คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3061/2558 ฉบับเต็ม

#590205
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3061/2558 นายสมคิด ระยะธรรม โจทก์ นางสาวสุรีย์ ฉัตรพันธุ์มงคล กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1299 วรรคสอง ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดิน น.ส. 3 ก. ของจำเลยทั้งสอง ดังนั้น แม้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์ได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยการยกให้จาก อ. ก็เป็นการได้มาซึ่งทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม แต่ยังมิได้จดทะเบียน และจำเลยทั้งสองซื้อที่ดินพิพาทจากกองทุนรวมแกมม่าแคปปิตอล โดยไม่ทราบว่าโจทก์เข้าไปครอบครองทำกินในที่ดินพิพาทมาก่อน โจทก์จึงไม่อาจยกสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทขึ้นเป็นข้อต่อสู้จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1299 วรรคสอง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอศาลพิพากษาให้โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยทั้งสองมายุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาทอีก และให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาบางละมุง ที่ 24/2552 จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทเนื้อที่ 140 ตารางวา ตามแผนที่พิพาท บริเวณที่มีเส้นสีเขียวล้อมรอบ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และห้ามจำเลยทั้งสองมายุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาทกับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลยทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความรวม 9,000 บาท โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทหรือไม่ มีปัญหาต้องวินิจฉัยก่อนว่า ที่ดินพิพาทอยู่ในที่ดิน น.ส. 3 ก. หรือไม่ จากการตรวจสอบเอกสารราชการ ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดิน น.ส. 3 ก. ของจำเลยทั้งสอง เห็นว่า เมื่อพิเคราะห์ตามแผนที่พิพาท ประกอบแผนที่ และภาพถ่ายทางอากาศแล้ว ที่ดิน น.ส. 3 ก. ของจำเลยทั้งสองมีเนื้อที่ด้านทิศใต้จดห้วยสาธารณประโยชน์ ซึ่งเรียกว่า คลองกล่ำ ซึ่งรวมที่ดินพิพาทอยู่ด้วย ที่ดินพิพาทจึงเป็นส่วนหนึ่งของที่ดิน น.ส. 3 ก. ของจำเลยทั้งสอง ฉะนั้น แม้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์ได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยการยกให้จากนายอิ๋น ก็เป็นการได้มาซึ่งทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม แต่ยังมิได้จดทะเบียน และจำเลยทั้งสองซื้อที่ดินพิพาทจากกองทุนรวมแกมม่าแคปปิตอล โดยไม่ทราบว่าโจทก์เข้าไปครอบครองทำกินในที่ดินพิพาทมาก่อน โจทก์จึงไม่อาจยกสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทขึ้นเป็นข้อต่อสู้จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง พยานหลักฐานของจำเลยทั้งสองมีน้ำหนักมากกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วิทยา วีระประจักษ์-ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร-อรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์) ศาลจังหวัดพัทยา - นางกองกนก โกศัลลกูฏ สุขพันธุ์ถาวร ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายเสถียร ศรีทองชัย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.844/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ988/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1271/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
590205
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพัทยา",
        "judge": "นางกองกนก โกศัลลกูฏ สุขพันธุ์ถาวร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายเสถียร ศรีทองชัย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081972841"
    }
}
date
2558
deka_no
3061/2558
deka_running_no
3061
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "วิทยา วีระประจักษ์",
    "ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร",
    "อรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1299 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมคิด ระยะธรรม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวสุรีย์ ฉัตรพันธุ์มงคล กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอศาลพิพากษาให้โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยทั้งสองมายุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาทอีก และให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาบางละมุง ที่ 24/2552

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทเนื้อที่ 140 ตารางวา ตามแผนที่พิพาท บริเวณที่มีเส้นสีเขียวล้อมรอบ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และห้ามจำเลยทั้งสองมายุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาทกับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลยทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความรวม 9,000 บาท

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทหรือไม่ มีปัญหาต้องวินิจฉัยก่อนว่า ที่ดินพิพาทอยู่ในที่ดิน น.ส. 3 ก. หรือไม่ จากการตรวจสอบเอกสารราชการ ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดิน น.ส. 3 ก. ของจำเลยทั้งสอง เห็นว่า เมื่อพิเคราะห์ตามแผนที่พิพาท ประกอบแผนที่ และภาพถ่ายทางอากาศแล้ว ที่ดิน น.ส. 3 ก. ของจำเลยทั้งสองมีเนื้อที่ด้านทิศใต้จดห้วยสาธารณประโยชน์ ซึ่งเรียกว่า คลองกล่ำ ซึ่งรวมที่ดินพิพาทอยู่ด้วย ที่ดินพิพาทจึงเป็นส่วนหนึ่งของที่ดิน น.ส. 3 ก. ของจำเลยทั้งสอง ฉะนั้น แม้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์ได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยการยกให้จากนายอิ๋น ก็เป็นการได้มาซึ่งทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม แต่ยังมิได้จดทะเบียน และจำเลยทั้งสองซื้อที่ดินพิพาทจากกองทุนรวมแกมม่าแคปปิตอล โดยไม่ทราบว่าโจทก์เข้าไปครอบครองทำกินในที่ดินพิพาทมาก่อน โจทก์จึงไม่อาจยกสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทขึ้นเป็นข้อต่อสู้จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง พยานหลักฐานของจำเลยทั้งสองมีน้ำหนักมากกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ988/2552
primary_red_case_no
พ1271/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000296.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.844/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558