คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15022/2558 ฉบับเต็ม

#590274
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15022/2558 นายสุรสิทธิ์ สุริยลักษณ์ กับพวก โจทก์ บริษัทอิมเมจเทคโนโลยี่ จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 290 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 แม้ศาลจะมีคำสั่งรวมการพิจารณาพิพากษาคดีระหว่างโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 กับโจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 เข้าด้วยกัน ทั้งออกคำบังคับและออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีฉบับเดียวกันก็ตาม แต่สิทธิเรียกร้องของโจทก์แต่ละรายเป็นสิทธิที่เกิดจากสัญญาจ้างแรงงานของโจทก์แต่ละคน จึงเป็นสิทธิเฉพาะตัว โจทก์ทั้งหมดมิได้เป็นเจ้าหนี้ร่วมกัน การที่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 ขออายัดเงินต่อสิทธิเรียกร้องจากบุคคลภายนอก และแจ้งแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีว่ายินดีรับเงินตามจำนวนที่บุคคลภายนอกแจ้งมา เป็นการบังคับคดีเฉพาะตัว เมื่อโจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 มิได้ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยหนี้ของตนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 โจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 จึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับส่วนเฉลี่ยจากเงินจำนวนดังกล่าว การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีและจ่ายเงินแก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 จึงชอบแล้ว ___________________________ คดีทั้งสิบหกสำนวนศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 16 คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้าง ค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุดแก่โจทก์ทั้งสิบหกแต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์ทั้งสิบหกขอให้ศาลแรงงานกลางตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและศาลแรงงานกลางออกหมายบังคับคดี ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการยึดอายัดทรัพย์สินของจำเลยตามคำพิพากษา โจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 ยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอเพิกถอนการบังคับคดีที่ผิดระเบียบ ขอให้เพิกถอนการจ่ายเงินทั้งหมดของเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยมีคำสั่งให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 คืนเงินที่ได้รับไปทั้งสิ้นให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคำนวณเฉลี่ยเงินทั้งหมดให้แก่โจทก์ทั้งสิบหกตามอัตราส่วนที่โจทก์แต่ละคนจะพึงได้ตามคำพิพากษา หรือให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแก้ไขการจ่ายเงินดังกล่าวโดยเฉลี่ยเงินทั้งหมดให้แก่โจทก์ทั้งสิบหกตามส่วน และให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 คืนเงินส่วนที่ได้รับเกินไปเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายให้โจทก์ทั้งสิบหกอย่างเท่าเทียมกันตามคำพิพากษา โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 ยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง เจ้าพนักงานบังคับคดียื่นหนังสือรายงานข้อเท็จจริงในการบังคับคดีว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2549 โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 15 แถลงขออายัดเงินค้ำประกันตามสัญญาซื้อขายทุกประเภทที่จำเลยเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานต่างๆ ต่อมาวันที่ 21 กันยายน 2549 โจทก์ที่ 3 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 แถลงขออายัดสิทธิเรียกร้องไปยังบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีหนังสือแจ้งอายัดไปแล้วโดยผู้รับมอบอำนาจโจทก์ที่ 3 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 ละที่ 16 ถือหนังสือไปยังผู้ถูกอายัดแต่ไม่ปรากฏผลการส่งหมายแจ้งการอายัด ต่อมาโจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขออายัดไปยังบริษัทดังกล่าวตามสัญญาจ้างบริการเป็นเงิน 1,200,000 บาท แต่บริษัทดังกล่าวแจ้งว่ามีค่าบริการคงเหลือเพียง 614,057.48 บาท โจทก์ที่ 1 จึงขอแก้ไขการอายัดให้เหลือเพียง 614,057.48 บาท ซึ่งเป็นเงินตามที่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 ขออายัด โจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิในการรับเงิน เพราะการรวมพิจารณาในคดีนี้เป็นไปเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการพิจารณาในชั้นศาลเท่านั้น หนี้ตามคำพิพากษามิได้เป็นหนี้ร่วม การขออายัดครั้งแรกของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 15 กระทำในฐานะส่วนตัวมิได้แสดงให้เห็นว่ากระทำการแทนโจทก์ที่เหลือ ซึ่งโจทก์ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 ได้ขอบังคับคดีส่วนตัวเช่นกัน ในชั้นบังคับคดีโจทก์แต่ละคนจะต้องแถลงให้ชัดเจนว่าจะบังคับคดีส่วนตัวหรือแทนใคร โจทก์คนใดไม่ใช้สิทธิในการบังคับคดีถือว่ายังไม่ประสงค์จะบังคับคดี เงินที่ส่งเข้ามาจึงสามารถจ่ายได้เฉพาะโจทก์ที่ขออายัด เฉพาะส่วนของโจทก์ที่ 3 และที่ 4 เท่านั้นที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีรายรับ - จ่ายเงินไปโดยผิดหลง ซึ่งจะต้องกันส่วนของโจทก์ที่ 3 และที่ 4 ไว้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้เพิกถอนการจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 ผู้คัดค้านทั้งห้ารวม 6 ครั้ง ทั้งหมดและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีรายการรับและจ่ายเงินใหม่ โดยให้คำนวณจ่ายให้โจทก์ทั้งสิบหกเฉลี่ยตามส่วนที่โจทก์แต่ละคนจะได้รับตามคำพิพากษา ให้ดำเนินการบังคับให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 คืนเงินในส่วนที่ได้รับเกินไปมาจ่ายให้โจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ถึงที่ 14 และที่ 16 ต่อไป โจทก์ที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ว่า การจ่ายเงินของเจ้าพนักงานบังคับคดีชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า การที่บริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ส่งเงินมาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีก็เนื่องจากโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 ได้ขออายัดเงิน ต่อสิทธิเรียกร้องเงินค่าจ้างสแกนข้อมูลเอกสารและค่าจ้างบริการที่บริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ต้องชำระแก่จำเลย จำนวน 1,200,000 บาท ซึ่งต่อมาบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) แจ้งว่าจำเลยมีสิทธิเรียกร้องเพียง 614,057.48 บาท โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 แจ้งแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีว่ายินดีรับเงินจำนวนดังกล่าว ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินดังกล่าวแก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 นั้น การอายัดเงินดังกล่าวจึงเป็นการขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดอายัดไว้ตามคำพิพากษาเฉพาะส่วนการบังคับตามคำพิพากษาของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 แม้คดีนี้ศาลแรงงานกลางจะได้มีคำสั่งให้รวมการพิจารณาพิพากษาคดีระหว่างโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 กับโจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 ทั้งศาลออกคำบังคับและออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีฉบับเดียวกันก็ตาม แต่สิทธิเรียกร้องของโจทก์แต่ละรายเป็นสิทธิที่เกิดจากสัญญาจ้างแรงงานของโจทก์แต่ละคน จึงเป็นสิทธิเฉพาะตัว โจทก์ทั้งหมดมิได้เป็นเจ้าหนี้ร่วมกัน การกระทำของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 จึงเป็นการบังคับคดีเฉพาะตัว เมื่อโจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 มิได้ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยหนี้ของตนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 โจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 จึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับส่วนเฉลี่ยจากเงินจำนวนดังกล่าว การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำบัญชีและจ่ายเงินแก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 นั้นจึงชอบแล้วอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องโจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 (ธีระพงศ์ จิระภาค-วิชัย เอื้ออังคณากุล-นิยุต สุภัทรพาหิรผล) ศาลแรงงานกลาง - นายสละ เทศรำพรรณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.3865/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1464/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ2388/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
590274
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายสละ เทศรำพรรณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081966375"
    }
}
date
2558
deka_no
15022/2558
deka_running_no
15022
deka_year
2558
department
แรงงาน
judges
[
    "ธีระพงศ์ จิระภาค",
    "วิชัย เอื้ออังคณากุล",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 290"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 31"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสุรสิทธิ์ สุริยลักษณ์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทอิมเมจเทคโนโลยี่ จำกัด"
    }
]
long_text
คดีทั้งสิบหกสำนวนศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 16

คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้าง ค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุดแก่โจทก์ทั้งสิบหกแต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์ทั้งสิบหกขอให้ศาลแรงงานกลางตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและศาลแรงงานกลางออกหมายบังคับคดี ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการยึดอายัดทรัพย์สินของจำเลยตามคำพิพากษา

โจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 ยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอเพิกถอนการบังคับคดีที่ผิดระเบียบ ขอให้เพิกถอนการจ่ายเงินทั้งหมดของเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยมีคำสั่งให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 คืนเงินที่ได้รับไปทั้งสิ้นให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคำนวณเฉลี่ยเงินทั้งหมดให้แก่โจทก์ทั้งสิบหกตามอัตราส่วนที่โจทก์แต่ละคนจะพึงได้ตามคำพิพากษา หรือให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแก้ไขการจ่ายเงินดังกล่าวโดยเฉลี่ยเงินทั้งหมดให้แก่โจทก์ทั้งสิบหกตามส่วน และให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 คืนเงินส่วนที่ได้รับเกินไปเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายให้โจทก์ทั้งสิบหกอย่างเท่าเทียมกันตามคำพิพากษา

โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 ยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

เจ้าพนักงานบังคับคดียื่นหนังสือรายงานข้อเท็จจริงในการบังคับคดีว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2549 โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 15 แถลงขออายัดเงินค้ำประกันตามสัญญาซื้อขายทุกประเภทที่จำเลยเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานต่างๆ ต่อมาวันที่ 21 กันยายน 2549 โจทก์ที่ 3 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 แถลงขออายัดสิทธิเรียกร้องไปยังบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีหนังสือแจ้งอายัดไปแล้วโดยผู้รับมอบอำนาจโจทก์ที่ 3 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 ละที่ 16 ถือหนังสือไปยังผู้ถูกอายัดแต่ไม่ปรากฏผลการส่งหมายแจ้งการอายัด ต่อมาโจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขออายัดไปยังบริษัทดังกล่าวตามสัญญาจ้างบริการเป็นเงิน 1,200,000 บาท แต่บริษัทดังกล่าวแจ้งว่ามีค่าบริการคงเหลือเพียง 614,057.48 บาท โจทก์ที่ 1 จึงขอแก้ไขการอายัดให้เหลือเพียง 614,057.48 บาท ซึ่งเป็นเงินตามที่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 ขออายัด โจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิในการรับเงิน เพราะการรวมพิจารณาในคดีนี้เป็นไปเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการพิจารณาในชั้นศาลเท่านั้น หนี้ตามคำพิพากษามิได้เป็นหนี้ร่วม การขออายัดครั้งแรกของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 15 กระทำในฐานะส่วนตัวมิได้แสดงให้เห็นว่ากระทำการแทนโจทก์ที่เหลือ ซึ่งโจทก์ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 ได้ขอบังคับคดีส่วนตัวเช่นกัน ในชั้นบังคับคดีโจทก์แต่ละคนจะต้องแถลงให้ชัดเจนว่าจะบังคับคดีส่วนตัวหรือแทนใคร โจทก์คนใดไม่ใช้สิทธิในการบังคับคดีถือว่ายังไม่ประสงค์จะบังคับคดี เงินที่ส่งเข้ามาจึงสามารถจ่ายได้เฉพาะโจทก์ที่ขออายัด เฉพาะส่วนของโจทก์ที่ 3 และที่ 4 เท่านั้นที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีรายรับ - จ่ายเงินไปโดยผิดหลง ซึ่งจะต้องกันส่วนของโจทก์ที่ 3 และที่ 4 ไว้

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้เพิกถอนการจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 ผู้คัดค้านทั้งห้ารวม 6 ครั้ง ทั้งหมดและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีรายการรับและจ่ายเงินใหม่ โดยให้คำนวณจ่ายให้โจทก์ทั้งสิบหกเฉลี่ยตามส่วนที่โจทก์แต่ละคนจะได้รับตามคำพิพากษา ให้ดำเนินการบังคับให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 คืนเงินในส่วนที่ได้รับเกินไปมาจ่ายให้โจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ถึงที่ 14 และที่ 16 ต่อไป

โจทก์ที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ว่า การจ่ายเงินของเจ้าพนักงานบังคับคดีชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า การที่บริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ส่งเงินมาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีก็เนื่องจากโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 ได้ขออายัดเงิน ต่อสิทธิเรียกร้องเงินค่าจ้างสแกนข้อมูลเอกสารและค่าจ้างบริการที่บริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ต้องชำระแก่จำเลย จำนวน 1,200,000 บาท ซึ่งต่อมาบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) แจ้งว่าจำเลยมีสิทธิเรียกร้องเพียง 614,057.48 บาท โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 แจ้งแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีว่ายินดีรับเงินจำนวนดังกล่าว ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินดังกล่าวแก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 นั้น การอายัดเงินดังกล่าวจึงเป็นการขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดอายัดไว้ตามคำพิพากษาเฉพาะส่วนการบังคับตามคำพิพากษาของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 แม้คดีนี้ศาลแรงงานกลางจะได้มีคำสั่งให้รวมการพิจารณาพิพากษาคดีระหว่างโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 กับโจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 ทั้งศาลออกคำบังคับและออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีฉบับเดียวกันก็ตาม แต่สิทธิเรียกร้องของโจทก์แต่ละรายเป็นสิทธิที่เกิดจากสัญญาจ้างแรงงานของโจทก์แต่ละคน จึงเป็นสิทธิเฉพาะตัว โจทก์ทั้งหมดมิได้เป็นเจ้าหนี้ร่วมกัน การกระทำของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 จึงเป็นการบังคับคดีเฉพาะตัว เมื่อโจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 มิได้ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยหนี้ของตนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 โจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 จึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับส่วนเฉลี่ยจากเงินจำนวนดังกล่าว การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำบัญชีและจ่ายเงินแก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 นั้นจึงชอบแล้วอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องโจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1464/2549
primary_red_case_no
พ2388/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000239.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.3865/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558