คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8664/2558 ฉบับเต็ม

#589775
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8664/2558 บริษัท เอ็นไวรันเม็นทอล เท็คโทนิคส์ คอร์โปเรชั่น จำกัด ผู้ร้อง กองทัพอากาศ ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 (1) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 3 ปัญหาที่เกี่ยวกับภาษาที่ใช้ในการทำคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการไม่ใช่ปัญหาที่จะทำให้การยอมรับหรือบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ว่าอนุญาโตตุลาการทำคำชี้ขาดเป็นภาษาไทยขัดกับสัญญาที่ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่เข้าข้อยกเว้นอันจะไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา 45 (1) แห่ง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัย อนุญาโตตุลาการชุดแรกมีคำชี้ขาดให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบินจนแล้วเสร็จ และให้เวลาแก่ผู้ร้องปฏิบัติและส่งมอบงานตามสัญญาแก่ผู้คัดค้านเป็นระยะเวลา 9 เดือน นับแต่วันทำคำชี้ขาด และให้ผู้ร้องติดตั้งอุปกรณ์สำหรับควบคุมกระแสไฟฟ้าแก่ผู้คัดค้านโดยไม่คิดมูลค่าตามที่ผู้ร้องแสดงความประสงค์ และภายหลังจากที่ผู้ร้องปฏิบัติถูกต้องตามคำชี้ขาดแล้วให้ผู้คัดค้านชำระเงินส่วนที่เหลือตามสัญญาอีกร้อยละ 10 ของมูลค่างานตามสัญญาแก่ผู้ร้อง โดยสิทธิและหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายนอกจากที่ชี้ขาดไว้เป็นอย่างอื่นในคำชี้ขาดให้เป็นไปตามที่ตกลงกันในสัญญา เมื่อผู้ร้องติดตั้งเครื่องฝึกบินแล้วเสร็จให้ผู้คัดค้านคืนเงินค่าประกันการปฏิบัติตามสัญญาจำนวน 228,850 ดอลลาร์สหรัฐ และเงินหลักประกันค่าชำระราคาล่วงหน้าจำนวน 1,144,250 ดอลลาร์สหรัฐ แก่ผู้ร้อง เห็นได้ว่าเป็นการชี้ขาดให้คู่สัญญายังคงมีสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบินต่อไปตามเดิมโดยเพียงแต่กำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติตามสัญญาของผู้ร้องขึ้นใหม่ ต่อมาเมื่อการปฏิบัติตามสัญญาหลังจากที่อนุญาโตตุลาการชุดแรกมีคำชี้ขาดนั้นเกิดปัญหาพิพาทระหว่างกันอีกเกี่ยวกับเรื่องค่าปรับตามสัญญา ซึ่งเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าในการปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการชุดแรกผู้ร้องส่งมอบเครื่องฝึกบินและอุปกรณ์ให้แก่ผู้คัดค้านล่าช้า จึงเกิดปัญหาข้อพิพาทขึ้นใหม่ในเรื่องค่าปรับตามสัญญาซึ่งมิใช่ข้อพิพาทที่อนุญาโตตุลาการชุดแรกได้วินิจฉัยชี้ขาดไว้ แต่เป็นข้อพิพาทที่เกี่ยวด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ร้องและผู้คัดค้านนอกจากที่อนุญาโตตุลาการชุดแรกชี้ขาดไว้เป็นอย่างอื่นในคำชี้ขาด การระงับข้อพิพาทจึงต้องเป็นไปตามที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านตกลงกันในสัญญา ผู้ร้องย่อมมีสิทธิอาศัยสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบินเสนอข้อพิพาทนี้ให้อนุญาโตตุลาการชุดหลังวินิจฉัยชี้ขาดได้ อนุญาโตตุลาการชุดหลังจึงมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทที่เกิดขึ้นใหม่เกี่ยวกับการคืนเงินค่าปรับจำนวน 315,813 ดอลลาร์สหรัฐ ตามสัญญาได้ หาใช่เป็นการที่อนุญาโตตุลาการชุดหลังมีคำชี้ขาดอันมีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหรือขยายระยะเวลาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการชุดแรกไม่ แม้กองทัพอากาศผู้คัดค้านจะเป็นส่วนราชการและมีฐานะเป็นนิติบุคคลซึ่งถือเป็นหน่วยงานทางปกครอง และสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบินระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านจะเป็นสัญญาที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง แต่สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์ของผู้คัดค้านโดยเฉพาะไม่มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทานหรือสัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะหรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค หรือแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ จึงไม่มีลักษณะเป็นสัญญาทางปกครองตามความหมายที่บัญญัติไว้ในมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ผู้คัดค้านชำระเงินจำนวน 315,813 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันทำคำชี้ขาดคิดถึงวันยื่นคำร้องขอนี้อีกจำนวน 71,060 ดอลลาร์สหรัฐ และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันยื่นคำร้องขอนี้จนกว่าจะชำระต้นเงินครบถ้วนให้แก่ผู้ร้อง ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ศาลทำคำสั่งปฏิเสธไม่รับบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามคำร้องขอของผู้ร้องตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 43 และยกคำร้องขอของผู้ร้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ให้ผู้คัดค้านชำระเงินจำนวน 315,813 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันที่ 1 มีนาคม 2549 อันเป็นวันทำคำชี้ขาดจนกว่าจะชำระเงินครบถ้วน แต่ดอกเบี้ยถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 อันเป็นวันยื่นคำร้องขอต้องไม่เกินจำนวน 71,060 ดอลลาร์สหรัฐ ตามที่ผู้ร้องขอ หากผู้คัดค้านจะชำระเป็นเงินบาท ให้คิดตามอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ที่ขายให้แก่ลูกค้าในวันที่ใช้เงินจริง ถ้าไม่มีอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ใช้เงินจริง ให้ถือเอาวันสุดท้ายที่มีอัตราเช่นว่านั้นก่อนวันดังกล่าว ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งให้ทราบถึงอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ (อัตราอ้างอิง) ก็ให้ถืออัตราดังกล่าวเป็นเกณฑ์คำนวณ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านข้อแรกว่า อนุญาโตตุลาการ สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ชุดหลังมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทครั้งหลังโดยให้ผู้คัดค้านคืนเงินจำนวน 315,813 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยแก่ผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า อนุญาโตตุลาการ สภาอนุญาโตตุลาการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ชี้ขาดตามคำชี้ขาด ให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบินจนแล้วเสร็จ และให้เวลาแก่ผู้ร้องปฏิบัติและส่งมอบงานตามสัญญาแก่ผู้คัดค้านเป็นระยะเวลา 9 เดือน นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2539 อันเป็นวันทำคำชี้ขาด และให้ผู้ร้องติดตั้งอุปกรณ์สำหรับควบคุมกระแสไฟฟ้า (Uninterrupted Power Supply (UPS)) แก่ผู้คัดค้าน โดยไม่คิดมูลค่าตามที่ผู้ร้องแสดงความประสงค์ และภายหลังจากที่ผู้ร้องปฏิบัติถูกต้องตามคำชี้ขาดแล้ว ให้ผู้คัดค้านชำระเงินส่วนที่เหลือตามสัญญาอีกร้อยละ 10 ของมูลค่างานตามสัญญาแก่ผู้ร้อง โดยสิทธิและหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายนอกจากที่ชี้ขาดไว้เป็นอย่างอื่นในคำชี้ขาดให้เป็นไปตามที่ตกลงกันในสัญญา เมื่อผู้ร้องติดตั้งเครื่องฝึกบินแล้วเสร็จให้ผู้คัดค้านคืนเงินค่าประกันการปฏิบัติตามสัญญา (Performance Bond) จำนวน 228,850 ดอลลาร์สหรัฐ และเงินหลักประกันค่าชำระค่าล่วงหน้า (Advance Payment Guarantee) จำนวน 1,144,250 ดอลลาร์สหรัฐ แก่ผู้ร้อง จากคำชี้ขาดดังกล่าวเห็นได้ว่าเป็นการชี้ขาดให้คู่สัญญายังคงมีสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน ต่อไปตามเดิมโดยเพียงแต่กำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติตามสัญญาของผู้ร้องขึ้นใหม่ เพื่อให้ผู้ร้องติดตั้งเครื่องฝึกบินและให้ผู้คัดค้านชำระราคาส่วนที่เหลือ คืนเงินค่าประกันการปฏิบัติตามสัญญา และคืนเงินหลักประกันค่าชำระราคาล่วงหน้า โดยสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายนอกจากที่ชี้ขาดไว้เป็นอย่างอื่นในคำชี้ขาดยังคงเป็นไปตามที่ตกลงกันในสัญญา ต่อมาเมื่อการปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน หลังจากที่อนุญาโตตุลาการชุดแรกมีคำชี้ขาดนั้นเกิดปัญหาพิพาทระหว่างกันอีกเกี่ยวกับเรื่องค่าปรับตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน ซึ่งเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าในการปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการชุดแรกผู้ร้องส่งมอบเครื่องฝึกบินและอุปกรณ์ให้แก่ผู้คัดค้านล่าช้ากว่ากำหนดเวลา 9 เดือน นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2539 อันเป็นวันที่อนุญาโตตุลาการชุดแรกทำคำชี้ขาดไปเป็นเวลา 153 วัน กรณีจึงเกิดปัญหาข้อพิพาทขึ้นใหม่ในเรื่องค่าปรับตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน ซึ่งมิใช่ข้อพิพาทที่อนุญาโตตุลาการชุดแรกได้วินิจฉัยชี้ขาดไว้ โดยอนุญาโตตุลาการชุดแรกมีคำชี้ขาด ว่าให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบินจนแล้วเสร็จ และให้เวลาแก่ผู้ร้องปฏิบัติและส่งมอบงานตามสัญญาแก่ผู้คัดค้านเป็นระยะเวลา 9 เดือน นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2539 อันเป็นวันทำคำชี้ขาด และให้ผู้ร้องติดตั้งอุปกรณ์สำหรับควบคุมกระแสไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ยูพีเอสแก่ผู้คัดค้านโดยไม่คิดมูลค่าตามที่ผู้ร้องแสดงความประสงค์ ภายหลังจากที่ผู้ร้องปฏิบัติถูกต้องตามคำชี้ขาดแล้ว ให้ผู้คัดค้านชำระเงินส่วนที่เหลือตามสัญญาอีกร้อยละ 10 ของมูลค่างานตามสัญญาแก่ผู้ร้อง โดยสิทธิและหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายนอกจากที่ชี้ขาดไว้เป็นอย่างอื่นในคำชี้ขาดให้เป็นไปตามที่ตกลงกันในสัญญา เมื่อผู้ร้องติดตั้งเครื่องฝึกบินแล้วเสร็จให้ผู้คัดค้านคืนเงินค่าประกันการปฏิบัติตามสัญญาจำนวน 228,850 ดอลลาร์สหรัฐ และเงินหลักประกันค่าชำระราคาล่วงหน้าจำนวน 1,144,250 ดอลลาร์สหรัฐ ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นใหม่ในเรื่องค่าปรับตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน เป็นข้อพิพาทที่เกี่ยวด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ร้องและผู้คัดค้านนอกจากที่อนุญาโตตุลาการชุดแรกชี้ขาดไว้เป็นอย่างอื่นในคำชี้ขาด การระงับข้อพิพาทดังกล่าวจึงต้องเป็นไปตามที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านตกลงกันในสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน ผู้ร้องย่อมมีสิทธิอาศัยสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน เสนอข้อพิพาทนี้ให้อนุญาโตตุลาการ สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ชุดหลังวินิจฉัยชี้ขาดได้ อนุญาโตตุลาการชุดหลังจึงมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทที่เกิดขึ้นใหม่ระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านเกี่ยวกับการคืนเงินค่าปรับจำนวน 315,813 ดอลลาร์สหรัฐ ตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน หาใช่เป็นการที่อนุญาโตตุลาการชุดหลังมีคำชี้ขาด อันมีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหรือขยายระยะเวลาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการชุดแรก ดังที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ไม่ อุทธรณ์ข้อนี้ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านข้อสุดท้ายว่า ผู้คัดค้านเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน เป็นหน่วยงานทางปกครอง สัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน ที่ผู้คัดค้านทำกับผู้ร้องเป็นสัญญาทางปกครอง ค่าปรับตามสัญญาทางปกครองเป็นโทษปรับทางปกครอง ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 134, 137, 138 และ 139 จึงแตกต่างจากเบี้ยปรับทางแพ่ง การชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามคำชี้ขาดโดยใช้หลักกฎหมายแพ่งเรื่องเบี้ยปรับมาบังคับกับค่าปรับตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน ซึ่งเป็นเรื่องค่าปรับทางปกครองจึงเป็นการชี้ขาดที่ขัดต่อกฎหมายและขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนนั้น เห็นว่า แม้กองทัพอากาศผู้คัดค้านจะเป็นส่วนราชการและมีฐานะเป็นนิติบุคคลซึ่งถือเป็นหน่วยงานทางปกครองและสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน ระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านจะเป็นสัญญาที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองก็ตาม แต่สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์ของผู้คัดค้านโดยเฉพาะไม่มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทานหรือสัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะหรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ไม่มีลักษณะเป็นสัญญาทางปกครองตามความหมายที่บัญญัติไว้ในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 การวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ในเรื่องค่าปรับโดยอาศัยสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน ย่อมไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนดังที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ อุทธรณ์ข้อนี้ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ (ปริญญา ดีผดุง-นวลน้อย ผลทวี-ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายนทดล กิติกัมรา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทก.(ค)282/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น กค35/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น กค84/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
589775
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นายนทดล กิติกัมรา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081970237"
    }
}
date
2558
deka_no
8664/2558
deka_running_no
8664
deka_year
2558
department
ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
judges
[
    "ปริญญา ดีผดุง",
    "นวลน้อย ผลทวี",
    "ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 45 (1)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 3"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัท เอ็นไวรันเม็นทอล"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "เท็คโทนิคส์ คอร์โปเรชั่น จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "กองทัพอากาศ"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ผู้คัดค้านชำระเงินจำนวน 315,813 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันทำคำชี้ขาดคิดถึงวันยื่นคำร้องขอนี้อีกจำนวน 71,060 ดอลลาร์สหรัฐ และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันยื่นคำร้องขอนี้จนกว่าจะชำระต้นเงินครบถ้วนให้แก่ผู้ร้อง

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ศาลทำคำสั่งปฏิเสธไม่รับบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามคำร้องขอของผู้ร้องตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 43 และยกคำร้องขอของผู้ร้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ให้ผู้คัดค้านชำระเงินจำนวน 315,813 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันที่ 1 มีนาคม 2549 อันเป็นวันทำคำชี้ขาดจนกว่าจะชำระเงินครบถ้วน แต่ดอกเบี้ยถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 อันเป็นวันยื่นคำร้องขอต้องไม่เกินจำนวน 71,060 ดอลลาร์สหรัฐ ตามที่ผู้ร้องขอ หากผู้คัดค้านจะชำระเป็นเงินบาท ให้คิดตามอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ที่ขายให้แก่ลูกค้าในวันที่ใช้เงินจริง ถ้าไม่มีอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ใช้เงินจริง ให้ถือเอาวันสุดท้ายที่มีอัตราเช่นว่านั้นก่อนวันดังกล่าว ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งให้ทราบถึงอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ (อัตราอ้างอิง) ก็ให้ถืออัตราดังกล่าวเป็นเกณฑ์คำนวณ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านข้อแรกว่า อนุญาโตตุลาการ สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ชุดหลังมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทครั้งหลังโดยให้ผู้คัดค้านคืนเงินจำนวน 315,813 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยแก่ผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า อนุญาโตตุลาการ สภาอนุญาโตตุลาการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ชี้ขาดตามคำชี้ขาด ให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบินจนแล้วเสร็จ และให้เวลาแก่ผู้ร้องปฏิบัติและส่งมอบงานตามสัญญาแก่ผู้คัดค้านเป็นระยะเวลา 9 เดือน นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2539 อันเป็นวันทำคำชี้ขาด และให้ผู้ร้องติดตั้งอุปกรณ์สำหรับควบคุมกระแสไฟฟ้า (Uninterrupted Power Supply (UPS)) แก่ผู้คัดค้าน โดยไม่คิดมูลค่าตามที่ผู้ร้องแสดงความประสงค์ และภายหลังจากที่ผู้ร้องปฏิบัติถูกต้องตามคำชี้ขาดแล้ว ให้ผู้คัดค้านชำระเงินส่วนที่เหลือตามสัญญาอีกร้อยละ 10 ของมูลค่างานตามสัญญาแก่ผู้ร้อง โดยสิทธิและหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายนอกจากที่ชี้ขาดไว้เป็นอย่างอื่นในคำชี้ขาดให้เป็นไปตามที่ตกลงกันในสัญญา เมื่อผู้ร้องติดตั้งเครื่องฝึกบินแล้วเสร็จให้ผู้คัดค้านคืนเงินค่าประกันการปฏิบัติตามสัญญา (Performance Bond) จำนวน 228,850 ดอลลาร์สหรัฐ และเงินหลักประกันค่าชำระค่าล่วงหน้า (Advance Payment Guarantee) จำนวน 1,144,250 ดอลลาร์สหรัฐ แก่ผู้ร้อง จากคำชี้ขาดดังกล่าวเห็นได้ว่าเป็นการชี้ขาดให้คู่สัญญายังคงมีสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน ต่อไปตามเดิมโดยเพียงแต่กำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติตามสัญญาของผู้ร้องขึ้นใหม่ เพื่อให้ผู้ร้องติดตั้งเครื่องฝึกบินและให้ผู้คัดค้านชำระราคาส่วนที่เหลือ คืนเงินค่าประกันการปฏิบัติตามสัญญา และคืนเงินหลักประกันค่าชำระราคาล่วงหน้า โดยสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายนอกจากที่ชี้ขาดไว้เป็นอย่างอื่นในคำชี้ขาดยังคงเป็นไปตามที่ตกลงกันในสัญญา ต่อมาเมื่อการปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน หลังจากที่อนุญาโตตุลาการชุดแรกมีคำชี้ขาดนั้นเกิดปัญหาพิพาทระหว่างกันอีกเกี่ยวกับเรื่องค่าปรับตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน ซึ่งเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าในการปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการชุดแรกผู้ร้องส่งมอบเครื่องฝึกบินและอุปกรณ์ให้แก่ผู้คัดค้านล่าช้ากว่ากำหนดเวลา 9 เดือน นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2539 อันเป็นวันที่อนุญาโตตุลาการชุดแรกทำคำชี้ขาดไปเป็นเวลา 153 วัน กรณีจึงเกิดปัญหาข้อพิพาทขึ้นใหม่ในเรื่องค่าปรับตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน ซึ่งมิใช่ข้อพิพาทที่อนุญาโตตุลาการชุดแรกได้วินิจฉัยชี้ขาดไว้ โดยอนุญาโตตุลาการชุดแรกมีคำชี้ขาด ว่าให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบินจนแล้วเสร็จ และให้เวลาแก่ผู้ร้องปฏิบัติและส่งมอบงานตามสัญญาแก่ผู้คัดค้านเป็นระยะเวลา 9 เดือน นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2539 อันเป็นวันทำคำชี้ขาด และให้ผู้ร้องติดตั้งอุปกรณ์สำหรับควบคุมกระแสไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ยูพีเอสแก่ผู้คัดค้านโดยไม่คิดมูลค่าตามที่ผู้ร้องแสดงความประสงค์ ภายหลังจากที่ผู้ร้องปฏิบัติถูกต้องตามคำชี้ขาดแล้ว ให้ผู้คัดค้านชำระเงินส่วนที่เหลือตามสัญญาอีกร้อยละ 10 ของมูลค่างานตามสัญญาแก่ผู้ร้อง โดยสิทธิและหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายนอกจากที่ชี้ขาดไว้เป็นอย่างอื่นในคำชี้ขาดให้เป็นไปตามที่ตกลงกันในสัญญา เมื่อผู้ร้องติดตั้งเครื่องฝึกบินแล้วเสร็จให้ผู้คัดค้านคืนเงินค่าประกันการปฏิบัติตามสัญญาจำนวน 228,850 ดอลลาร์สหรัฐ และเงินหลักประกันค่าชำระราคาล่วงหน้าจำนวน 1,144,250 ดอลลาร์สหรัฐ ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นใหม่ในเรื่องค่าปรับตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน เป็นข้อพิพาทที่เกี่ยวด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ร้องและผู้คัดค้านนอกจากที่อนุญาโตตุลาการชุดแรกชี้ขาดไว้เป็นอย่างอื่นในคำชี้ขาด การระงับข้อพิพาทดังกล่าวจึงต้องเป็นไปตามที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านตกลงกันในสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน ผู้ร้องย่อมมีสิทธิอาศัยสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน เสนอข้อพิพาทนี้ให้อนุญาโตตุลาการ สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ชุดหลังวินิจฉัยชี้ขาดได้ อนุญาโตตุลาการชุดหลังจึงมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทที่เกิดขึ้นใหม่ระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านเกี่ยวกับการคืนเงินค่าปรับจำนวน 315,813 ดอลลาร์สหรัฐ ตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน หาใช่เป็นการที่อนุญาโตตุลาการชุดหลังมีคำชี้ขาด อันมีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหรือขยายระยะเวลาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการชุดแรก ดังที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ไม่ อุทธรณ์ข้อนี้ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านข้อสุดท้ายว่า ผู้คัดค้านเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน เป็นหน่วยงานทางปกครอง สัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน ที่ผู้คัดค้านทำกับผู้ร้องเป็นสัญญาทางปกครอง ค่าปรับตามสัญญาทางปกครองเป็นโทษปรับทางปกครอง ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 134, 137, 138 และ 139 จึงแตกต่างจากเบี้ยปรับทางแพ่ง การชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามคำชี้ขาดโดยใช้หลักกฎหมายแพ่งเรื่องเบี้ยปรับมาบังคับกับค่าปรับตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน ซึ่งเป็นเรื่องค่าปรับทางปกครองจึงเป็นการชี้ขาดที่ขัดต่อกฎหมายและขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนนั้น เห็นว่า แม้กองทัพอากาศผู้คัดค้านจะเป็นส่วนราชการและมีฐานะเป็นนิติบุคคลซึ่งถือเป็นหน่วยงานทางปกครองและสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน ระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านจะเป็นสัญญาที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองก็ตาม แต่สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์ของผู้คัดค้านโดยเฉพาะไม่มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทานหรือสัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะหรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ไม่มีลักษณะเป็นสัญญาทางปกครองตามความหมายที่บัญญัติไว้ในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 การวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ในเรื่องค่าปรับโดยอาศัยสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องฝึกบิน ย่อมไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนดังที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ อุทธรณ์ข้อนี้ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
กค35/2552
primary_red_case_no
กค84/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000273.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ทก.(ค)282/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558