คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8623/2558 ฉบับเต็ม

#589776
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8623/2558 นางปรารถนา หรือศิรกาญจน์ จันทร์ยิ้ม หรือชูโต จันทร์ยิ้ม ในฐานะผู้จัดการมรดก ของนางสาวสรร ชูโต และในฐานะส่วนตัว โจทก์ นายสุธีร์ ชูโต กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 150 มาตรา (1) (ก) โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินให้ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงกลับคืนมาเป็นทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ซึ่งเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของ ส. เจ้ามรดก คดีของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีคำขอ ให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ มีทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาททั้งสองแปลง เมื่อจำเลยที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นขอให้ยกฟ้อง จึงต้องชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์อย่างคดีมีทุนทรัพย์ตามตาราง 1 (1) (ก) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 14315 ตำบลสามวาตะวันออก อำเภอมีนบุรี (เมือง) กรุงเทพมหานคร ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 เพิกถอนรายการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6488 ตำบลสามวาฝั่งตะวันออก อำเภอมีนบุรี (เมือง) กรุงเทพมหานคร ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 4 และที่ 5 และเพิกถอนใบแทนโฉนดที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวที่ออกให้ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 โดยให้ใช้ใบแทนโฉนดที่ดินที่ออกให้ครั้งแรกเป็นหลักฐานทางทะเบียนที่ดินต่อไป จำเลยที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์คำพิพากษา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ร่วมกันเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในจำนวนทุนทรัพย์ 18,000,000 บาท ตามคำขอท้ายฟ้องก่อนจึงจะพิจารณาสั่งอุทธรณ์ จำเลยที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 4 และที่ 5 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ข้อเดียวว่า ฟ้องโจทก์เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือไม่ จำเลยที่ 4 และที่ 5 ฎีกาว่า โจทก์มิได้เรียกร้องให้ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นของโจทก์ คงขอให้ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงกลับมาเป็นทรัพย์มรดกตามเดิม จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ จำเลยที่ 4 และที่ 5 ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพียง 200 บาท เท่านั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรม การโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 14315 ตำบลสามวาตะวันออก อำเภอมีนบุรี (เมือง) กรุงเทพมหานคร ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 และเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6488 ตำบลสามวาฝั่งตะวันออก อำเภอมีนบุรี (เมือง) กรุงเทพมหานคร ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 4 และที่ 5 ในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงกลับคืนมาเป็นทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ซึ่งเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของนางสาวสรรเจ้ามรดก หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันชดใช้ราคาที่ดินโฉนดเลขที่ 14315 เป็นเงิน 2,000,000 บาท กับให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ร่วมกันชดใช้ราคาที่ดินโฉนดเลขที่ 6488 เป็นเงิน 18,000,000 บาท แก่กองมรดก คดีของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ มีทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาททั้งสองแปลง สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 6488 โจทก์ตีราคาตามคำขอท้ายฟ้องเป็นเงิน 18,000,000 บาท เมื่อจำเลยที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นขอให้ยกฟ้อง สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 6488 โดยแยกยื่นอุทธรณ์กับจำเลยที่ 2 คนละฉบับกันเช่นนี้ จำเลยที่ 4 และที่ 5 จึงต้องชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์อย่างคดีมีทุนทรัพย์ตามตาราง 1 (1) (ก) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ร่วมกันชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในทุนทรัพย์ 18,000,000 บาท นั้นชอบแล้ว คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยที่ 4 และที่ 5 อ้างมาข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (อรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์-ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร-แก้ว เวศอุไร) ศาลจังหวัดมีนบุรี - นางจิราภรณ์ แสงจันทร์ ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลียว พลวิเศษ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1456/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1554/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ971/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
589776
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมีนบุรี",
        "judge": "นางจิราภรณ์ แสงจันทร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายเฉลียว พลวิเศษ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081970241"
    }
}
date
2558
deka_no
8623/2558
deka_running_no
8623
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "อรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์",
    "ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร",
    "แก้ว เวศอุไร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 150"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นางปรารถนา หรือศิรกาญจน์ จันทร์ยิ้ม"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "หรือชูโต จันทร์ยิ้ม ในฐานะผู้จัดการมรดก"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ของนางสาวสรร ชูโต และในฐานะส่วนตัว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุธีร์ ชูโต กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 14315 ตำบลสามวาตะวันออก อำเภอมีนบุรี (เมือง) กรุงเทพมหานคร ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 เพิกถอนรายการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6488 ตำบลสามวาฝั่งตะวันออก อำเภอมีนบุรี (เมือง) กรุงเทพมหานคร ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 4 และที่ 5 และเพิกถอนใบแทนโฉนดที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวที่ออกให้ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 โดยให้ใช้ใบแทนโฉนดที่ดินที่ออกให้ครั้งแรกเป็นหลักฐานทางทะเบียนที่ดินต่อไป

จำเลยที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์คำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ร่วมกันเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในจำนวนทุนทรัพย์ 18,000,000 บาท ตามคำขอท้ายฟ้องก่อนจึงจะพิจารณาสั่งอุทธรณ์

จำเลยที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 4 และที่ 5 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ข้อเดียวว่า ฟ้องโจทก์เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือไม่ จำเลยที่ 4 และที่ 5 ฎีกาว่า โจทก์มิได้เรียกร้องให้ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นของโจทก์ คงขอให้ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงกลับมาเป็นทรัพย์มรดกตามเดิม จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ จำเลยที่ 4 และที่ 5 ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพียง 200 บาท เท่านั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรม การโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 14315 ตำบลสามวาตะวันออก อำเภอมีนบุรี (เมือง) กรุงเทพมหานคร ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 และเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6488 ตำบลสามวาฝั่งตะวันออก อำเภอมีนบุรี (เมือง) กรุงเทพมหานคร ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 4 และที่ 5 ในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงกลับคืนมาเป็นทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ซึ่งเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของนางสาวสรรเจ้ามรดก หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันชดใช้ราคาที่ดินโฉนดเลขที่ 14315 เป็นเงิน 2,000,000 บาท กับให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ร่วมกันชดใช้ราคาที่ดินโฉนดเลขที่ 6488 เป็นเงิน 18,000,000 บาท แก่กองมรดก คดีของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ มีทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาททั้งสองแปลง สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 6488 โจทก์ตีราคาตามคำขอท้ายฟ้องเป็นเงิน 18,000,000 บาท เมื่อจำเลยที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นขอให้ยกฟ้อง สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 6488 โดยแยกยื่นอุทธรณ์กับจำเลยที่ 2 คนละฉบับกันเช่นนี้ จำเลยที่ 4 และที่ 5 จึงต้องชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์อย่างคดีมีทุนทรัพย์ตามตาราง 1 (1) (ก) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ร่วมกันชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในทุนทรัพย์ 18,000,000 บาท นั้นชอบแล้ว คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยที่ 4 และที่ 5 อ้างมาข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1554/2555
primary_red_case_no
พ971/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000273.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1456/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558