความครอบครองของนายจ้าง ก็ยังคงถือว่าอยู่ในระหว่างทางการที่จ้างหรือต่อเนื่องกับทางการที่จ้างซึ่งนายจ้างยังคงต้องรับผิดในการกระทำละเมิดของลูกจ้างดังนั้น แม้ขณะเกิดเหตุคดีนี้จะเป็นเวลา 2 นาฬิกา นอกเวลาทำงานปกติและนายวิศวะขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุออกไปเที่ยว ก็ถือได้ว่านายวิศวะขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 ซึ่งจำเลยที่ 3 ผู้เป็นนายจ้างจึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความเสียหายที่เกิดจากการกระทำละเมิดของนายวิศวะนั้นด้วยที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีการะหว่างโจทก์และจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ593/2555
primary_red_case_no
พ1194/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000287.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.862/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558