คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12715/2557 ฉบับเต็ม

#590200
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12715/2557 กรมส่งเสริมสหกรณ์ โจทก์ นายวิเชียร หมื่นเผือก กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 84 (3), มาตรา 142 วรรคหนึ่ง, มาตรา 177 วรรคสอง คำให้การจำเลยทั้งสิบมิได้ปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างว่าผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง จึงไม่มีประเด็นโต้เถียงว่า ผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนตามคำฟ้องหรือไม่ เพราะถือว่าจำเลยทั้งสิบยอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว โจทก์ไม่ต้องนำสืบข้อเท็จจริงนี้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 84 (3) ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยพยานหลักฐานโจทก์แล้วฟังว่า ผู้กู้ไม่ได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ อายุความจึงไม่สะดุดหยุดลง คดีโจทก์ขาดอายุความ จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 142 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสิบร่วมกันชำระเงิน 1,263,506.84 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี และค่าปรับในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี ของต้นเงิน 500,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสิบ ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสิบเรื่องผิดสัญญากู้และสัญญาค้ำประกัน โดยบรรยายฟ้องมีสาระสำคัญว่า สหกรณ์การเกษตร กรป. กลาง นพค. เชียงใหม่ จำกัด ผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2547 เป็นเงิน 10,000 บาท จำเลยทั้งสิบให้การทำนองเดียวกันว่า ดอกเบี้ยพร้อมค่าปรับตามคำฟ้องของโจทก์ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2547 ถึงวันฟ้อง วันที่ 1 ธันวาคม 2554 ระยะเวลา 7 ปี 5 เดือน เกินเวลากว่า 5 ปี จึงขาดอายุความที่โจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องบังคับเอาจากจำเลยทั้งสิบ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 และหนี้เงินกู้มีกำหนดชำระวันที่ 2 กรกฎาคม 2542 เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระ โจทก์ต้องฟ้องลูกหนี้ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันครบกำหนด แต่โจทก์นำคดีมาฟ้องวันที่ 1 ธันวาคม 2554 ซึ่งล่วงเลยเวลา 10 ปี สิทธิเรียกร้องโจทก์จึงขาดอายุความ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง บัญญัติให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่า จำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้น หรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น แต่คำให้การของจำเลยทั้งสิบดังกล่าวมิได้ปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างว่า สหกรณ์การเกษตร กรป. กลาง นพค. เชียงใหม่ จำกัด ผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2547 เป็นเงิน 10,000 บาท อันจะทำให้อายุความสะดุดหยุดลง คำให้การจำเลยทั้งสิบในส่วนนี้จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง จึงไม่มีประเด็นโต้เถียงว่า สหกรณ์การเกษตร กรป. กลาง นพค. เชียงใหม่ จำกัด ผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2547 เป็นเงิน 10,000 บาทหรือไม่ เพราะต้องถือว่าจำเลยทั้งสิบยอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว โจทก์จึงไม่จำต้องนำสืบข้อเท็จจริงนั้นอีก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84 (3) การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยพยานหลักฐานโจทก์แล้วฟังว่า สหกรณ์การเกษตร กรป. กลาง นพค. เชียงใหม่ จำกัด ผู้กู้ไม่ได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2547 เป็นเงิน 10,000 บาท อายุความจึงไม่สะดุดหยุดลง คดีโจทก์ขาดอายุความและพิพากษายกฟ้อง จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคหนึ่ง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) และเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 247 กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ (กษิดิ์เดช จีนสลุต-สุนันท์ ชัยชูสอน-จักรกฤช เจริญเลิศ) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายชัย ลิ้มสุวัฒน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นางสาวมยุรี จามิกรานนท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.239/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ย106/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ย121/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
590200
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นายชัย ลิ้มสุวัฒน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นางสาวมยุรี จามิกรานนท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081976109"
    }
}
date
2557
deka_no
12715/2557
deka_running_no
12715
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "กษิดิ์เดช จีนสลุต",
    "สุนันท์ ชัยชูสอน",
    "จักรกฤช เจริญเลิศ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 84 (3)",
            "ม. 142 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 177 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "กรมส่งเสริมสหกรณ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิเชียร หมื่นเผือก กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสิบร่วมกันชำระเงิน 1,263,506.84 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี และค่าปรับในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี ของต้นเงิน 500,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสิบ ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสิบเรื่องผิดสัญญากู้และสัญญาค้ำประกัน โดยบรรยายฟ้องมีสาระสำคัญว่า สหกรณ์การเกษตร กรป. กลาง นพค. เชียงใหม่ จำกัด ผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2547 เป็นเงิน 10,000 บาท จำเลยทั้งสิบให้การทำนองเดียวกันว่า ดอกเบี้ยพร้อมค่าปรับตามคำฟ้องของโจทก์ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2547 ถึงวันฟ้อง วันที่ 1 ธันวาคม 2554 ระยะเวลา 7 ปี 5 เดือน เกินเวลากว่า 5 ปี จึงขาดอายุความที่โจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องบังคับเอาจากจำเลยทั้งสิบ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 และหนี้เงินกู้มีกำหนดชำระวันที่ 2 กรกฎาคม 2542 เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระ โจทก์ต้องฟ้องลูกหนี้ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันครบกำหนด แต่โจทก์นำคดีมาฟ้องวันที่ 1 ธันวาคม 2554 ซึ่งล่วงเลยเวลา 10 ปี สิทธิเรียกร้องโจทก์จึงขาดอายุความ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง บัญญัติให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่า จำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้น หรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น แต่คำให้การของจำเลยทั้งสิบดังกล่าวมิได้ปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างว่า สหกรณ์การเกษตร กรป. กลาง นพค. เชียงใหม่ จำกัด ผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2547 เป็นเงิน 10,000 บาท อันจะทำให้อายุความสะดุดหยุดลง คำให้การจำเลยทั้งสิบในส่วนนี้จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง จึงไม่มีประเด็นโต้เถียงว่า สหกรณ์การเกษตร กรป. กลาง นพค. เชียงใหม่ จำกัด ผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2547 เป็นเงิน 10,000 บาทหรือไม่ เพราะต้องถือว่าจำเลยทั้งสิบยอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว โจทก์จึงไม่จำต้องนำสืบข้อเท็จจริงนั้นอีก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84 (3) การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยพยานหลักฐานโจทก์แล้วฟังว่า สหกรณ์การเกษตร กรป. กลาง นพค. เชียงใหม่ จำกัด ผู้กู้ไม่ได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2547 เป็นเงิน 10,000 บาท อายุความจึงไม่สะดุดหยุดลง คดีโจทก์ขาดอายุความและพิพากษายกฟ้อง จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคหนึ่ง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) และเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 247 กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
opensearch_id
primary_black_case_no
ย106/2554
primary_red_case_no
ย121/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000324.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.239/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557