คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10614/2558 ฉบับเต็ม

#588600
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10614/2558 บริษัทไทย รีไซเคิล คาร์ททริดจ์ จำกัด โจทก์ นางกรวรรณ เศรษฐบุตร จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง โจทก์อุทธรณ์ขอให้กำหนดค่าเสียหายมากกว่าคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง แม้จะอ้างแยกประเภทของค่าเสียหายมาในอุทธรณ์ด้วยก็ตาม แต่โดยสรุปแล้วก็เป็นการอุทธรณ์ในเรื่องค่าเสียหายที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงาน และศาลแรงงานกลางกำหนดให้แล้ว เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายของศาลแรงงานกลางอันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน 570,082.63 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 8,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2551 จนถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2551 จำเลยได้ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรโจทก์จึงมีหนังสือเลิกจ้างและไล่ออกตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2551 การกระทำของจำเลยเป็นการไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงาน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและเรียกค่าเสียหายรวมทั้งสิ้น 570,082.63 บาท และเมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ไปทำงานแสดงว่าจำเลยไม่ประสงค์จะทำงานกับโจทก์อีกต่อไปถือว่าจำเลยเลิกสัญญาจ้างแรงงานต่อโจทก์โดยปริยาย ซึ่งการกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสอง และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 อันเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยได้และพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 8,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้กำหนดค่าเสียหายมากกว่าคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง แม้จะอ้างแยกประเภทของค่าเสียหายมาในอุทธรณ์ด้วยก็ตาม แต่โดยสรุปแล้วก็เป็นการอุทธรณ์ในเรื่องค่าเสียหายที่โจทก์กล่าวอ้างว่า จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงาน และศาลแรงงานกลางกำหนดให้แล้วนั่นเอง จึงเป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายของศาลแรงงานกลางอันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ (ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน-นิยุต สุภัทรพาหิรผล-สมจิตร์ ทองศรี) ศาลแรงงานกลาง - นายวิชัย วิสิทธวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.1113/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ5860/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ4141/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
588600
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายวิชัย วิสิทธวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081968985"
    }
}
date
2558
deka_no
10614/2558
deka_running_no
10614
deka_year
2558
department
แรงงาน
judges
[
    "ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "สมจิตร์ ทองศรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 54 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทไทย รีไซเคิล คาร์ททริดจ์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางกรวรรณ เศรษฐบุตร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน 570,082.63 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 8,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2551 จนถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2551 จำเลยได้ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรโจทก์จึงมีหนังสือเลิกจ้างและไล่ออกตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2551 การกระทำของจำเลยเป็นการไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงาน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและเรียกค่าเสียหายรวมทั้งสิ้น 570,082.63 บาท และเมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ไปทำงานแสดงว่าจำเลยไม่ประสงค์จะทำงานกับโจทก์อีกต่อไปถือว่าจำเลยเลิกสัญญาจ้างแรงงานต่อโจทก์โดยปริยาย ซึ่งการกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสอง และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 อันเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยได้และพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 8,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้กำหนดค่าเสียหายมากกว่าคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง แม้จะอ้างแยกประเภทของค่าเสียหายมาในอุทธรณ์ด้วยก็ตาม แต่โดยสรุปแล้วก็เป็นการอุทธรณ์ในเรื่องค่าเสียหายที่โจทก์กล่าวอ้างว่า จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงาน และศาลแรงงานกลางกำหนดให้แล้วนั่นเอง จึงเป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายของศาลแรงงานกลางอันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
พ5860/2551
primary_red_case_no
พ4141/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000262.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.1113/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558